โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

เปิดแผลเขย่าสมการหลังเลือกตั้ง แค่’ต่อรอง’หรือ’จัดการ’จริง

ไทยโพสต์

อัพเดต 18 มกราคม 2569 เวลา 4.19 น. • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

แม้จะยังไม่เข้าโค้งสุดท้ายในการหาเสียง แต่หลายพรรคต่างก็เปื้อน “สีเทา” ไปตามๆ กันแล้ว ทั้งจากถูกดำเนินคดี และจ่อที่จะดำเนินคดี กลายเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะรู้ดีว่าปัจจัยนี้จะส่งผลต่อกระแสในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ที่อาจใช้เป็นอาวุธทิ่มแทง หรือใช้เป็นข้ออ้างเรื่องกระแสสังคม

เข้าสู่ 20 วันสุดท้ายของการหาเสียงเลือกตั้ง บรรยากาศการหาเสียงแม้จะมีการแซะหรือเปิดแผลกันบ้าง แต่ไม่ถึงกับป้ายสีเหมือนที่เคยเห็นกันในอดีต ในทุกเวทีพรรคการเมืองยังคุมโทนในการ “ขายของ” ทั้งนโยบายและตัวบุคคลที่จะทำหน้าที่เข้าไปเป็นฝ่ายบริหาร

แต่นั่นเป็นเพียงฉากหน้าที่ได้เห็นจากเวทีปราศรัยหรือการดีเบต ที่ต้องสู้กันตัวต่อตัว หรือวัดกันที่กลยุทธ์ในการนำเสนอว่าจะโดนใจโหวตเตอร์แค่ไหน

และยังมีเวลาที่แต่ละพรรคการเมืองจะงัดกลยุทธ์หรือแคมเปญใหม่ในโค้งสุดท้ายเพื่อดึงคะแนนความนิยมให้เพิ่มขึ้น เพื่อตามคู่แข่งที่นำอยู่ หรือให้ทิ้งห่างคู่แข่งให้เพิ่มมากขึ้น

ส่วนการลดทอนความน่าเชื่อถือของพรรคการเมืองฝ่ายตรงข้ามในการขับเคลื่อนทั้ง “บนดิน-ใต้ดิน” เริ่มทำงานมาพักใหญ่ ยิ่งกรณีที่เข้าข่ายผิดกฎหมาย สุ่มเสี่ยงที่จะเกิดความเสียหายต่อประเทศ ขัดจริยธรรม คุณธรรม เพื่อลดคะแนนนิยมของอีกฝ่าย เริ่มปรากฏกันชัดเจนมากขึ้น

เมื่อหันมาดูพรรคการเมืองที่ภาพลักษณ์สีเทาอาจไม่หวั่นไหวในการถูกวิพากษ์วิจารณ์เรื่องความน่าเชื่อถือ เพราะต้นทุนไม่ได้สูงอยู่แล้ว แต่สำหรับ “พรรคประชาชน” ที่ประกาศนโยบาย “มีเราไม่มีเทา” ในแคมเปญการเลือกตั้ง เพราะมีความ “เซ็กซี่” กว่าการเริ่มต้นด้วยเรื่องอื่น ตามที่ ไหม-ศิริกัญญา ตันสกุล รองหัวหน้าพรรคประชาชน กล่าวไว้

ยิ่งทำเกิดแรงกระแทกกลับเข้าหาพรรคอย่างรุนแรง โดยเฉพาะกรณีของรายล่าสุด รัชต์พงศ์ สร้อยสุวรรณ ผู้สมัคร สส.พรรคประชาชน เขต 2 จ.ตาก ซึ่งเจ้าหน้าที่ตำรวจได้ตั้งข้อหาร่วมกันจัดให้มีการเล่นพนันทางอิเล็กทรอนิกส์ หรือพนันออนไลน์ โดยเจ้าตัวเป็นเจ้าของเว็บ nakarin789.com ทำมาตั้งแต่ปี 65 มีเงินหมุนเวียนหลายร้อยล้านบาท

