โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ไอที ธุรกิจ

สคร.ลุยซื้อคืนรถไฟฟ้า BEM-BTS ขาลงจำกัด

ทันหุ้น

อัพเดต 1 วันที่แล้ว • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

#สคร. #ทันหุ้น – สคร. ศึกษาตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐาน 2 แสนล้านบาท ซื้อคืนรถไฟฟ้า รองรับค่าโดยสาร 20–40 บาทตลอดสาย ใช้โมเดลวายุภักษ์การันตีผลตอบแทน คาดใช้เวลาศึกษา 8 เดือน ก่อนเริ่มซื้อคืนปลายปี 2569 เล็งสายสีเขียว-ส้ม พร้อมจ้างเอกชนเดินรถ นักวิเคราะห์มองจำกัดความเสี่ยงขาลงหุ้นระบบราง แนะ “ถือ” BTS เป้า 2.74 บาท “ซื้อ” BEM เป้า 10.86 บาท

นายธิบดี วัฒนกุล ผู้อำนวยการสำนักงานคณะกรรมการนโยบายรัฐวิสาหกิจ (สคร.) เปิดเผยว่า สคร.อยู่ระหว่างศึกษาการจัดตั้งกองทุนโครงสร้างพื้นฐานมูลค่า 2 แสนล้านบาท เพื่อซื้อโครงการรถไฟฟ้าทุกสายในกรุงเทพฯ และปริมณฑลกลับมาเป็นของรัฐ มุ่งสู่โมเดลSingle Owner รองรับนโยบายค่าโดยสาร 20 บาทต่อเที่ยว หรือ 40 บาทตลอดวัน โดยคาดว่าจะเริ่มกระบวนการได้ในช่วงปลายปีนี้หรือต้นปีหน้า หลังใช้เวลาปรับแก้สัญญาสัมปทานราว 8 เดือน

ทั้งนี้ แนวทางการจัดตั้งกองทุนอยู่ระหว่างพิจารณาว่าจะใช้กองทุนโครงสร้างพื้นฐาน Thailand Future Fund ที่มีอยู่เดิม หรือจัดตั้งกองทุนใหม่ เพื่อให้สอดคล้องกับอายุโครงการและการระดมทุนระยะยาว โดยแหล่งเงินจะมาจากการขายหน่วยลงทุนให้กับทั้งประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน ควบคู่กับงบประมาณสนับสนุนจากภาครัฐตามระดับค่าโดยสารที่กำหนด

“ตามแผนที่สคร.ศึกษาคาดว่าจะใช้ระยะเวลาราว 8 เดือน ดังนั้น คาดว่าจะเริ่มดำเนินการซื้อโครงการทั้งหมดมาเป็นของรัฐได้ราวปลายปี 2569 นี้หรือต้นปีหน้า โดยอาจจะนำรูปแบบกองทุนวายุภักษ์มาใช้โดยการการันตีผลตอบแทนผู้ถือหน่วยลงทุนใน Thailand future Fund เพื่อซื้อโครงการรถไฟฟ้า เช่น ที่ไม่ต่ำกว่า 3% และด้วยขนาดกองทุนซึ่งค่อนข้างใหญ่ อาจจำเป็นต้องขายหน่วยลงทุนให้กับทั้งประชาชนทั่วไปและนักลงทุนสถาบัน และงบประมาณภาครัฐ ในสัดส่วน 50:50”

ขณะเดียวกัน สคร.พิจารณานำโมเดลกองทุนวายุภักษ์มาใช้ ด้วยการการันตีผลตอบแทนผู้ถือหน่วยลงทุนไม่ต่ำกว่า 3% โดยผลการศึกษาพบว่าต้นทุนค่าโดยสารเฉลี่ยของรถไฟฟ้าทั้งระบบอยู่ที่ราว 30 บาท และกว่า 70% ของผู้โดยสารใช้บริการเดินทางไป-กลับต่อวัน หากมีการลดค่าโดยสารจะช่วยเพิ่มจำนวนผู้ใช้บริการ และเร่งให้รัฐเข้าสู่จุดคุ้มทุนได้เร็วขึ้น

