โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เจาะพอร์ต “ต่างชาติ” ถือหุ้นไทย 5.61 ล้านลบ. ครอง 35.74% ของมาร์เก็ตแคป

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 11 มี.ค. เวลา 07.30 น. • เผยแพร่ 11 มี.ค. เวลา 07.30 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า จากการศึกษาข้อมูลการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างประเทศใน ตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทย และ ตลาดหลักทรัพย์เอ็ม เอ ไอ พบว่า ณ สิ้นปี 2568 นักลงทุนต่างชาติถือครองหุ้นของบริษัทจดทะเบียนรวม 861 หลักทรัพย์ คิดเป็นมูลค่าการถือครองรวม 5.61 ล้านล้านบาท หรือ 35.74% ของมูลค่าหลักทรัพย์ตามราคาตลาดรวมทั้งระบบ เพิ่มขึ้นจากสัดส่วน 33.83% ณ สิ้นปี 2567 ซึ่งมีมูลค่าการถือครองอยู่ที่ 5.83 ล้านล้านบาทใน 855 หลักทรัพย์

เมื่อเปรียบเทียบโครงสร้างการถือครองระหว่างปี 2567–2568 พบว่า นักลงทุนต่างชาติถือครองหลักทรัพย์เพิ่มขึ้นสุทธิ 23 หลักทรัพย์ โดยในจำนวนนี้ 18 หลักทรัพย์ หรือราว 78.26% เป็นบริษัทจดทะเบียนใหม่ที่เข้าซื้อขายในตลาดหลักทรัพย์ระหว่างปี 2568 ขณะที่อีก 5 หลักทรัพย์เป็นการเข้าซื้อหุ้นในบริษัทที่มีการซื้อขายอยู่ก่อนแล้ว ในทางกลับกัน มีหลักทรัพย์จำนวน 17 หลักทรัพย์ที่นักลงทุนต่างชาติถือครอง ณ สิ้นปี 2567 แต่ไม่ปรากฏในพอร์ต ณ สิ้นปี 2568 โดยในจำนวนนี้ 12 หลักทรัพย์เป็นบริษัทที่เพิกถอนจากการเป็นหลักทรัพย์จดทะเบียน และอีก 5 หลักทรัพย์เป็นการขายหุ้นออกจากพอร์ตการลงทุน

สำหรับทิศทางเงินทุนต่างชาติในช่วงต้นปี 2569 ปัจจัยสนับสนุนสำคัญมาจากความชัดเจนของสถานการณ์ทางการเมืองภายหลังการเลือกตั้ง แนวโน้มการผ่อนคลายนโยบายการเงิน รวมถึงระดับราคาหุ้นไทยที่ปรับตัวลดลงมากในปีก่อน ส่งผลให้นักลงทุนต่างชาติกลับเข้ามาลงทุนในตลาดหุ้นไทยมากขึ้น โดยในช่วง 2 เดือนแรกของปี 2569 นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิรวมกว่า 58,905 ล้านบาท ซึ่งถือเป็นระดับสูงเมื่อเทียบกับปี 2568 ที่ตลอดทั้งปีมีสถานะขายสุทธิรวม 107,096 ล้านบาท

ทั้งนี้ ในเดือนมกราคม 2569 ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้น 5.24% จากสิ้นปีก่อน พร้อมกับแรงซื้อสุทธิจากนักลงทุนต่างชาติ 4,345 ล้านบาท ส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทย ณ สิ้นเดือนมกราคม ทำสถิติสูงสุดใหม่ที่ 6.11 ล้านล้านบาท หรือคิดเป็น 37.11% ของมูลค่าหลักทรัพย์รวมทั้งตลาด

ต่อมาในเดือนกุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิต่อเนื่อง โดยมียอดซื้อสุทธิรวม 54,560 ล้านบาท ภายหลังการประกาศผลการเลือกตั้งสมาชิกสภาผู้แทนราษฎรทั่วไปเมื่อวันที่ 8 กุมภาพันธ์ ซึ่งสะท้อนแนวโน้มเสถียรภาพทางการเมืองที่ชัดเจนขึ้น โดยเฉพาะในวันที่ 9 กุมภาพันธ์ นักลงทุนต่างชาติซื้อสุทธิในวันเดียวสูงถึง 16,547 ล้านบาท ขณะที่ดัชนี SET ปรับตัวเพิ่มขึ้นอีก 15.69% จากสิ้นเดือนมกราคม ส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นต่อเนื่อง