แม้เจ้าตัวจะให้การปฏิเสธไม่ได้ยุ่งเกี่ยว เป็นเพียงผู้เล่น แต่เจ้าหน้าที่ตำรวจมีหลักฐานชัดเจน ทั้งหลักฐานทางวิทยาศาสตร์ เส้นทางการเงินมัดแน่น นำตัวฝากขัง ศาลไม่ให้ประกันตัว เป็นอันต้องหลุดจากการเป็นผู้สมัคร สส.ทันที

โดย “รัชต์พงศ์” ให้การว่าได้ขายเว็บพนันดังกล่าวไปแล้ว ก่อนที่จะมาลงสนามการเมือง แต่พนักงานสอบสวนก็ต้องตรวจสอบเส้นเงินและเครือข่ายว่าพัวพันไปถึงใคร ในขณะที่แกนนำพรรคต้องออกมาขอโทษขอโพยต่อความผิดพลาดในกระบวนการกลั่นกรองคนลงรับสมัครของพรรค แม้จะบอกว่าข้อมูลเหล่านี้พรรคไม่สามารถรับรู้ได้นอกจากเจ้าหน้าที่รัฐ

นี่ไม่ใช่รายแรก แต่ก่อนหน้านี้ บุญฤทธิ์ เรารุ่งโรจน์ ผู้สมัคร สส.กรุงเทพฯ เขต 33 พรรคประชาชน ถูกตำรวจปราบปรามยาเสพติดจับคดีฟอกเงิน ที่ขยายผลจากการจับกุมขบวนการค้ายาเสพติดข้ามชาติ เปิดบริษัทฟอกเงิน พบเงินหมุนเวียนกว่า 2 หมื่นล้านบาท

ขณะเดียวกันมีรายงานว่า คิวต่อไปตำรวจเตรียมออกหมายจับอดีต สส.พรรคส้มในพื้นที่ใกล้ กทม. ชื่อขึ้นต้นด้วยส. และผู้สมัคร สส. ชื่อขึ้นด้วยด้วย ส.

สอดรับกับข้อมูลของสำนักงานตำรวจแห่งชาติและกรมสอบสวนคดีพิเศษ และการเปิดเผยของ พล.ต.ท.รุทธพล เนาวรัตน์ รมว.ยุติธรรม ที่ออกมาระบุว่ามีอดีต สส. รวมทั้งผู้สมัคร สส.กว่า 10 ราย เข้าไปมีส่วนเกี่ยวข้องกับเว็บพนันออนไลน์และสแกมเมอร์

นี่ยังต้องลุ้นต่อไปว่าในช่วง 20 วันสุดท้ายจะมีการเปิดแผล “พรรคเราก็มีเทา” ขึ้นมาอีกกี่ราย ท่ามกลางคำถามที่ว่า เหตุใดผู้สมัครพรรคอื่นที่มีคดีพัวพันจึงไม่ถูกจับกุมบ้าง

ในขณะที่ พรรคเพื่อไทย-พรรคกล้าธรรม ก็อยู่ในข่ายที่อาจจะโดนเป็นรายต่อไป หลังจาก DSI นำหมายศาลเข้าตรวจค้นบริษัทที่เกี่ยวข้อง 5 จุด ในพื้นที่กรุงเทพฯ รวบรวมหลักฐานพิสูจน์ข้อเท็จจริง คดีสแกนม่านตาแลกข้อมูลส่วนตัว

โดยรองอธิบดีดีเอสไอออกมาเปิดเผยว่า ในเบื้องต้นพบหลักฐานน่าเชื่อว่ามีบริษัทที่เกี่ยวข้องกับนายเบน สมิธ และต้องเชิญร้อยเอกธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ และศาสตราจารย์นฤมล ภิญโญสินวัฒน์ มาให้ข้อมูล ตามที่มีภาพปรากฏในวันที่มีการลงนาม MOU