@เขียว – ส้มเป็นเป้าหลัก

นายธิบดี ระบุว่า โครงข่ายรถไฟฟ้าสายสีเขียวและสายสีส้มถือเป็นโครงข่ายหลักที่รัฐควรถือครอง เนื่องจากเป็นเส้นทางแนวเหนือ–ใต้ และตะวันออก–ตะวันตกของกรุงเทพฯ และปริมณฑล ซึ่งเป็นโครงข่ายที่มีผู้ใช้บริการจำนวนมาก โดยรถไฟฟ้าสายสีเขียวทั้งในเขตเมืองและส่วนต่อขยายจะหมดอายุสัมปทานภายในปี 2572 ทำให้รัฐยังมีอำนาจต่อรองในการพิจารณาซื้อคืนในราคาที่เหมาะสม พร้อมเปิดโอกาสให้ภาคเอกชนเป็นผู้เดินรถต่อไป ภายใต้เงื่อนไขที่เป็นประโยชน์ต่อรัฐ

ขณะที่รถไฟฟ้าโมโนเรลสายสีชมพูและสายสีเหลือง ซึ่งปัจจุบันผลการดำเนินงานของเอกชนยังขาดทุน มีแนวโน้มที่ภาคเอกชนจะสนใจขายคืนโครงการ ส่งผลให้รัฐมีอำนาจต่อรองสูงกว่า ส่วนรถไฟฟ้าสายสีส้มยังอยู่ระหว่างการก่อสร้าง และคาดว่าจะแล้วเสร็จทั้งระบบในช่วงปี 2573–2574

@จำกัดความเสี่ยงขาลง

นักวิเคราะห์ บริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) ระบุ ประเด็นดังกล่าวถือเป็นปัจจัยจำกัดความเสี่ยง “ขาลง” (Downside Risk) ของราคาหุ้นกลุ่มขนส่งระบบไฟฟ้าทางราง แต่ยังไม่ถือเป็นปัจจัยใหม่ที่จะเข้ามาหนุนเชิงจิตวิทยาต่อการกลับตัวรอบใหม่(Upside Risk) อย่างมีนัยสำคัญ

โดยประเด็นการซื้อคืนสัมปทานจะส่งผลโดยตรงต่ออัตราค่าโดยสารรถไฟฟ้าสาธารณะทั้งระบบ ซึ่งจะกระตุ้นให้ปริมาณผู้โดยสารเร่งตัวขึ้น หนุนศักยภาพการหารายได้ด้านการบริหารจัดการพื้นที่ภายในสถานีรถไฟฟ้า และอัตราค่าโฆษณาภายในสถานีรถไฟฟ้าอย่างมีนัยสำคัญ ซึ่งจะส่งผลดีต่อ VGI และPLANB อย่างมีนัย

อย่างไรก็ตามในเชิงปัจจัยพื้นฐานหุ้นขนส่งสาธารณะระบบรางไฟฟ้าในปี 2569 ยังไม่มีปัจจัยเอื้อให้เกิดการเติบโตรอบใหม่ (New S-Curve) โดยเฉพาะ BTS ซึ่งเริ่มขยายเข้าสู่ธุรกิจพัฒนาอสังหาริมทรัพย์เพื่อขายในระดับราคากลาง – ล่างที่อาจไม่สามารถให้ผลตอบแทนได้ตามที่บริษัทตั้งเป้า จึงแนะนำ“ถือ” ราคาเหมาะสม 2.74 บาท

ขณะที่ BEM ภาพรวมปี 2569 ปริมาณผู้โดยสารมีแนวโน้มเติบโตจากฐานต่ำในปี 2568 แต่ยังคงเติบโตในอัตราราว 3-4% YoY ตามพื้นฐานธุรกิจ โดยจะเข้าสู่ช่วง New S-Curve อย่างชัดเจนในปี 2571 จากทั้งการปรับขึ้นค่าทางด่วน (ตามรอบสัญญา) และการเปิดให้บริการรถไฟฟ้าสายสีส้มตะวันออก (ศูนย์วัฒนธรรม – มีนบุรี) ที่จะเพิ่มทั้งปริมาณผู้โดยสาร และรายได้อย่างมีนัยสำคัญ จึงแนะนำ “ซื้อ” ราคาเหมาะสม 10.86 บาท

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...