โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เจาะลึก ‘สื่อไทย’ ยุคเลือกตั้ง ‘สื่อออนไลน์’ ทรงอิทธิพล ตัวปั่นกระแส

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 19 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 2 ชั่วโมงที่ผ่านมา

นายรติ พันธุ์ทวี นายกสมาคมโฆษณาแห่งประเทศไทย (AAT) เปิดเผยถึงอุตสาหกรรมสื่อไทยในช่วงเลือกตั้งกับ “ฐานเศรษฐกิจ” ว่า พฤติกรรมการใช้เม็ดเงินโฆษณาได้เปลี่ยนแปลงไปอย่างชัดเจน โดยเฉพาะในช่วงการเลือกตั้ง เม็ดเงินไม่ได้ไหลเข้าสู่สื่อกระแสหลัก (Conventional Media) เหมือนในอดีต

แต่กลับเปลี่ยนทิศทางไปสู่ สื่อออนไลน์ในปริมาณที่สูงขึ้นมาก ซึ่งความท้าทายคือเม็ดเงินในส่วนออนไลน์นี้มักไม่ถูกบันทึกหรือมอนิเตอร์ได้อย่างครบถ้วน ทำให้ไม่สามารถระบุตัวเลขที่แท้จริงได้ทั้งหมด

จากการวิเคราะห์เชิงกลยุทธ์ สื่อประเภทป้ายโฆษณานอกบ้าน (Outdoor/Billboard) ยังคงมีความสำคัญในฐานะสื่อที่สร้างการรับรู้ในวงกว้าง แต่สื่อที่เป็น "ตัวปั่นกระแส" ที่แท้จริงคือ “สื่อออนไลน์” เนื่องจากออนไลน์ในยุคปัจจุบันสามารถทำ Segmentation หรือแบ่งกลุ่มเป้าหมายได้อย่างละเอียด

พรรคการเมืองสามารถส่งข้อความที่เฉพาะเจาะจงไปยังกลุ่มที่เป็นสาวก (Loyalist) กลุ่มคนที่ยังไม่เคยใช้บริการ หรือกลุ่มคนที่ยังลังเลไม่ตัดสินใจได้แตกต่างกัน การใช้แพลตฟอร์มอย่าง TikTok หรือ Google เพื่อสร้าง Community จึงถือเป็นกลยุทธ์การสื่อสารเชิงบวก

รติ พันธุ์ทวี

“สื่อออนไลน์ถูกมองว่าเป็นสื่อที่ทรงอิทธิพลสูงสุดต่อการเลือกตั้งในครั้งนี้ โดยเฉพาะกับกลุ่มคนรุ่นใหม่ (New Generation) หรือกลุ่มคนที่ไม่เคยออกไปใช้สิทธิ์เลือกตั้งมาก่อน ซึ่งถือเป็นฐานมวลชนขนาดใหญ่ แต่อย่างไรก็ตามแม้สื่อออนไลน์จะมีพลังในการสร้างกระแสที่รุนแรง หากผู้รับสื่อขาดวุฒิภาวะหรือข้อมูลที่เพียงพอ อาจนำไปสู่ภาวะ "อุปทานหมู่" ที่พาสังคมไปในทิศทางที่ไม่เหมาะสมได้”

เนื่องจากสื่อออนไลน์มีลักษณะของ "Digital Footprint" ที่ไม่สามารถลบเลือนหรือหลอกกันได้ แต่หากผู้รับสื่อไม่มีความสามารถในการกลั่นกรองว่าข้อมูลใดถูกหรือผิด หรือตอบสนองต่อข้อมูลเชิงลบและบวกอย่างสุดโต่งเกินไป ก็อาจสร้างความเสียหายต่อสังคมที่มีความหลากหลายได้

“ต้องเน้นย้ำเรื่อง "จรรยาบรรณในการสื่อสาร" ของผู้สร้างกระแส และความจำเป็นในการสร้าง "ความรู้เท่าทันสื่อ" ให้คนในสังคมสามารถฟังและเชื่อได้อย่างมีสติ เขาเปรียบสื่อออนไลน์ว่าเป็นเหมือนดาบสองคมที่ตรวจจับยากและมีความอันตรายหากถูกนำไปใช้ปลุกระดมหรือสร้างความเชื่อที่ผิด”

ทั้งนี้ผลสำรวจจาก เรียลวอทช์ แล๊ป (RealWatch Lab) ส่วนวิจัยและวิเคราะห์ข้อมูล (Research and Data Analytics) บริษัท เรียล สมาร์ท จำกัด(มหาชน) บริษัท ด้าน AI-Data Driven Technolog ถึงพฤติกรรมการใช้สื่อสังคมออนไลน์ของพรรคการเมืองในการเผยแพร่นโยบายและหาเสียงเลือกตั้ง ระหว่างวันที่ 1–9 มกราคม 2569 ครอบคลุมพรรคการเมืองที่ลงสมัครทั้งหมด 60 พรรค

พบว่าผลสำรวจการใช้ แพลตฟอร์ม Social Media ของพรรคการเมือง ในการเผยแพร่นโยบาย และ หาเสียง เลือกตั้ง พบว่า มีการใช้ “ X ” สูงสุด ในการหาเสียงเลือกตั้ง คิดเป็นสัดส่วน 37% ของการใช้สื่อออนไลน์ทั้งหมด โดยนโยบายหลักที่นำมาใช้หาเสียงผ่านสังคมออนไลน์สูงสุด เป็นเรื่อง นโยบายด้านเศรษฐกิจ คิดเป็นสัดส่วน 50%

ช่องทางที่พรรคการเมืองใช้หาเสียงมากที่สุด

  • X ใช้มากที่สุด คิดเป็น 37% เน้นการสื่อสารแบบเรียลไทม์ ข้อความสั้น กระตุ้นการแชร์และการเกิดไวรัล
  • Website (เว็บไซต์พรรคและเว็บไซต์สื่อมวลชน) 30% ใช้สำหรับแถลงนโยบายอย่างเป็นทางการและข้อมูลเชิงลึก
  • Facebook 22% ใช้เข้าถึงฐานผู้ใช้งานวงกว้าง
  • YouTube 5% ใช้กับการปราศรัยหรือเนื้อหาวิดีโอความยาวมาก
  • Instagram และ TikTok อย่างละ 3% เน้นการสื่อสารผ่านภาพ กราฟฟิก และวิดีโอสั้น
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...