แต่เนื่องจากการสแกนม่านตาเป็นเรื่องใหม่ที่เพิ่งเกิดขึ้นในไทย ยังไม่มีกฎหมายเอาผิดโดยตรง จึงต้องรอผลการวิเคราะห์ข้อมูล และผลการหารือร่วมกับ ก.ล.ต.ในสัปดาห์หน้า เพื่อดูว่าเข้าองค์ประกอบความผิดใดบ้าง

อย่างไรก็ตาม ไชยชนก ชิดชอบ เลขาธิการพรรคภูมิใจไทย ออกมาระบุในเวทีดีเบตว่า หลังจากที่ฟังข้อมูลจากตัวแทนพรรคที่มาร่วมดีเบตแล้ว พรรคสามารถจับมือกับพรรคประชาชนและพรรคกล้าธรรม แต่พรรคที่จับไม่ได้คือพรรคเพื่อไทย เนื่องจากที่ผ่านมาพิสูจน์แล้วว่ามีการนำเทคโนโลยีเข้ามามีความเกี่ยวข้องกับสแกมเมอร์

ขณะที่ อนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ยังแบ่งรับแบ่งสู้ พร้อมระบุว่า ยังไม่ได้คุยกับนายไชยชนก แต่ก็มีสิทธิ์จะแสดงความเห็นได้ แต่การตัดสินใจขึ้นอยู่กับกรรมการบริหารพรรค

อย่างไรก็ดี แม้จะยังไม่เข้าโค้งสุดท้ายในการหาเสียง แต่หลายพรรคต่างก็เปื้อน “สีเทา” ไปตามๆ กันแล้ว ทั้งจากถูกดำเนินคดี และจ่อที่จะดำเนินคดี กลายเป็นเรื่องที่กลืนไม่เข้าคายไม่ออก เพราะรู้ดีว่าปัจจัยนี้จะส่งผลต่อกระแสในการจัดตั้งรัฐบาลในอนาคต ที่อาจใช้เป็นอาวุธทิ่มแทง หรือใช้เป็นข้ออ้างเรื่องกระแสสังคม

ขณะที่พรรคภูมิใจไทยซึ่งร่วมงานกับหลายรัฐบาล เคยดูแลกระทรวงที่เกี่ยวข้องกับโครงการของรัฐ ก็ถูกตั้งคำถามเรื่องความไม่เอาจริงเอาจังในการจัดการปัญหามาตรฐานผู้รับเหมา

กลายเป็น ขยะใต้พรม ที่หมักหมมมานานนับทศวรรษ ภายใต้การบริหารงานในกระทรวงคมนาคมที่ต้องกำกับดูแลเรื่องมาตรฐานโครงการรัฐ มาตรการความปลอดภัย ซึ่งกำลังกลายเป็นประเด็นที่วิพากษ์วิจารณ์ในสังคมอย่างกว้างขวาง จากเหตุการณ์เครนถล่มหลายโครงการ รวมถึงกรณีของอาคารสำนักงานการตรวจเงินแผ่นดินถล่ม

หลายคดีไร้คนติดคุก แต่มีผู้เสียชีวิต บาดเจ็บมาแล้วจำนวนมาก ได้แต่การเยียวยา-ชดเชย แล้วจบไป ส่วนมาตรการกฎหมายไปไม่ถึงผู้รับผิดชอบ ความไม่เด็ดขาดในการบังคับใช้กฎหมายส่งผลให้เอกชนขาดจิตสำนึก ส่วนประชาชนที่ใช้ชีวิตอยู่กับบริการสาธาณะต้องรับความเสี่ยงจากความประมาทเลินเล่อของบริษัทเอกชน