อย่างไรก็ตาม ในเดือนมีนาคม 2569 ตลาดหุ้นทั่วโลกรวมถึงตลาดหุ้นไทยเผชิญแรงกดดันจากความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์ หลังเกิดปฏิบัติการทางทหารระหว่าง สหรัฐอเมริกา และ อิสราเอล กับ อิหร่าน ส่งผลให้ดัชนี SET ปรับตัวลดลงตามทิศทางตลาดโลก โดยเมื่อวันที่ 4 มีนาคม ดัชนีปรับลดลงมากกว่า 8% ระหว่างการซื้อขาย ทำให้ต้องประกาศใช้มาตรการ Circuit Breaker เป็นครั้งที่ 7 ของตลาดหุ้นไทย ก่อนจะปิดตลาดลดลง 5.58% จากวันก่อนหน้า

แม้สถานการณ์ตลาดจะผันผวน แต่ในวันดังกล่าวนักลงทุนต่างชาติยังคงซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทย 1,053 ล้านบาท อย่างไรก็ตาม ในช่วงวันที่ 5–6 มีนาคม นักลงทุนต่างชาติเริ่มกลับมาขายสุทธิรวม 13,854 ล้านบาท ส่งผลให้ดัชนี SET ณ สิ้นวันที่ 6 มีนาคม ปิดที่ระดับ 1,410.37 จุด ลดลง 7.72% จากสิ้นเดือนกุมภาพันธ์

ทั้งนี้ หากพิจารณาตั้งแต่ต้นปีถึงวันที่ 6 มีนาคม 2569 นักลงทุนต่างชาติยังคงมีสถานะซื้อสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวมกว่า 45,434 ล้านบาท ขณะที่ดัชนี SET ปรับเพิ่มขึ้น 11.96% จากสิ้นปีก่อน ส่งผลให้มูลค่าการถือครองหุ้นของนักลงทุนต่างชาติในตลาดหุ้นไทยมีแนวโน้มเพิ่มขึ้นจากระดับสิ้นปี 2568

นอกจากนี้ การศึกษาพฤติกรรมการซื้อขายในปี 2568 พบว่า นักลงทุนต่างชาติมีมูลค่าการซื้อขายรวมในตลาดหุ้นไทย 10.49 ล้านล้านบาท คิดเป็น 52.83% ของมูลค่าการซื้อขายรวมทั้งตลาด ซึ่งเป็นสัดส่วนสูงสุดเมื่อเทียบกับนักลงทุนประเภทอื่น และถือเป็นปีที่ 4 ติดต่อกันนับตั้งแต่ปี 2565 ที่นักลงทุนต่างชาติมีสัดส่วนการซื้อขายสูงที่สุดในตลาด

หากเปรียบเทียบมูลค่าการซื้อขายดังกล่าวกับมูลค่าการถือครองหุ้นเฉลี่ยของนักลงทุนต่างชาติระหว่างสิ้นปี 2567 และ 2568 ซึ่งอยู่ที่ประมาณ 5.72 ล้านล้านบาท พบว่านักลงทุนต่างชาติมีมูลค่าการซื้อขายสูงกว่ามูลค่าการถือครองเฉลี่ยราว 1.83 เท่า สะท้อนถึงพฤติกรรมการซื้อขายที่เน้นการทำกำไรระยะสั้นในตลาดหุ้นไทย

ทั้งนี้ โครงสร้างการซื้อขายของนักลงทุนต่างชาติในปี 2568 แบ่งเป็นการซื้อขายหุ้นสามัญในประเทศ (Local Shares) คิดเป็น 53% ของมูลค่าการซื้อขายทั้งหมด รองลงมาเป็นตราสารแสดงสิทธิในหลักทรัพย์ต่างด้าว หรือ NVDR คิดเป็น 46.5% และการซื้อขายหุ้นต่างด้าว (Foreign Shares) เพียง 0.5%

อย่างไรก็ตาม แม้ในปี 2568 นักลงทุนต่างชาติจะมีสถานะขายสุทธิในตลาดหุ้นไทยรวม 107,096 ล้านบาท แต่ยังคงซื้อสุทธิสะสมใน NVDR มูลค่า 87,095 ล้านบาท ขณะที่มีการขายสุทธิใน Local Shares จำนวน 190,724 ล้านบาท และขายสุทธิ Foreign Shares เล็กน้อยราว 3,467 ล้านบาท สะท้อนว่านักลงทุนต่างชาติยังคงให้ความสนใจลงทุนในตลาดหุ้นไทย โดยใช้กลยุทธ์ทำกำไรผ่านการซื้อขายระยะสั้น ควบคู่กับการรักษาระดับการลงทุนระยะยาวผ่านการถือครองหุ้นต่างด้าว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...