ตลาดยังผันผวน เอปสัน วางแผนปี 69 โต 5% หันโฟกัส B2B
ภาพรวมเศรษฐกิจในปีที่ผ่านมาเผชิญกับภาวะที่เรียกว่า ‘ตลาดซึมลึก’ ซึ่งบั่นทอนกำลังซื้อและความเชื่อมั่นของผู้บริโภค ส่งผลให้ตลาดสินค้าผู้บริโภคทั่วไป (B2C) หดตัวลงราว 5% แต่เอปสันกลับพบโอกาสเติบโตที่น่าสนใจในกลุ่มลูกค้าองค์กร (B2B) ที่ยังคงมีการลงทุนเพื่อเพิ่มประสิทธิภาพ
ผลประกอบการปี 2568 สะท้อนให้เห็นว่าภาคธุรกิจยังต้องการเทคโนโลยีที่ช่วยลดต้นทุนในระยะยาว โดยกลุ่มสินค้า B2B ของเอปสันทำผลงานได้อย่างโดดเด่น ไม่ว่าจะเป็นเครื่องพิมพ์อิงค์เจ็ทเพื่อธุรกิจที่เติบโตสูงถึง 40% สแกนเนอร์ 25% เครื่องพิมพ์ฉลากสี ColorWorks 20% เครื่องพิมพ์ป้ายโฆษณา 10% และหุ่นยนต์อุตสาหกรรม 20%
ตัวเลขเหล่านี้ชี้ชัดว่า องค์กรต่างๆ กำลังมองหาโซลูชันที่ช่วยประหยัดพลังงานและลดต้นทุนการเป็นเจ้าของ (TCO) มากกว่าการเลือกสินค้าราคาถูกที่มีต้นทุนแฝงสูงในระยะยาว
ขณะเดียวกัน บริษัทคาดว่ารายได้รวมปี 2568 จะทรงตัวใกล้เคียงปีก่อนหน้า แม้ตลาด B2C จะชะลอตัว แต่การเติบโตของพอร์ต B2B ช่วยพยุงภาพรวมธุรกิจไว้ได้ สะท้อนการปรับน้ำหนักเชิงกลยุทธ์สู่ตลาดองค์กรอย่างชัดเจน
[ กางแผนปี 2569 ยึดกลยุทธ์ ‘Customer Value First’ ]
สำหรับทิศทางในปี 2569 ‘ยรรยง มุนีมงคลทร’ ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัดเล่าว่าเอปสันตั้งเป้าเติบโตไม่ต่ำกว่า 5% โดยจะไม่ลงแข่งขันในสงครามราคา แต่ใช้แนวคิด Customer Value First หรือการส่งมอบ “คุณค่ารวม” ให้ลูกค้า ผ่านการผสานโซลูชัน บริการ และแนวทางด้านความยั่งยืนเข้าด้วยกัน
ในตลาด B2B บริษัทจะเดินหน้ากลยุทธ์ Acceleration & Expansion เจาะลึกตามอุตสาหกรรม (Vertical Penetration) โดยเฉพาะกลุ่มสาธารณสุข การศึกษา และภาคอุตสาหกรรม พร้อมเสริมความแข็งแกร่งเครือข่ายพาร์ทเนอร์ และพัฒนาโซลูชันเฉพาะทางที่ตอบโจทย์ลูกค้าองค์กรแต่ละกลุ่มอย่างตรงจุด
โดยตลาด B2C จะใช้แนวทาง Defense & Premiumization รักษาฐานผู้นำตลาด พร้อมขยับพอร์ตสินค้าไปสู่ระดับพรีเมียม เช่น โปรเจคเตอร์ซีรีส์ Lifestudio ที่มาพร้อมเทคโนโลยี Google TV และระบบเสียง Bose เพื่อตอบโจทย์ไลฟ์สไตล์คนรุ่นใหม่ และหลีกเลี่ยงการแข่งขันด้านราคาที่รุนแรงในตลาดแมส
ในส่วนงานบริการ บริษัทเดินหน้าปฏิวัติระบบหลังการขายด้วย Service CRM ใหม่ และระบบ Smart Routing บริหารงานซ่อมแบบเรียลไทม์ ผ่านเครือข่ายศูนย์บริการ 175 แห่งทั่วประเทศ พร้อมยกระดับมาตรฐาน SLA ให้รวดเร็วและแม่นยำยิ่งขึ้น รวมถึงพัฒนา Thailand & Regional Parts Central Hub เพื่อบริหารจัดการอะไหล่และลดเวลารอคอยของลูกค้าองค์กร
[ ไม่ย้ายฐานผลิต มองอาเซียนเป็นโอกาส ]
ท่ามกลางกระแสเศรษฐกิจผันผวนและประเด็นการย้ายฐานการผลิต นายยรรยง มุนีมงคลทร ผู้อำนวยการบริหาร บริษัท เอปสัน (ประเทศไทย) จำกัด ยืนยันชัดเจนว่า “ไม่มีแผนย้ายฐานการผลิตออกจากไทย” โดยมองว่าไทย ฟิลิปปินส์ และอินโดนีเซีย กำลังได้รับประโยชน์จากสงครามการค้าและภูมิรัฐศาสตร์ที่ทำให้โรงงานจากจีนย้ายฐานเข้ามาในอาเซียน ส่งผลให้ความต้องการเครื่องพิมพ์ฉลากและโซลูชันอุตสาหกรรมเติบโตตามไปด้วย
นอกจากนี้ เอปสันยังวาง ESG เป็นแกนหลักของการดำเนินธุรกิจในระยะยาว ผ่านเทคโนโลยี Heat-Free ในเครื่องพิมพ์ EcoTank ระบบรีไซเคิลกระดาษ PaperLab และโครงการรีไซเคิลขวดหมึกที่นำกลับมาผลิตเป็นโต๊ะเรียนมากกว่า 50,000 ขวด รวมถึงแคมเปญลดการใช้พลาสติก “วิถีไทยไร้พลาสติก” ที่ดำเนินต่อเนื่องเป็นปีที่ 3
“ความยั่งยืนคือทางรอดในภาวะที่ตลาดซึม ลูกค้าจะเลือกจ่ายเฉพาะสิ่งที่จำเป็น หน้าที่ของเราคือพิสูจน์ว่าเทคโนโลยีของเอปสันคือเครื่องมือสร้างกำไรและลดต้นทุน พร้อมย้ำจุดยืนด้าน ESG ทั้งการลดพลาสติกและโครงการรีไซเคิลขวดหมึก ซึ่งไม่ใช่แค่การตลาดแต่เป็นหัวใจของการดำเนินธุรกิจยุคใหม่ นั่นคือความคุ้มค่าที่ยั่งยืนที่สุด” นายยรรยง กล่าวทิ้งท้าย