โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เอฟบีไอ-ผู้ช่วยทูตทหาร บุกรังสแกมเมอร์ พบหลักฐานลวงเหยื่ออื้อ

กรุงเทพธุรกิจ

อัพเดต 9 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 2 ก.พ. 69 พล.ท.ธีรนันท์ นันทขว้าง เจ้ากรมข่าวทหารบก นำคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศประจำประเทศไทย 20 ประเทศ เช่น สหรัฐอเมริกา ,มาเลเซียและเวียดนาม รวมถึงเจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ร่วมกิจกรรม Open House ตรวจเยี่ยมหน่วยทหาร และลงพื้นที่ชายแดนไทย-กัมพูชา บริเวณจุดผ่านแดนช่องจอม จ.สุรินทร์ เพื่อติดตามสถานการณ์ชายแดน และการปราบปรามอาชญากรรมข้ามชาติ โดยเฉพาะปัญหาสแกมเมอร์ ที่สร้างผลกระทบในหลายประเทศ และบ่อนทำลายความมั่นคงในภูมิภาค

โดยมี พล.ต.อ. ธัชชัย ปิตะนีละบุตร รองผู้บัญชาการตำรวจแห่งชาติ ที่กำกับดูแลเรื่องการแก้ปัญหาอาชญากรรมทางไซเบอร์ ร่วมคณะ เพื่อติดตามความคืบหน้าการปราบปรามสแกมเมอร์ พิ้นที่ชายแดนช่องจอม-โอร์เสม็ด และตัวแทนองค์กรเอกชน หรือ NGO เช่น นาย สุณัย ผาสุข ที่ปรึกษาองค์กรฮิวแมนไรท์วอทช์ ประจำประเทศไทย ร่วมสังเกตการณ์

โดยคณะผู้ช่วยทูตทหารต่างประเทศทั้ง 20 ประเทศและ เจ้าหน้าที่เอฟบีไอ ได้เข้าสำรวจพื้นที่จริงบริเวณจุดผ่านแดนถาวรช่องจอม อำเภอกาบเชิง จังหวัดสุรินทร์ ตรงข้าม เมืองโอร์เสม็ด จ.อุดรมีชัย เพื่อรับทราบสถานการณ์จริงเกี่ยวกับปัญหาสแกมเทอร์ ในพื้นที่โอร์เสม็ด หลังจากเกิดเหตุปะทะบริเวณชายแดนไทย-กัมพูชาเมื่อเดือน ธ.ค. 2568

โดยพื้นที่โอร์เสม็ด มีฐานสแกมเมอร์หลัก 2 แห่ง คือ โอร์เสม็ดรีสอร์ต และรอยัลฮิล โดยเฉพาะในส่วนของ รอยัลฮิล ที่มีอาคารสูง 6 ชั้น จำนวน 3 อาคาร ใช้เป็นที่พักและห้องทำงานของสแกมเมอร์ ที่แยกเป็นประเทศต่างๆ เช่น เวียดนาม สิงคโปร์ อินเดีย และมีอาคารผู้บริหารแยกออกมา 1 อาคาร รวมถึงห้องอาหาร ร้านค้า

ซึ่งภายในอาคารต่างๆ มีหลักฐานมากมายที่กลุ่มสแกมเมอร์เคยใช้หลอกลวงประชาชน เช่น การจัดฉากหน่วยงานราชการของประเทศต่างๆ อาทิ สถานีตำรวจ และธนาคารที่ใช้ในการหลอกลวงเหยื่อ เอกสารรายชื่อของเหยื่อในประเทศต่างๆ เสื้อผ้าชุดตำรวจ รวมถึงยังมีเครื่องใช้ไฟฟ้า และของใช้ส่วนตัวทิ้งไว้

ทั้งนี้ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า การลงพื้นที่ในวันนี้ เพื่อต้องการสื่อสาร ให้สังคมภายนอกได้รับรู้ว่ามีการก่ออาชญากรรมที่มีผลต่อมวลมนุษยชาติ ภายหลังตรวจสอบอาคารต่างๆ ที่มีความสัมพันธ์กัน ตรวจสอบพบโครงสร้างสแกมเมอร์ เซ็นเตอร์ที่เป็นระบบ มีขั้นตอนการทำงานที่ละเอียด รวมทั้งตรวจสอบพบหลักฐาน เช่น สิ่งจำลองที่ใช้ในการหลอกลวง โดยทางเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ทำการรวบรวมหลักฐานไว้ทั้งหมดแล้ว ส่วนกองทัพมีหน้าที่อำนวยความสะดวกในการเข้าพื้นที่

เมื่อถามว่า ในอดีตพื้นที่นี้มีการขอความร่วมมือฝ่ายกัมพูชา แต่ไม่ได้รับความร่วมมือ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า เราขอความร่วมมือไปหลายพื้นที่ ซึ่งหลายพื้นที่เราพบว่ามีคนไทยเป็นเหยื่อการค้ามนุษย์เหล่านี้ที่ถูกกักขังและทรมาน แต่กลับได้คำตอบว่าเข้าไปดูแล้วไม่พบคนไทย จึงไม่ได้รับการช่วยเหลือ

