โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือก ‘รัฐบาลแบบไหน’

ไทยโพสต์

อัพเดต 22 มกราคม 2569 เวลา 6.50 น. • เผยแพร่ 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ใครได้ดูคลิปที่…..

“รศ.ดร.เจษฎ์ โทณะวณิก” แคนดิเดตพรรครักชาติ “รำดาบคู่” ถวาย “พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” บ้าง?

ผมได้ดูจากคลิป “ไทยรัฐนิวส์”

ดูแล้วบอกตรงๆ ทึ่ง..ขนลุก นึกไม่ถึงว่า “อาจารย์เจษฎ์” จะสนใจฝึกปรือเพลงดาบที่คนไทยยุคนี้ไม่สนใจกันแล้ว

และสามารถ “รำดาบคู่ถวาย” ได้พลิ้ว สวยงาม แคล่วคล่อง ถึงปานนั้น!?

ที่สำคัญ จากกิริยาท่าทาง สีหน้า และแววตา บ่งบอกถึงความเคารพ-ศรัทธาสูงสุดใน “พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

ยิ่งเมื่อรำถวายเสร็จ อาจารย์เจษฎ์ นำคณะ “พรรครักชาติ” กล่าวถวายสัตย์ปฏิญาณต่อพระบรมรูป “พระบาทสมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช” ด้วยคำหนักแน่น ว่า….

“ขอเดชะ ทราบใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม

ข้าพระพุทธเจ้า นายเจษฎ์ โทณะวณิก นำหมู่พวก คนชาวพรรครักชาติ มาเข้าเฝ้าถวายความจงรักภักดีต่อใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท

ขอใต้ฝ่าละอองธุลีพระบาท ปกเกล้าปกกระหม่อม ได้ทรงบันดาลประทานพร คุ้มครองรักษาปวงลูกทั้งหลายให้พ้นโพยภัยทั้งปวง

ให้ขจัดหมู่มารไพรี ผู้ย่ำยีบ้านเมือง ผู้คิดทำร้าย-ทำลายสถาบันหลักของบ้านเมือง อันมีชาติ พระศาสนา พระมหากษัตริย์

ให้บรรดาคนชั่ว คนเลว ประสงค์จะเกาะกินบ้านเมือง ให้พินาศสิ้น และขอให้หมู่คนดีทั้งหลาย…..

ได้ปกบ้าน-คุ้มเมือง คุ้มเหย้า

เหล่าทหารทั้งหลาย จงมีกำลังวังชา รักษาอธิปไตยเป็นแม่นมั่น ตราบจนชั่วกัลปาวสาน

ควรมิควรแล้วแต่จะทรงโปรดเกล้าโปรดกระหม่อม พระพุทธเจ้าค่ะ”

ผมนึกรักอาจารย์เจษฎ์เพิ่มขึ้นอีกเท่าตัวในทันที!

เรื่องมันก็จบแค่นี้ แต่บังเอิ๊ญ…บังเอิญ

จากเรื่องนี้ กลายเป็นเรื่องที่อาจารย์เจษฎ์หวิด “ชกปาก” คุณวิโรจน์ ลักขณาอดิศร นักโต้คารมปากแจ๋ว จากพรรคประชาชน ในรายการ “ดีเบต” ทางโทรทัศน์ช่องหนึ่ง

นี่ถ้าพิธีกรไม่เข้ามาเป็นกรรมการห้ามมวยซะก่อนละก็ คงได้ตะลิดติ๊ดชึ่งกันแน่!

เขาดีเบตกันในประเด็นไหนบ้าง ผมก็ไม่ได้ดู

จนเรื่องนี้ เป็นข่าวไวรัล อาจารย์เจษฎ์ปะทะคารมกับคุณวิโรจน์จนหวิด “วางมวย” เหตุจากคุณวิโรจน์ไปพูดแขวะอาจารย์เจษฎ์ในเรื่องรำดาบคู่นั่นแหละ

คลิปไทยรัฐนิวส์เขาไม่ได้นำเสนอเรื่องนี้โดยตรง แค่นำ “วรรคทอง” คุณวิโรจน์มาเป็นตัววิ่งประกอบการรำดาบของอาจารย์เจษฎ์เท่านั้น ว่า…….

