โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

ไม่อยากมีความสุขแค่วันเสาร์–อาทิตย์ จากโปรแกรมเมอร์ สู่แบรนด์เสื้อผ้า ARAIA ยอมทิ้งความมั่นคงมาทำสิ่งที่รัก

SME THAILAND ONLINE

เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี
เพราะความมั่นคงในชีวิต อาจไม่ใช่คำตอบของความสุข นำไปสู่การตัดสินใจหันหลังให้เส้นทางโปรแกรมเมอร์ แล้วเริ่มต้นใหม่ในวงการแฟชั่น จนกลายเป็น ARAIA แบรนด์เสื้อผ้า Craftsmanship ที่ไม่ได้ตั้งใจจะตามเทรนด์ แต่ตั้งใจจะเป็นตัวเองอย่างที่สุด

Text: Wipawan In.

ในวันที่ใครหลายคนเชื่อว่าความมั่นคงคือคำตอบของชีวิต “อาชีพโปรแกรมเมอร์” คือปลายทางในฝันของคนจำนวนมาก แต่สำหรับ เจเจ ชิน วัฒนะโภคา ความมั่นคงกลับไม่ใช่สิ่งที่ทำให้เขามีความสุข ชีวิตที่เดินเป็นรูทีนซ้ำ ๆ เพื่อรอคอยวันหยุด ทำให้เกิดการตัดสินใจหันหลังให้เส้นทางโปรแกรมเมอร์ แล้วเริ่มต้นใหม่ในวงการแฟชั่น จนกลายเป็น ARAIA แบรนด์เสื้อผ้า Craftsmanship ที่ไม่ได้ตั้งใจจะตามเทรนด์ แต่ตั้งใจจะเป็นตัวเองอย่างที่สุด

จากโปรแกรมเมอร์ที่ชีวิตน่าเบื่อ สู่การค้นพบความสุขในเสื้อผ้า

ก่อนจะมี ARAIA ชีวิตของเจเจเดินอยู่บนเส้นทางที่ดู “ถูกต้อง” ในสายตาสังคม เขาเรียนโปรแกรมเมอร์ในอินเดียถึง 3 ปี ก่อนจะไปต่อที่ญี่ปุ่นด้วยความตั้งใจจะพัฒนาทักษะด้านเทคโนโลยีให้ลึกยิ่งขึ้น แต่ชีวิตในต่างแดนกลับทำให้เขาได้เห็นอีกด้านหนึ่งของตัวเอง วันที่ต้องเรียนภาษา ทำงานพาร์ตไทม์เป็นเด็กเสิร์ฟ ล้างจาน ทิ้งขยะ และใช้ชีวิตแบบวนลูป จันทร์ถึงศุกร์ ทำให้เขารู้สึกว่าความสุขของตัวเองถูกจำกัดไว้แค่วันเสาร์–อาทิตย์เท่านั้น

“เรารอคอยวันหยุด ทำให้ค่อย ๆ ตั้งคำถามกับตัวเองว่า นี่คือชีวิตที่อยากอยู่ไปตลอดจริงหรือไม่ คำตอบของเรากลับปรากฏขึ้นในช่วงเวลาที่ได้ “แต่งตัว” ได้เลือกเสื้อผ้า และได้เป็นตัวเองอย่างเต็มที่ ในวันธรรมดาที่ชีวิตดูเงียบและน่าเบื่อ เสื้อผ้ากลับเป็นสิ่งเดียวที่ทำให้เรารู้สึกมีชีวิต การได้เดินเลือกเสื้อผ้า แต่งตัว และสังเกตตัวเองในกระจก กลายเป็นช่วงเวลาที่รู้สึก “เป็นตัวเอง” มากที่สุด แม้ในตอนแรกจะยังไม่รู้ตัวว่านี่คือความชอบที่แท้จริง แต่ความรู้สึกนั้นค่อย ๆ ชัดเจนขึ้นเรื่อย ๆ จนเริ่มยอมรับว่า สิ่งที่รักอาจไม่ใช่การเขียนโค้ด แต่คือการได้อยู่กับเสื้อผ้า”

หลังโควิด เจเจตัดสินใจกลับประเทศไทย และเลือกทำในสิ่งที่เขาไม่เคยคิดว่าจะทำมาก่อน นั่นคือการเรียนแฟชั่นอย่างจริงจัง ใช้เวลากว่า 2 ปีในหลักสูตร Diploma เพื่อเรียนรู้ตั้งแต่พื้นฐาน จนถึงกระบวนการสร้างแบรนด์เสื้อผ้า แม้จะต้องใช้เงินเก็บทั้งหมด โดยไม่มีรายได้เข้ามาเลยนานกว่าปีครึ่ง แต่เขาไม่เคยคิดจะหันกลับไปเป็นโปรแกรมเมอร์ เพราะสำหรับเขา การได้ทำในสิ่งที่รักสำคัญกว่าคำว่า “มั่นคง” จนเกิดเป็นแบรนด์ “ARAIA”

เสื้อผ้าที่ไม่ใช่แค่ใส่ แต่ต้อง “มีชีวิต”

