โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

3 แบงก์จะขายหุ้น THAI ไหม

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 02 ก.พ. เวลา 11.27 น. • เผยแพร่ 02 ก.พ. เวลา 23.40 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

4 กุมภาพันธ์ 2569 จะมีหุ้นของ “บมจ.การบินไทย” (THAI)ที่ได้รับจัดสรรจากการ “แปลงหนี้เป็นทุน” (ต้นทุน 2.5452 บาทต่อหุ้น) และ “หุ้นเพิ่มทุน” (ต้นทุน 4.48 บาทต่อหุ้น) ภายใต้แผนฟื้นฟูกิจการ จะทยอยพ้นระยะเวลาห้ามขายหุ้น (Lock-up period) จำนวน 6,600 ล้านหุ้น

หรือคิดเป็นสัดส่วนประมาณ 23-25% ของจำนวนหุ้นทั้งหมด

ส่วนอีกรอบคือ วันที่ 4 สิงหาคม 2569 เป็นหุ้นส่วนที่เหลืออีกกว่า 19,800 ล้านหุ้น จะพ้นSilent Periodตามเกณฑ์ 1 ปีนับจากวันที่หุ้นกลับเข้าซื้อขาย (4 สิงหาคม 2568)

ทว่า ประเด็นที่นักลงทุนเฝ้าติดตามกันคือ ยอดหุ้น 6,600 ล้านหุ้นในวันที่ 4 กุมภาฯ นี้

จำนวนหุ้นดังกล่าว ถือโดยนักลงทุนสถาบันหลายกลุ่ม รวมถึงนักลงทุนรายย่อยด้วย

เมื่อบีบให้แคบลงมาของกลุ่มที่ถือหุ้น (จากการแปลงหนี้เป็นทุน) จะมีอยู่ 2 กลุ่มที่ต้องจับตาคือ “กลุ่มสหกรณ์” ต่าง ๆ และอีกกลุ่มคือ กลุ่มเจ้าหน้าสถาบันการเงิน (หลัก) ที่มีอยู่ 3 ธนาคาร คือ

1.ธนาคารกรุงเทพ จำกัด (มหาชน) หรือ BBL จำนวน2,403,379,062หุ้น คิดเป็น 8.49%

2.ธนาคารกรุงไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KTBจำนวน 1,317,461,447หุ้น คิดเป็น 4.65%

3.ธนาครทหารไทยธนชาต จำกัด (มหาชน) หรือ TTBจำนวน 579,955,895 หุ้น คิดเป็น 2.05%

ธนาคารทั้ง 3 แห่งถือหุ้นรวมกันในการบินไทยประมาณ 15.1%ส่วนของกลุ่มสหกรณ์ออมทรัพย์ต่าง ๆ นั้น (87 แห่ง) มีสัดส่วนรวมกันประมาณ 22%

ล่าสุด สหกรณ์ออมทรัพย์และสินเชื่อการไฟฟ้าฝ่ายผลิต (EGAT) ได้ออกแถลงการณ์ในนามของสหกรณ์ 87 แห่งทั่วประเทศ ด้วยการบอกว่า ไม่มีความประสงค์ที่จะขายหุ้นที่ถืออยู่ในการบินไทย โดยสหกรณ์ทั้ง 87 แห่งถือหุ้นรวมกัน 6,230,287,551 หุ้น คิดเป็นประมาณ 22% ของหุ้นที่ออกจำหน่ายทั้งหมด

ก่อนหน้านี้ ทั้งสื่อมวลชนและนักวิเคราะห์ต่างพยายามถามถึงท่าที่ของนายแบงก์ทั้ง 3 ธนาคารดังกล่าวว่า จะมีแพลนต่อหุ้นการบินไทยที่ถืออยู่ไว้อย่างไร

แน่นอนว่า เป็นคำถามที่เราต่างทราบกันดีว่า บรรดาแบงก์เกอร์ไม่ทราบให้คำตอบที่ตรง ๆ ได้

หรืออย่างมากจะตอบแบบ “กว้าง ๆ” ไว้ก่อน เพราะจะมีผลต่อราคาหุ้นการบินไทย และอาจจะผิดกับกฏเกณฑ์ของ สำนักงาน ก.ล.ต.ด้วย

หากพิจารณาตามเกณฑ์ของธนาคารแห่งประเทศไทย (ธปท.) ที่กำหนดไม่ให้ธนาคารเข้าไปถือหุ้นในกิจการที่ไม่ใช่ธุรกิจหลัก (ไม่ได้เกี่ยวข้องกับการเงิน) นั้น จะต้องถือในสัดส่วนที่ไม่สามารถมีอำนวจควบคุมได้

ส่วนหุ้นที่เข้าไปถือจากการ “ปรับปรุงโครงสร้างหนี้” จะต้องลดสัดส่วนลงตามระยะเวลาที่กำหนด

หากพิจารณาจากข้อกำหนดข้างบน นั่นแสดงว่า เมื่อถึงเวลาหนึ่ง ทางแบงก์เกอร์ จะต้องตัดสินใจขายหุ้นที่ได้จากการปรับโครงสร้างหนี้ออกมา

ซึ่งในกรณีของ 3 ธนาคารที่เข้าถือหุ้นการบินไทย ก็คงเลี่ยงไม่ได้กับการที่จะต้องขายหุ้นออกมาเช่นกัน

ยิ่งโดยเฉพาะหุ้นที่ธนาคารเข้าถือ (แปลงหนี้เป็นทุน) หากมีกำไร นั่นคือ “จะต้องขาย” เพียงแต่ว่า จะขายช่วงเวลาไหน เข้าใจว่าแต่ละธนาคาร จะมองโอกาส และเวลาที่เหมาะสมแตกต่างกันไป

หากจะถามว่า แล้วเวลานี้เหมาะสมหรือยัง

คำตอบถือ หากพิจารณาในเรื่องของอัตรากำไรของหุ้นที่ได้จากการแปลงหนี้เป็นทุน ก็ถือว่า “เหมาะสม”

แต่ประเด็นที่ต้องพิจารณาถัดมาคือ เมื่อได้เงินมาแล้ว เงินนั้น ๆ จะส่งผลอย่างไรต่อสถานภาพในงบการเงินของธนาคาร ท่ามกลางที่ธนาคารทุกแห่งกำลังเผชิญกับ “สภาพคล่องในระดับสูง”

ดังนั้น เมื่อมีเงินก้อนใหม่เข้ามายิ่งมาก อาจทำให้การจัดการเรื่องสภาพคล่องยิ่งยากขึ้น

จึงประเมินว่า ขณะนี้อาจจะยังไม่ใช่ช่วงเวลาที่ธนาคารจะขายออกมา ยกเว้น แบงก์กรุงไทย ที่นักวิเคระห์ ทิสโก้ ประเมินว่า อาจจะ “ทยอยขายหุ้น” ออกมาบางส่วน ด้วยเหตุผลว่ากรุงไทย มีการบันทึกเป็นการลงทุนที่จัดอยู่ในประเภทมูลค่ายุติธรรมตามกำไรและขาดทุน

ส่าวน BBLกับ TTBจัดประเภทการถือหุ้นเป็นมูลค่ายุติธรรมตามรายได้เบ็ดเสร็จอื่น

มีการวิเคราะห์ด้วยว่า หากกรุงไทย ทยอยขายหุ้นออกมาจริง เชื่อว่าไม่ส่งผลต่อราคาหุ้นการบินไทยดิ่งลง

เพระรูปแบบการขายน่าจะค่อย ๆ “หยอด” ออก มากกว่าจะเทขายแบบไม้เดียว

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...