วิโรจน์: เมื่อกี้อาจารย์เจษฎ์บอกว่า “เป็นตัวตนของผม” ตัวตนของผมก็เป็นอย่างนี้

ผมไม่ต้องไปรำ

ผมไม่ต้องไปไหว้

ด้วยความอยากรู้ที่มา-ที่ไป เลยไปค้นตามโซเชียล ก็พบคลิปที่เขาถกเถียงกัน ก็ได้ความว่า

เมื่อคุณวิโรจน์พูดในประเด็นนี้ อาจารย์เจษฎ์ก็สวนขึ้นทันทีว่า

“พูดอย่างนี้ ระวังจะโดน…..

เพราะอะไรรู้ไหม ที่ผมไปรำ(ดาบ)ต่อหน้าพระบรมราชานุสาวรีย์ “สมเด็จพระเจ้าตากสินมหาราช”

ถ้าคุณจะแขวะ ไปแขวะเรื่องอื่น ครั้งนี้ที่คุณแขวะ เป็นการแขวะการถวายสักการะ และการที่ผมถวายความจงรักภักดีต่อบูรพมหากษัตริย์นะ

พูดเรื่องอื่นได้ คุณจะบอกว่าผมไปเต้น ไม่เป็นไร แต่ถ้าคุณพูดเรื่องรำดาบเนี่ย ทั้งผมเป็นศิษย์มีครู และทั้งผมถวายสักการะ

วิโรจน์: สรุปอย่างนี้ ตัวตนอาจารย์ก็ตัวตนอาจารย์ ตัวตนผมก็ตัวตนผม ถ้าอาจารย์ไม่แตะตัวตนผม ผมก็ไม่แตะตัวตนอาจารย์

เจษฎ์: ผมขอบคุณ และผมก็บอกว่า นั่นเป็นตัวตนคุณ เพราะคุณตอบคำถามถูกมั้ย

วิโรจน์: นั่นก็ตัวตนอาจารย์ ผมก็เคารพ

เจษฎ์: ใช่ แต่คุณไม่ต้องพูดว่าผมทำอะไร คุณพูดอะไรก็ได้ คุณเข้าใจผมมั้ย

วิโรจน์: ผมเข้าใจ แล้วอาจารย์เข้าใจผมมั้ย

เจษฎ์: ผมเข้าใจคุณ แต่สิ่งที่คุณพูดถึงผมเนี่ย มันลำเลิกถึงบูรพมหากษัตริย์ด้วย

วิโรจน์: นั่นคืออาจารย์กล่าวหาผม…อาจารย์กล่าวหาผมใช่มั้ย

เจษฎ์: เออ คุณอย่ายุ่งกับบูรพมหากษัตริย์เท่านั้น ถ้าคุณไม่พูดเรื่องที่ผมรำดาบ….

วิโรจน์ : ถ้าอาจารย์ไม่แตะผม ผมก็ไม่แตะอาจารย์

เจษฎ์: ก็ผมบอกว่าขอบคุณและขอบคุณ….แต่คุณยอมรับมั้ยว่า……ผมมีแค่นั้นแหละ อย่าแตะบูรพมหากษัตริย์เท่านั้นเอง

คุณจะพูดอะไรเกี่ยวกับผมไม่เป็นไร แต่ในเรื่องการรำดาบ ผมบอกแล้วเป็นการถวายสักการะ เพื่อถวายความจงรักภักดีต่อบูรพมหากษัตริย์เป็นผู้กอบกู้บ้านเมืองนี้ จนกระทั่งคุณวิโรจน์มีบ้านเมืองมายืนพูด นั่งพูดกับผมเนี่ย…ถูกมั้ย

ผมฟังจากคลิปได้ความประมาณนี้ ที่ผม….เพราะช่วงนั้น คุณวิโรจน์กับอาจารย์เจษฎ์ถกเถียงแบบพูดสวนกันไปมา เลยจับความไม่ชัด

