โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บันเทิง

‘น็อต วรฤทธิ์’ เปิดใจชีวิตพลิกล็อกทำธุรกิจเจ๊ง 90 ล้าน เคลียร์ชัดปมเห็นต่างการเมือง ‘มดดำ’

เดลินิวส์

อัพเดต 20 มกราคม 2569 เวลา 22.57 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เดลินิวส์
“น็อต วรฤทธิ์” เปิดใจชีวิตพลิกล็อก ทำธุรกิจพลาดเจ๊งเกือบ 90 ล้าน ฝ่ามรสุมดราม่าสู่ความปัง เคลียร์ชัดเรื่องการเมืองเห็นต่างกับ “มดดำ” แต่ไม่แตกแยกกัน

เรียกได้ว่าว่าชีวิตสุดพลิกล็อกเลยก็ว่า สำหรับนักแสดงและพิธีกรหนุ่มคนดัง “น็อต-วรฤทธิ์ เฟื่องอารมย์” ที่ได้มาเปิดใจถึงเรื่องราวต่างๆ ในรายการ “ซุปตาร์พาตะลุย” ทางอมรินทร์ทีวี เอชดี ช่อง 34 กับการฝ่ามรสุมดราม่าสู่ความปัง กว่าธุรกิจจะประสบความสำเร็จ เคยเจ๊งไม่เป็นท่าเจ็บหนักขาดทุนเกือบ 90 ล้าน พร้อมเผยเบื้องหลังรายการแฉ ยอมรับเห็นต่างเรื่องการเมืองกับ “มดดํา คชาภา” เคยมีทะเลาะกันบ้างไหม? แต่สุดท้ายก็ยังเป็นเพื่อนกันเหมือนเดิม

น็อต วรฤทธิ์ เผยว่า “มันก็จะมีช่วงพีคของร้านตอนที่มีข่าวว่า น็อต วรฤทธิ์ ตกอับตอนนั้น คนก็ถล่มมาช่วยเต็มที่ เวลาดาราทำธุรกิจใหม่ก็จะโดนบอกว่าตกอับ งานในวงการไม่มีต้องไปทำนู่นทำนี่ ซึ่งก็เป็นเรื่องจริงนะ เพราะงานในวงการก็ลดลงจริงๆ มันก็เป็นทุกคน นักข่าวก็เอาไปเขียนพาดหัวข่าวน่าสนใจ แต่ก็ขอบคุณมากๆ เลย เพราะว่าแฟนๆ เข้ามาให้กำลังใจกันเยอะมาก ฝากอีกธุรกิจหนึ่ง Kitchen’s Nott ครัวนี้มีแต่ของอร่อย มีทั้งแกงไตปลา แกงฮังเลเนื้อ-ฮังเลหมู หมูแผ่นอบ เราจะทำเป็นลักษณะของฟรีซเอาไปต้มน้ำร้อนให้เดือดแล้วใส่ไปทั้งซอง 5 นาที ฉีกทานได้เลย

จริงๆ ก่อนที่พี่จะประสบความสำเร็จก็เจ๊งเยอะมาก ทั้งน้ำผลไม้ปั่น ยาดม ยาหม่อง ความพร้อมเราไม่พอด้วย และเคยเปิดร้านอาหารครั้งหนึ่งครัวชลิตสมัยก่อนแล้วก็เจ๊ง รวมๆ แล้วก็โอ้เยอะ ก็ 3 ร้าน ร้านอาหาร ร้านน้ำปั่น ร้านยาหม่องไง (หัวเราะ) ที่บอกว่าเคยขาดทุนมากสุด 80 ล้าน อันนั้นเป็นเฟสติวัลไม่ใช่เงินผมคนเดียว เทศกาลดนตรี Waterbomb หลังโควิดพอดีเลยตอนนั้น ขาดทุนไป 87 ล้าน แต่ไม่ใช่เงินเราคนเดียวก็มีนายทุน อย่าพูดถึงมันเลย คิดแล้วเหนื่อย”

น็อต วรฤทธิ์ เผยต่อว่า “ส่วนเรื่องการจัดรายการแฮถ้าถามว่ามีเถียง ทะเลาะกันมั้ย ก็เถียงนะ เถียงกันทุกวันแบบออกอากาศไม่ได้ ถ้าเกิดใครไปอยู่ในสตูจะรู้เลยว่าบรรยากาศมันสนุกมาก คือมันไม่เครียดนะมันสนุกมาก เหมือนเป็นการลับคมกันมากกว่า เข้าใจอารมณ์ป่ะพอขึ้นเวทีปุ๊บ 5-4-3 ก็ปกติสบายไม่มีปัญหา เราแยกแยะกันได้ เราจะไม่ดูถูกความคิดของคนอื่น ทุกคนมีความคิดไม่เหมือนกัน มีประสบการณ์มาไม่เหมือนกัน มีข้อมูลที่แตกต่างกันไป คุณมีสิทธิที่จะเชื่ออย่างนี้ เราก็มีสิทธิที่จะเชื่อในสิ่งที่เราได้รับเหมือนกัน แต่เราไม่มีสิทธิตัดสินว่าเราถูกเขาผิด คือทุกคนมีถูกมีผิด เหมือนกันแหละมันไม่มีใครดี 100% หรอก เพราะฉะนั้นเราเป็นการแลกเปลี่ยนคุยกันมากกว่า การที่ได้คุยกับมดดำก็เป็นเรื่องดี เราก็ได้เอาข้อมูลฝั่งเราไปบอกเขา จะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเขา เขามาคุยกับเรา เขาก็จะเอาข้อมูลฝั่งเขามาบอกเรา เราจะเชื่อหรือไม่ก็เรื่องของเรา สุดท้ายความเป็นเพื่อนก็ยังเหมือนเดิม ผมไม่เคยโกรธใคร แต่ใครโกรธผมหรือเปล่าผมไม่รู้ (หัวเราะ)

ส่วนเรื่องดราม่าทำให้ร้านปัง ตอนนั้นเดือนนั้นเป็นเดือนที่ฝนตก แน่นอนร้านอาหารที่ไม่ได้อยู่ในที่ปิด มันได้รับผลกระทบหมดแหละ แล้วค่าใช้จ่ายมันก็สูง ยอดมันก็ตกมาเรื่อยๆ ตามฤดูกาล เกิดเหตุการณ์ที่เป็นประเด็นในรายการแฉ ที่เราเป็นพิธีกรเพียงแค่ 5 วันเท่านั้นกลับมาฟื้นเลย คนเยอะมากร้านระเบิดเลย ทุกคนมาให้กำลังใจหมด ทุกคนถือธงชาติมาผูกโบริบบิ้น มาแบบถล่มทลายรถติดทั้งซอย คืนเดียวเท่านั้น ประเด็นมันเซนซิทีฟปลุกพลังคนรักชาติ”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...