และยิ่งมีความสลับซับซ้อนเข้าไปอีกเมื่อหลายโครงการมีบริษัทจีนร่วมลงทุน หรือรับช่วงก่อสร้าง ทั้งที่ประวัติและผลงานถูกตั้งคำถามว่าต่ำกว่ามาตรฐานหรือไม่ แต่เหตุใดถึงได้มาจับมือกับบริษัทไทยรับช่วงงานและเกิดปัญหาในหลายโครงการ มีความเกี่ยวพันกับเครือข่ายความสัมพันธ์ที่เชื่อมโยงไปหลายกลุ่มอิทธิพลในรัฐบาลในอดีตหรือไม่

วมไปถึงการตั้งคำถามถึง ความสัมพันธ์ของบริษัทดังกล่าวเกี่ยวข้องกับผู้มีอำนาจรัฐในช่วงไหน ใครเป็นคนดึงเข้ามา ซึ่งเป็นคำถามที่ยังไม่มีคำตอบ

แต่นั่นแสดงให้เห็นว่า ทั้งจีนขาว จีนเทา จีนดำ มีทั้งฐานเงินและอำนาจในการแทรกซึมเข้ามาอยู่ในวงการธุรกิจทั้งบนดินและใต้ดินกันนานพอสมควร ด้วยการเรียนรู้ว่าการจะเข้าไปแทรกซึมในวงการนี้ต้องเข้าถึงผู้มีอำนาจกลุ่มไหนในประเทศไทย และด้วยวิธีการใด

ความสลับซับซ้อนของเครือข่ายผลประโยชน์ที่เกาะเกี่ยวกันมานาน กระบวนการยุติธรรมต้นน้ำ กลางน้ำ ปลายน้ำ รู้ข้อมูลดี แต่จัดการโดยพลการไม่ได้ เพราะถูกชี้นำจากการเมืองว่าจะจับประเด็นไหนมาเล่นในช่วงไหนเท่านั้น เป้าหมายเฉพาะหน้าจึงจำกัดวงไว้แค่ลดความน่าเชื่อถือของคู่ต่อสู้ทางการเมืองของผู้ถืออำนาจรัฐขณะนั้น

แต่ไม่ได้มีหลักประกันว่าจะมีการแก้ไขปัญหา หรือปราบปรามอย่างจริงจังเมื่อจบศึกเลือกตั้งและได้เป็นรัฐบาลแล้ว

ซึ่งอาจทำให้เหตุผลของการเปิดแผลครั้งนี้เป็นแค่เกมการเมือง เพื่อนำไปใช้ต่อรองในช่วงจับขั้วรัฐบาลในอนาคต และแบ่งเก้าอี้ในกระทรวงต่างๆ เท่านั้นเอง

อย่างไรตาม “การเมือง” ไม่มีความแน่นอน บทวิเคราะห์ที่ว่าสมการขั้วสีที่ ไม่มีเทา จะเป็นตัวแปรหลัก อาจจะไม่ใช่ทั้งหมด เพราะยังมีตัวเปลี่ยนเกมอื่นที่อาจผุดขึ้นได้ตลอดเวลา

นอกจากนั้นยังอาจมีปัจจัยแทรกซ้อนอื่นที่สามารถเกิดขึ้นมาระหว่างทาง ไม่ว่าจะเป็นสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา ที่ยังไม่มีใครการันตีได้ว่าจะไม่มียกที่สาม รวมไปถึงปัจจัยของภูมิรัฐศาสตร์โลก เศรษฐกิจผันผวน

คงต้องติดตามดูว่า เวลาที่เหลือก่อนที่จะมีการหย่อนบัตรเลือกตั้ง จะมีการตัวแปรใดเพิ่มเติมเข้ามาอีก รวมไปถึงจุดพลิกผันในการทำให้ขั้วสีทางการเมืองผันแปรไปอย่างไร

พร้อมรอดูว่าสุดท้ายแล้วปัญหาของประเทศที่เกิดขึ้นในช่วงที่ผ่านมาจะได้รับการแก้ไขอย่างจริงจังหรือไม่!!.

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...