ก็แค่นี้แหละ ที่อยากนำมาเล่าสู่กันฟังสนุกๆ

เรื่องเลือกตั้ง ก็กระชั้นวันที่ ๘ กุมภา.เข้ามาเรื่อยๆ สำหรับผมเลือกตั้งครั้งนี้ไม่ตื่นเต้น เพราะสมัยหนุ่มๆ วันเสาร์ทีก็โดดร่มจากงานตระเวนข่าวโรงพัก เข้าสนามม้านางเลิ้ง

พอมีเสียงประกาศ “ม้าออกแล้วววว”……

ถ้าเห็นม้าตัวที่แทง โดดจากซองก็นำลิ่ว ฉีกตั๋วทิ้งได้เลย แต่ถ้าตัวที่แทงเกาะกลุ่มมาเป็นที่ ๒ ที่ ๓ เตรียมไปยืนเข้าคิวหน้าช่องจ่ายเงินได้เลย

เพราะส่วนมาก ม้าเกาะกลุ่มเป็นตัวที่ ๒ ที่ ๓ พอเลยโค้งวัดเบญจะฯ เข้าทางตรงปั๊บ

จ๊อกกี้จะโขยกพรวดๆ ขึ้นแซงม้านำต้นม้วนที่เริ่มอ่อนแรง “ตะปบเข้าป้าย” เป็นม้าเข้าวิน ร้อยละ ๘๐-๙๐%

ส่วนม้า “ตีนต้น” กลายเป็น “ม้าซีนต้น” ซะมากต่อมาก แต่ที่นำตลอดชนิด “ม้วนเดียวจบ” ก็มี

อย่างตามโพลสำนักต่างๆ เท่าที่เห็น พรรคประชาชน จะมาที่ ๑ พรรคเพื่อไทย เป็นที่ ๒ พรรคภูมิใจไทย เป็นม้าเพลส อันดับที่ ๓

แต่เห็นหัวหน้าพรรค “นายกฯ อนุทิน” หาเสียงแบบออร์แกนิก ในขณะที่พรรคอื่นๆ หน้าดำคร่ำเครียดหาเสียง และขึ้นเวทีดีเบต

แต่นายกฯ อนุทิน ไม่หาเสียง

เดินชิลๆ ตามตลาด “หาของกิน” ตะพึด-ตะพือ นี่กว่าจะถึงวันเลือกตั้ง คงต้องเป็น “นายกฯ พระสังกัจจายน์” แหงๆ!

แต่ละพรรคก็หาเสียงชนิด “สไตล์ใคร-สไตล์มัน” คุณอภิสิทธิ์-ประชาธิปัตย์ เมื่อคืนสังเวียน ไปทางไหน เรียกเสียงกรี๊ดกร๊าดจากแฟนเก่าๆ ได้น่าชื่นใจ

พรรคเพื่อไทย “อาจารย์เชน-ศาสตราจารย์ ดร.ยศชนัน วงศ์สวัสดิ์” จากนักวิชาการมาเป็นนักการเมือง แต่ไม่เคอะ-ไม่เขิน ปรับตัวเป็นนักการเมืองได้ไว

คำพูด-คำจาหาเสียง ถึงจะไม่จัดจ้าน แต่บุคลิก ท่าทางและหน้าตาท่านน่ารัก คงจะตรึงแฟนๆ เสื้อแดงไว้อยู่ ผลเลือกตั้งเมื่อออกมา ไม่น่าจะทำให้พรรคต้องผิดหวัง

วิน อาจจะไม่ถึง แต่เพลส เข้าแน่นอน!

ส่วนพรรคประชาชน แนวรบด้านตะวันตกคงไม่สามารถส่งกำลังบำรุงและปัจจัยในการรบมาสนับสนุนเหมือนเดิม กอปรกับ “สถานการณ์” ตอนนี้เปลี่ยนไป

คนรุ่นใหม่ วันนี้ หันไปสวมเครื่องแบบนักรบของชาติใช้นิ้วชี้ “นิ้วเดียว” แทนชู ๓ นิ้ว เหนี่ยวไกปืน อยู่ในแนวรบชายแดนไทย-เขมร มากต่อมาก!

