โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

ศาลฎีกายืนโทษคดี นปช. เจ๋งดอกจิกคุก 5 ปี 4 เดือน สุขพลตื้อตลอดชีวิต

PostToday

อัพเดต 8 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

เมื่อวันที่ 20 มกราคม 2569 ที่ห้องพิจารณาคดี 609 ศาลอาญา ถนนรัชดาภิเษก ศาลอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาในคดีแนวร่วมแนวร่วมประชาธิปไตยต่อต้านเผด็จการแห่งชาติ (นปช.) ก่อการร้าย หมายเลขดำ อ.2542/2553 โดยพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ศาลฎีกาพิพากษาให้ จำคุกนายยศวริศ ชูกล่อม หรือ “เจ๋ง ดอกจิก” จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษให้หนึ่งในสาม เหลือจำคุก 5 ปี 4 เดือน โดยไม่รอลงอาญา และพิพากษาให้ จำคุกตลอดชีวิต นายสุขเสก หรือ “สุข พลตื้อ” จำเลยที่ 12

คดีนี้พนักงานอัยการฝ่ายคดีพิเศษ 1 เป็นโจทก์ฟ้อง นายวีระ หรือ วีระกานต์ มุสิกพงศ์ อดีตประธาน นปช., นายจตุพร พรหมพันธุ์ ประธาน นปช., นายณัฐวุฒิ ใสยเกื้อ เลขาธิการ นปช. และพวกรวม 24 คน ในความผิดฐานร่วมกันก่อการร้าย มั่วสุมสร้างความวุ่นวายในบ้านเมือง

คำฟ้องระบุว่า ระหว่างวันที่ 28 กุมภาพันธ์ ถึง 20 พฤษภาคม 2553 จำเลยได้ร่วมกันยุยงปลุกปั่นประชาชนให้เข้าร่วมการชุมนุมกับกลุ่ม นปช. อย่างต่อเนื่อง เพื่อกดดันและต่อต้านรัฐบาล รวมถึงข่มขู่บังคับให้นายอภิสิทธิ์ เวชชาชีวะ นายกรัฐมนตรีในขณะนั้น ประกาศยุบสภาและจัดการเลือกตั้งใหม่ โดยอ้างว่านายอภิสิทธิ์เข้าดำรงตำแหน่งโดยมิชอบ และเรียกร้องให้ยกเลิกรัฐธรรมนูญปี 2550

นอกจากนี้ ยังร่วมกันจัดการชุมนุมบริเวณสะพานผ่านฟ้าลีลาศ และแยกราชประสงค์ มีการเดินขบวนปิดล้อมสถานที่สำคัญ ใช้อาวุธเครื่องยิงลูกระเบิดเอ็ม 79 ยิงใส่บ้านเรือนประชาชน สะสมกำลังพลและอาวุธสงคราม รวมถึงฝึกกำลังคนและการใช้อาวุธเพื่อการก่อการร้าย

จำเลยทั้งหมดให้การปฏิเสธทุกข้อกล่าวหา และส่วนใหญ่ได้รับการประกันตัว ต่อมาศาลชั้นต้นพิพากษายกฟ้องจำเลยทุกคน ก่อนที่อัยการจะยื่นอุทธรณ์

ต่อมาเมื่อวันที่ 9 มกราคม 2566 ศาลอุทธรณ์พิพากษาแก้คำพิพากษาศาลชั้นต้น ให้จำคุกนายยศวริศ จำเลยที่ 7 รวม 8 ปี ลดโทษเหลือ 5 ปี 4 เดือน ไม่รอลงอาญา และให้จำคุกตลอดชีวิตนายสุขเสก จำเลยที่ 12 ส่วนจำเลยรายอื่นพิพากษายกฟ้องตามศาลชั้นต้น ก่อนที่จำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 12 จะยื่นฎีกา

ศาลอาญาเคยนัดฟังคำพิพากษาศาลฎีกาครั้งแรกเมื่อวันที่ 16 ธันวาคม 2568 แต่ทนายความของนายยศวริศยื่นคำร้องขอเลื่อนนัด พร้อมใบรับรองแพทย์ ระบุว่าจำเลยป่วยเป็นโรคเส้นเลือดในสมองตีบ และอยู่ระหว่างการรักษา

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า ก่อนอ่านคำพิพากษาในวันนี้ บุตรสาวของนายยศวริศ ในฐานะนายประกัน ได้แถลงต่อศาลขอเลื่อนนัดอีกครั้ง โดยอ้างว่าจำเลยยังรักษาตัวอยู่ที่โรงพยาบาลพระนั่งเกล้า อย่างไรก็ตาม ศาลเห็นว่าได้เลื่อนมาแล้วหนึ่งครั้ง หากไม่มาศาลจะออกหมายจับและปรับนายประกัน

ต่อมา บุตรสาวได้ประสานให้นายยศวริศเดินทางจากโรงพยาบาลมายังศาลด้วยรถแท็กซี่ โดยต้องนั่งรถเข็นขึ้นมาที่ห้องพิจารณาคดี มีผ้าก๊อซปิดบริเวณสายน้ำเกลือที่แขนซ้าย และยังผูกป้ายชื่อผู้ป่วยไว้ที่ข้อมือ อยู่ในสภาพอิดโรย

นายยศวริศแถลงต่อศาล ขอเลื่อนการอ่านคำพิพากษาออกไปอีก 30 วัน เนื่องจากเกรงว่าอาการป่วยจะกำเริบ หากถูกคุมขังอาจทำให้การรักษายากลำบากและอาจถึงขั้นเสียชีวิต อย่างไรก็ตาม ผู้พิพากษาได้ปรึกษาผู้บริหารศาลอาญาแล้ว เห็นว่าต้องอ่านคำพิพากษาศาลฎีกาตามระเบียบ

ศาลฎีกาพิจารณาแล้วเห็นว่า ความผิดฐานข่มขืนใจผู้อื่นตั้งแต่ 5 คนขึ้นไป โดยจำเลยที่ 7 และพวกมีเจตนาทำร้ายร่างกายเจ้าหน้าที่ทหาร และข่มขืนจิตใจให้เกิดความหวาดกลัวว่าจะเกิดอันตรายต่อชีวิตและทรัพย์สิน เป็นการกระทำหลายกรรมต่างกัน ฎีกาของจำเลยที่ 7 และจำเลยที่ 12 จึงฟังไม่ขึ้น และพิพากษายืนตามศาลอุทธรณ์

ภายหลังอ่านคำพิพากษา ศาลได้ออกหมายขัง และให้เจ้าหน้าที่นำตัวจำเลยทั้งสองไปควบคุมตัวไว้ที่ เรือนจำพิเศษกรุงเทพมหานคร ต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...