โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ITC เปิดแผนปี 69 รุกหนักอาหารสัตว์พรีเมียม เดินหน้าชูนวัตกรรมดันรายได้ 15%

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 04 ก.พ. เวลา 14.55 น. • เผยแพร่ 04 ก.พ. เวลา 14.55 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายภาคย์ ชีวรักษ์สกุล ประธานเจ้าหน้าที่บริหารด้านพาณิชย์ บริษัท ไอ-เทล คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) หรือ ITC เปิดเผยทิศทางการดำเนินธุรกิจและแผนยุทธศาสตร์ด้านนวัตกรรม (Innovation Road Map) สำหรับปี 2569 ว่า บริษัทฯ ยังคงตอกย้ำความเป็นผู้นำระดับโลกในตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงแบบเปียก (Wet Pet Food) โดยมีสัดส่วนยอดขายหลักจากตลาดสหรัฐอเมริกา 57% ยุโรป 14% และตลาดเอเชียและโอเชียเนียรวมกันอีกกว่า 29% ซึ่งมีประเทศญี่ปุ่นและไต้หวันเป็นตลาดสำคัญ

สำหรับผลการดำเนินงานในช่วง 9 เดือนของปีที่ผ่านมา บริษัทฯ มีรายได้รวมกว่า 13,000 ล้านบาท โดยโครงสร้างรายได้มาจากอาหารแมวในสัดส่วน 68% อาหารสุนัข 17% และขนมทานเล่นสำหรับสัตว์เลี้ยง (Treats) อีก 15% ทั้งนี้ รูปแบบธุรกิจของ ITC มุ่งเน้นการส่งออกเป็นหลัก คิดเป็นสัดส่วนถึง 98% เพื่อจำหน่ายให้แก่ลูกค้าที่เป็นเจ้าของแบรนด์ระดับโลก (Global Brand) และผู้ค้าปลีกรายใหญ่ (Retailers) ขณะที่อีก 2% เป็นการทำตลาดในประเทศภายใต้แบรนด์ของบริษัท

นายภาคย์กล่าวต่อว่าทิศทางตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงในปี 2569 ยังคงได้รับแรงสนับสนุนจาก 3 เมกะเทรนด์สำคัญของโลก ได้แก่ กระแส Pet Centric Household หรือการเลี้ยงสัตว์เสมือนสมาชิกในครอบครัว (Humanization) ซึ่งพบว่ากลุ่มผู้บริโภค Gen Z และ Millennials กว่า 70% มีพฤติกรรมดังกล่าว ส่งผลให้ตลาดอาหารสัตว์เลี้ยงมีแนวโน้มเติบโตอย่างต่อเนื่อง โดยคาดว่ามูลค่าตลาดโลกจะเพิ่มขึ้นแตะระดับ 53,000 ล้านดอลลาร์สหรัฐในปี 2573

ขณะเดียวกัน เทรนด์ Longevity หรือการดูแลสุขภาพสัตว์เลี้ยงเพื่ออายุที่ยืนยาวและคุณภาพชีวิตที่ดีขึ้น ยังคงได้รับความสนใจเพิ่มขึ้นอย่างมีนัยสำคัญ โดยเจ้าของสัตว์เลี้ยงกว่า 78% มองหาอาหารที่มีคุณค่าทางโภชนาการและมีคุณสมบัติช่วยชะลอวัย อีกทั้งมาตรฐานอาหารสัตว์เลี้ยงระดับพรีเมียม (Standardization of Premium) และการใช้วัตถุดิบเกรดเดียวกับอาหารคน (Human Grade) กำลังกลายเป็นมาตรฐานใหม่ของอุตสาหกรรมในระดับโลก

สำหรับเป้าหมายในปี 2569 บริษัทฯ ตั้งเป้าผลักดันสัดส่วนรายได้จากกลุ่มสินค้านวัตกรรมให้เพิ่มขึ้นเป็น 15% ของรายได้รวม ผ่าน 3 กลยุทธ์หลัก ประกอบด้วย กลยุทธ์ Innovation through Open Collaboration โดยร่วมมือกับสถาบันการศึกษาชั้นนำ 5 แห่ง นำโดยมหาวิทยาลัยมหิดล เพื่อวิจัยและพัฒนาผลิตภัณฑ์ใหม่อย่างต่อเนื่อง

นอกจากนี้ บริษัทฯ ยังเดินหน้ากลยุทธ์ Journey towards Longevity มุ่งพัฒนาอาหารเพื่อสุขภาพและการชะลอวัยของสัตว์เลี้ยง โดยในปี 2569 เตรียมเปิดตัวผลิตภัณฑ์กลุ่มอาหารเสริม (Supplement) และโปรตีนไฮโดรไลซิส (Hydrolyzed Protein) สำหรับสัตว์เลี้ยงที่มีอาการแพ้โปรตีน รวมถึงวางแผนต่อยอดสู่โภชนาการเฉพาะบุคคล (Personalized Nutrition) ภายในปี 2573

ขณะเดียวกัน บริษัทฯ ให้ความสำคัญกับกลยุทธ์ Proven Palatability โดยการการันตีความน่ากินของผลิตภัณฑ์ผ่านศูนย์ i-Cattery ซึ่งเป็นศูนย์วิจัยเชิงลึกด้านประสาทสัมผัสของสัตว์เลี้ยง และได้รับการยอมรับจากแบรนด์อาหารสัตว์เลี้ยงระดับโลก

นายภาคย์ กล่าวทิ้งท้ายว่า บริษัทฯ มั่นใจว่าปี 2569 จะเป็นปีแห่งการเติบโตอย่างแข็งแกร่ง โดยนวัตกรรมจะทำหน้าที่เป็นเกราะป้องกันทางธุรกิจ (Strategic Shield) จากการแข่งขันที่รุนแรง ด้วยจุดแข็งด้านศักยภาพการผลิตและคุณภาพสินค้าที่เหนือกว่าคู่แข่ง ประกอบกับสัญญาณบวกจากคำสั่งซื้อในช่วงไตรมาสแรกที่ออกมาอย่างน่าประทับใจ สอดคล้องกับพันธกิจของบริษัทในการสร้างโลกแห่งความสุขและสุขภาพที่ดีให้กับสัตว์เลี้ยงทั่วโลก

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...