วันนี้ ถึงไม่สวมเสื้อส้มหาเสียง ไม่เสียดสีสถาบัน ไม่พูดเรื่องยกเลิกมาตรา ๑๑๒

แต่อย่างว่า ก่อนพูดเราเป็นนาย แต่เมื่อพูดอะไรออกไปแล้ว คำพูดนั้น มันจะเป็นนายเราตลอดไป

นี่ก็ทำนองนั้น พรรคประชาชน ตอนนี้บุกไม่ขึ้น ได้แต่ตั้งรับแบบ “ลิงแก้แห” จากคำพูดหาเสียงเก่าๆ ในยุค “ส้ม ๓ นิ้ว” ที่ยึดวลี ไม่เอาเจ้า…ยกเลิก ม.๑๑๒…มีสถาบันไว้ทำไม ใช้เป็นสโลแกนหาเสียง

สสารไม่เคยหายไปจากโลก ฉันใด

คำพูดฆ่าตัวของพรรคส้ม ก็ฉันนั้น วันนี้ จึงมีคนขุดขึ้นมาช่วยโฆษณาหาเสียงได้อย่างเจ็บปวด!

แต่ก็เถอะ ขึ้นชื่อว่า “พระเอก” ตกต่ำยังไง บท “พระรอง” ก็ต้องไม่พลาด

ถ้าพรรคประชาชน เลิกค้นหาความเป็นคนที่เท่ากัน

เลิกค้นหาความเหลื่อมล้ำ

เลิกค้นหาเสรีภาพที่ไร้ขอบเขตจำกัด

เลิกเพ้อเปลี่ยนราชอาณาจักรไทย เป็นสาธารณรัฐ มีประธานาธิบดี แทนพระมหากษัตริย์

แล้วหันมา “ค้นหาตัวเอง” ให้เจอ!

นั่นแหละ พรรคประชาชน มีโอกาสเปลี่ยนจากสถานะ “นายกฯ ว่าว” ตลอดกาล ไปเป็น “นายกรัฐมนตรี” รัฐบาลพรรคประชาชนได้ไม่ยาก

ชั่วโมงนี้ ในการเลือกตั้ง สิ่งที่ประชาชนส่วนใหญ่ต้องการคือ

-ต้องการรัฐบาลที่เดินนโยบายการเมืองระหว่างประเทศกับเขมร อย่างที่ “นายกฯ อนุทิน” ทำ

-ต้องการให้มาตรการ “ปิดด่านชายแดนไทย-เขมร” คงไว้ต่อไป

-ต้องการรัฐมนตรีต่างประเทศอย่าง “รัฐมนตรีสีหศักดิ์”

ไม่ใช่รัฐมนตรีที่เอาแต่ยืนกอกระดุมให้ประเทศมหาอำนาจร่ำไป

-ต้องการมือนักการค้า-การตลาดอย่าง ซูเปอร์ G และนักการคลัง อย่างหนุ่มเอกนิติ

เนี่ย….

ถ้าท่านหาคนเช่นนั้นได้จากพรรคการเมืองไหน ก็จงเลือกพรรคนั้นเข้ามาเป็นรัฐบาลเถอะ

แต่จะเลือกมาให้เป็นประเภท “นายกฯ ฝึกงาน-รัฐบาลฝึกงาน”

อย่า..เป็นอันขาด!

ชั่วโมงนับต่อจากนี้ ไม่ใช่ชั่วโมงของ “เด็กฝึกงาน” ที่สามารถตั้งรับและพร้อมรุกในสถานการณ์ “เศรษฐกิจ-การเมือง” ไร้ทั้งพรมแดน ไร้ทั้งกฎเกณฑ์-กติกา

และไร้ทั้ง “คุณธรรม-ศีลธรรม” ในขณะนี้ได้!

เพราะจากนี้ สังคมโลกจะเข้าสู่ยุค “ถ่อย-เถื่อน” อำนาจแทนเหตุผล ฉะนั้น รัฐบาลที่ไทยควรมีในสถานการณ์นี้

ต้องเป็น “รัฐบาลที่เพียบพร้อม-แพรวพราวด้วยกุศโลบายในวิเทโศบาย

แปลเป็นไทยว่า ต้องเป็นรัฐบาล “กะล่อนโลก” มืออาชีพ

ไทยจึงจะรอด!

-เปลว สีเงิน

๒๒ มกราคม ๒๕๖๙

คนปลายซอย

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...