ARAIA เกิดขึ้นโดยไม่ได้มีแผนธุรกิจที่ซับซ้อน หรือกลยุทธ์การตลาดที่หวือหวา แต่เริ่มจากความตั้งใจง่าย ๆ นั่นคือการรวมสิ่งที่ตัวเองชอบมาใส่ไว้ในแบรนด์ เจเจหลงใหลในของเล่น คาแรคเตอร์ และความรู้สึกที่วัตถุไม่มีชีวิตดูเหมือนมีตัวตน เขาจึงอยากให้ ARAIA “มีชีวิต” และมีคาแรคเตอร์เป็นของตัวเอง

“ทั้ง ลิ้น ดวงตา ปาก และตัวละครที่ปรากฏอยู่ในงานของ ARAIA เราไม่ได้สร้างมาเพื่อความน่ารักเพียงอย่างเดียว แต่คือสัญลักษณ์ของการตั้งคำถาม การไม่แคร์สายตาคนอื่น และการตะโกนบอกโลกว่า “นี่คือตัวฉัน” เสื้อผ้าทุกชิ้นถูกออกแบบให้เป็นเหมือนตัวแทนของคนที่ใส่ คนที่ไม่อยากเหมือนใคร และไม่จำเป็นต้องอธิบายตัวเองให้ใครเข้าใจ เราไม่ใช่คนวาดรูปเป็น ที่ผ่านมาเน้นสายคำนวณมาตลอด แต่สิ่งที่เราสื่อสารออกไปมาจากความชอบและความตั้งใจล้วน ๆ”

แม้เจเจจะไม่ได้เป็นคนวาดรูปหรือออกแบบแพตเทิร์นด้วยตัวเองทั้งหมด แต่ทำหน้าที่เป็นเหมือน Director ของแบรนด์ คอยกำหนดทิศทาง อารมณ์ และตัวตนของทุกคอลเลกชัน ARAIA จึงไม่ใช่แบรนด์ที่ถูกขับเคลื่อนด้วย “เทรนด์” แต่ขับเคลื่อนด้วยแพสชัน วินัย และความสม่ำเสมอในการทำสิ่งเดิมให้ดีที่สุดทุกวัน

เลือกเดินช้า แต่เดินด้วยคุณภาพ

หนึ่งในหัวใจสำคัญของ ARAIA คือคำว่า Craftsmanship เสื้อผ้าทุกชิ้นยังคงทำมือโดยทีมเล็ก ๆ ของแบรนด์ ตั้งแต่การทำแพตเทิร์น การขึ้นโครง ไปจนถึงการตัดเย็บในบางส่วน แม้จะใช้จักรในขั้นตอนที่จำเป็น แต่ทุกกระบวนการยังอยู่ภายใต้การควบคุมคุณภาพอย่างใกล้ชิด นี่คือเหตุผลที่ ARAIA ไม่สามารถเป็น Fast Fashion และไม่ตั้งใจจะเป็นเช่นนั้น

เจเจเลือกวางตำแหน่งแบรนด์ไว้ในตลาดเฉพาะกลุ่ม (Niche Market) สำหรับคนที่มองหาเสื้อผ้าที่มีเรื่องราว มีตัวตน และไม่เหมือนใคร เขาไม่สนใจการแข่งขันในตลาดแมส และไม่รู้สึกกดดันกับเทรนด์แฟชั่นที่เปลี่ยนไป เพราะเชื่อว่าถ้าสินค้าดีจริง จะต้องมีคนที่ชอบ

“การเปิดตัวแบรนด์ครั้งแรกเมื่อเดือนตุลาคมในงานแฟชั่นโชว์อาจได้คำชมมากมาย แต่ยังไม่มีใครเข้าใจว่า ARAIA คืออะไร จนกระทั่งแบรนด์เราเลือกลงมาสื่อสารกับลูกค้าแบบออฟไลน์ ผ่านการออกบูธงานต่างๆ ให้คนได้เห็น ได้จับ และได้สัมผัสงานจริง เมื่อเราเริ่มมียอดขาย ความมั่นใจของทีมก็เริ่มกลับมา ก่อนที่จะก้าวเข้าสู่ในโลกออนไลน์ จนมีคนที่ “เป็นเหมือนกัน” เข้ามาเจอแบรนด์มากขึ้นเรื่อย ๆ

สำหรับอนาคต ARAIA ยังไม่มีแผนขยายแบบหวือหวา ไม่มีเป้าหมายจะโตเร็ว แต่มีความตั้งใจชัดเจนในการรักษาคุณภาพ และค่อย ๆ เติบโตอย่างมั่นคง เจเจเชื่อว่าสุดท้ายแล้ว “ผลลัพธ์” จะเป็นคำตอบที่ชัดเจนที่สุด ไม่ใช่คำอธิบาย และความฝันของเขาไม่ได้หยุดอยู่แค่แบรนด์หนึ่งแบรนด์ แต่คือการอยากเห็นเสื้อผ้าไทยถูกจดจำในฐานะงานคราฟต์ที่คนทั่วโลกยอมบินมาเพื่อสัมผัสด้วยตัวเอง

www.smethailandclub.com
ศูนย์รวมข้อมูลธุรกิจเอสเอ็มอี

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...