เมื่อถามว่า นอกจากจะเป็นฐานสแกมเมอร์แล้วแต่หชับมีการตรวจสอบพบการบินโดรนนั้น มีความเชื่อมโยงในการใช้เป็นฐานบัญชาการโจมตีไทยหรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า ย้อนกลับไปในการปะทะครั้งที่สอง เราตรวจสอบพบโดรนบินขึ้นเป็น 100 ลำ มีการใช้โดรนพลีชีพพุ่งชนจนทำให้เกิดระเบิด และทำให้กำลังพลของไทยได้รับบาดเจ็บ จึงเป็นเป้าหมายทางทหารอย่างชัดเจน ทางกองกำลังจึงปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่นี้ ซึ่งในขั้นต้นเราไม่ทราบว่าพื้นที่นี้เป็นฐานสแกมเมอร์ ภายหลังจากที่เราปฏิบัติการทางทหารในพื้นที่แห่งนี้ เราตรวจสอบพบขบวนรถจำนวนมาก และมีกำลังทหารเข้าออกอย่างพลุกพล่าน จึงยืนยันว่ามีการใช้พื้นที่นี้ปฏิบัติการทางทหาร

เมื่อถามว่า พื้นที่บริเวณนี้เราควบคุมไว้ได้กี่ไร่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า เท่าที่พูดคุยกับกองกำลังประมาณ 100 ไร่ ซึ่งเป็นสิ่งปลูกสร้างสแกมเมอร์

เมื่อถามว่า มีการตรวจพบไฟฟ้าในพื้นที่ยังส่องสว่างอยู่นั้น พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า หากมองไปรอบๆ ตามอาคารจะพบแผงโซล่าเซลล์ และการตรวจการณ์จากฝั่งไทยช่วงกลางคืนจะพบความสว่าง แต่ในอาคารพบว่าไม่มีไฟฟ้า

เมื่อถามว่า หลักฐานที่พบทั้งหมดจะรวบรวมไปบอกให้โลกรู้ว่ากัมพูชาเป็นแหล่งสแกมเมอร์หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า การคือการจะบอกว่าเป็นแหล่งของ สแกมเมอร์โลกก็คือการรวบรวมหลักฐาน แต่เราต้องการให้สังคมได้รับรู้ และเห็นภาพจึงนำสื่อมวลชนลงพื้นที่วันนี้

เมื่อถามว่าคิดว่ามีรัฐบาลของกัมพูชาหนุนหลังหรือไม่ เพราะเป็นอาณาจักรที่ใหญ่มาก พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า ต้องรอพิสูจน์หลักฐานที่เชื่อมโยงว่าเป็นอย่างไรเป็นเรื่องของกระบวนการสืบสวน นอกเหนือขีดความสามารถของกองทัพ

เมื่อถามว่า เราจะดูแลและควบคุมพื้นที่นี้ไปถึงเมื่อไหร่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า เราปฏิบัติการถ้อยแถลงร่วมในการวางกำลัง ตรงไหนก็คือตรงนั้น เราอยู่ในที่วางกำลังส่วนการเจรจา ทั้งหมดจะกลับไปที่เจบีซีและจีบีซี

เมื่อถามว่า ภายหลังยุติการปะทะแล้ว มีความพยายามของฝ่ายกัมพูชาจะกลับเข้ามาในพื้นที่หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า ยังไม่พบการกลับเข้ามา แต่เราไม่แน่ใจเรื่องสาเหตุ แต่ก็จะมีการกันไม่ให้ฝ่ายกัมพูชาเข้ามาในบริเวณนี้ เมื่อถามต่อว่า ในฝั่งตรงข้ามไม่มีการสร้างถนน หรือบังเกอร์ที่มีความพร้อมใช่หรือไม่ พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า การเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองฝ่ายโดยหลักการทางทหารหลังปฏิบัติการทางทหารก็จะสร้างการป้องกันตนเอง เพื่อความปลอดภัยเพราะฉะนั้นการดำเนินการการเหล่านี้ถือเป็นเรื่องปกติของทั้งสองฝ่าย การดำเนินการของเขาในฝั่งเขาอาจจะไม่ใช่สิ่งบอกเหตุที่จะรุกรานเรามากนัก แต่ก็เป็นสิ่งที่ต่างฝ่ายต้องระวังไว้ ส่วนพื้นที่ดังกล่าวจะเป็นอย่างไรในอนาคตขึ้นอยู่กับการประชุมในอนาคต ซึ่งในขณะนี้เราต้องรอรัฐบาลชุดใหม่ในส่วนของทหารก็ต้องรักษาพื้นที่ ในลักษณะนี้เอาไว้ก่อน

เมื่อถามว่าในด้านการข่าวมีบุคคลต่างชาติที่เข้ามาหลอกจำนวนเท่าใด พล.ท.ธีรนันท์ กล่าวว่า ตัวเลขที่รวบรวมและพูดคุยกับกองกำลังและตัวเลขที่รวบรวมและพูดคุยกับกองกำลังน่าจะประมาณ 8,000 ถึง 10,000 คน และพบว่ามีการเคลื่อนย้ายออกไปที่มีการปฏิบัติการทางทหารเมื่อวันที่8 ธันวาคมที่ผ่านมา

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...