“ภูมิธรรม” ดีใจ รอดคดี ฮั้ว สว. ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนทำงาน
“ภูมิธรรม” ดีใจ รอดคดี ฮั้ว สว. ขอบคุณศาล รธน. ให้กำลังใจคนทำงาน
วันที่ 21 ม.ค. 2569 ที่ สนามบินสกลนคร นายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกฯและรมว.มหาดไทย ให้สัมภาษณ์ภายหลังศาลรัฐธรรมนูญอ่านคำวินิจฉัย ว่านายภูมิธรรม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรมว.ยุติธรรม ไม่ได้ใช้อำนาจแทรกแซงคดีฮั้ว สว. ว่า ดีใจ และต้องขอบคุณศาลรัฐธรรมนูญที่ให้กำลังใจคนทำงาน ที่ตั้งใจทำงาน เพราะสิ่งที่เกิดขึ้นในคดีนี้ พวกเราทำตามหน้าที่ตามที่มีการร้องเรียน ต้องการทำให้ข้อเท็จจริงเป็นที่ประจักษ์ เราเดินตามกระบวนการตามขั้นตอนทางกฎหมาย และขั้นตอนการปฏิบัติของกรมสอบสวนคดีพิเศษ (ดีเอสไอ) ตั้งแต่โดนตั้งข้อหา เราก็ยังไม่มั่นใจ ไม่สบายใจ ว่าโดนได้อย่างไร ในขณะที่เรากำลังทำสิ่งที่ควรจะเป็นไป เพราะคดีนี้เป็นคดีที่ประชาชนมีความเห็น เราเพียงแต่ทำให้เรื่องนี้เป็นที่ประจักษ์ เพราะเกี่ยวพันกับสถาบันนิติบัญญัติ เราไม่อยากให้มีผลกระทบ เกิดปัญหากับสถาบันนิติบัญญัติ เมื่อถามว่า มองว่าที่ผ่านมาเป็นเกมทางการเมืองหรือไม่ นายภูมิธรรม กล่าวว่า เรื่องนี้ยังไม่อยากพูด ช่วงนี้เป็นช่วงเลือกตั้ง แต่ตนว่าทุกคนเห็น รู้ และได้ฟังศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมดแล้วจะชัดเจนว่าข้อเท็จจริงเป็นอย่างไร ตนคิดว่าถ้าไปอ่านคำพิพากษาของศาลรัฐธรรมนูญทั้งหมด ก็คงเข้าใจว่าเรื่องราวเป็นอย่างไร วันนี้มา จ.บึงกาฬ ไม่ได้ไปฟังคำตัดสินของศาลรัฐธรรมนูญด้วยตัวเอง เพราะมั่นใจในตัวเองที่บริสุทธิ์ คิดว่าไปอยู่กับพี่น้องประชาชนดีกว่า
“ฉัตรวรรษ” รับคำวินิจฉัยศาลฯ ปม "ภูมิธรรม-ทวี" ความเป็น รมต.สิ้นสุดหรือไม่ บอกเรื่องน่าจะจบเท่านี้
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ แสงเพชร สมาชิกวุฒิสภา ในฐานะผู้ร้องคดี เปิดเผยภายหลังศาลรัฐธรรมนูญมีการพิจารณาคำร้องตามรัฐธรรมนูญ มาตรา 170 วรรคสาม ประกอบมาตรา 82 กรณีขอให้วินิจฉัยความเป็นรัฐมนตรีของนายภูมิธรรม เวชยชัย อดีตรองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงกลาโหม และ พ.ต.อ.ทวี สอดส่อง อดีตรัฐมนตรีว่าการกระทรวงยุติธรรม ว่าสิ้นสุดลงเฉพาะตัวหรือไม่ จากข้อกล่าวหาใช้อำนาจแทรกแซงกระบวนการตรวจสอบการเลือกสมาชิกวุฒิสภา โดยระบุว่า ตนเคารพคำวินิจฉัยของศาล และเห็นว่าประเด็นดังกล่าวน่าจะสิ้นสุดลงเพียงเท่านี้ ส่วนจะมีการนำเรื่องไปร้องต่อหรือไม่นั้น ยังไม่คิดดำเนินการใดเพิ่มเติม
พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ขณะนี้อยู่ในกระบวนการพิจารณาของคณะกรรมการการเลือกตั้ง ซึ่งผู้ที่มีหน้าที่และอำนาจก็ต้องดำเนินการไปตามบทบาทของตน ทุกอย่างเป็นไปตามกรอบอำนาจหน้าที่และความรับผิดชอบที่กฎหมายกำหนด
เมื่อถูกถามถึงการประเมินปลายทางของคดีฮั้ว สว. พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ หัวเราะเล็กน้อยก่อนระบุว่า ไม่สามารถคาดการณ์ได้ พร้อมย้ำว่า ทุกฝ่ายต้องเคารพคำวินิจฉัยของศาล
ส่วนกรณีข้อกังวลว่ากลุ่มที่มีความเห็นต่างอาจนำคำวินิจฉัยของศาลไปร้องต่อหน่วยงานอื่น พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ ระบุว่า เป็นสิทธิของแต่ละบุคคลตามรัฐธรรมนูญ ผู้ใดเห็นว่าตนเองได้รับความเสียหายก็สามารถใช้สิทธิตามที่กฎหมายบัญญัติไว้ได้ โดยรัฐธรรมนูญเปิดโอกาสให้ประชาชนใช้สิทธิ แต่ต้องอยู่ภายใต้กรอบกฎหมาย
เมื่อถามว่าคดีนี้เป็นคดีการเมืองหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า ”แล้วแต่พวกท่านจะไปคิดเอาเอง ผมไม่กล้าพิจารณา“
เมื่อถามว่ากรณีนี้เป็นการประชันอำนาจกันระหว่างคู่การเมืองสีน้ำเงินและสีแดงหรือไม่ พล.ต.ต.ฉัตรวรรษ กล่าวว่า“ อันนั้นไม่ทราบ เป็นเรื่องของสื่อ”