จับตาคดีฮั้วสว. ไปต่อแบบใด หลังผลคำวินิจฉัยชี้ 2 รมต. ไม่มีแทรกแซงคดีฮั้ว สว.
เข็มนาฬิกาเดินไปที่เวลา 15.00 น. ของวันที่ 21 มกราคม บรรยากาศทางการเมืองไทยไม่ได้แค่ร้อนระอุ แต่กำลังเข้าสู่จุดแตกหักที่น่าจับตามองที่สุดครั้งหนึ่ง เมื่อศาลรัฐธรรมนูญนัดอ่านคำวินิจฉัยชี้ชะตา ภูมิธรรม เวชยชัย และ พ.ต.อ. ทวี สอดส่อง ว่าความเป็นรัฐมนตรีจะสิ้นสุดลงหรือไม่ จากข้อกล่าวหา ‘แทรกแซงคดีฮั้ว สว.’
เรื่องราวนี้ไม่ใช่แค่การต่อสู้ทางกฎหมาย แต่คือภาพสะท้อนสงครามเย็นระหว่าง ‘ขั้วสีน้ำเงิน’ กับ ‘ขั้วสีแดง’ ที่ผลัดกันรุกรับอย่างดุเดือด ต้นตอมาจากกลุ่ม สว. 92 คน ที่กำลังถูกกรมสอบสวนคดีพิเศษ (DSI) ในยุคที่ พ.ต.อ. ทวี ดูแล และมีภูมิธรรมเป็นประธานบอร์ดคดีพิเศษ ขุดคุ้ยเส้นทางการเงินและเครือข่ายอั้งยี่ในการเลือก สว. เมื่อปี 2567 การที่ DSI รับลูกต่อจากคณะกรรมการการเลือกตั้ง (กกต.) ทำให้เหล่า สว. เดินหน้าร้องศาลว่า นี่คือการใช้อำนาจฝ่ายบริหารเพื่อ ‘ข่มขู่และครอบงำ’ ฝ่ายนิติบัญญัติ
‘เมื่อผู้ล่า กลายเป็นผู้ถูกล่า’ คือนิยามของคดีนี้ แม้ในทางปฏิบัติ ทั้งภูมิธรรมและ พ.ต.อ. ทวี จะพ้นจากตำแหน่งรัฐมนตรีไปแล้วจากผลพวงคดีถอดถอนนายกฯ แพทองธาร ชินวัตร กรณีคลิปสนทนาผู้นำกัมพูชา แต่ศาลรัฐธรรมนูญยังคงเดินหน้าอ่านคำวินิจฉัย ไม่ใช่เพื่อ ‘ปลด’ คนที่ออกไปแล้ว แต่เพื่อให้เป็นบรรทัดฐานทางจริยธรรมว่า สิ่งที่ทำไปนั้นผิดหรือไม่ เพราะผลคำวินิจฉัยของศาลนั้นมีผลผูกพันทุกองค์กร
ฉับพลันเมื่อ ศาลรัฐธรรมนูญนั่งบัลลังก์อ่านคำวินิจฉัย ไม่พบข้อเท็จจริงหรือพยานหลักฐานอื่นใด ว่า ภูมิธรรม และ พ.ต.อ. ทวี มีการสั่งการหรือเข้าไปแทรกแซงการปฏิบัติหน้าที่ของ กกต. ในคดีฮั้ว สว. ที่ DSI ดำเนินการแต่อย่างใด
นี่จึงกลายเป็นชัยชนะครั้งใหญ่ของขั้วสีแดง คำตัดสินนี้จะเปรียบเสมือน ‘ใบรับรองความบริสุทธิ์’ ที่การันตีว่าการที่ DSI และ กกต. เข้าไปตรวจสอบคดีฮั้ว สว. นั้น เป็นการทำหน้าที่โดยชอบ ไม่ใช่การกลั่นแกล้งทางการเมือง
ผลทางการเมืองจะตีกลับทันที พรรคเพื่อไทยและพรรคประชาชาติจะเดินหน้าได้อย่างสง่าผ่าเผย ภูมิธรรม ในฐานะผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคเพื่อไทย ลำดับที่ 100 และ พ.ต.อ. ทวี แคนดิเดตรัฐมนตรีและผู้สมัคร สส. บัญชีรายชื่อ พรรคประชาชาติ ลำดับที่ 1 จะยังคงสถานะนี้ในอนาคตได้เต็มตัว โดยเฉพาะ พ.ต.อ.ทวี ที่จะกลับมาเป็นความหวังสำคัญของพรรคประชาชาติในการกวาดที่นั่งภาคใต้ต่อ โดยไม่ต้องกังวลถึงรอยแผลทางจริยธรรม
ที่สำคัญที่สุด ไฟเขียวจากศาลครั้งนี้จะทำให้ ‘คดีฮั้ว สว.’ ที่เคยเดินหน้าแบบกล้าๆ กลัวๆ กลับมาติดเทอร์โบ DSI จะมีความชอบธรรม เดินหน้าอย่างเต็มสูบในการเช็กบิล สว. ที่เกี่ยวข้อง โดยไม่ต้องเกรงกลัวว่าใครจะหา
สุดท้ายแล้ว ‘คดีฮั้ว สว.’ ที่ประชาชนเฝ้ารอความจริง คดีที่มองไม่เห็นแสงสว่างที่ปลายอุโมงค์ กลับถูกเปิดสวิตช์ไฟให้สว่างโร่ขึ้นทันตาเห็น กระบวนการตรวจสอบจะกลับมาเดินหน้าได้เต็มระบบ และกลายจุดเริ่มต้นของ ‘บรรทัดฐานใหม่’ ที่ชี้ว่า แม้แต่สภาสูงอันทรงเกียรติก็ไม่อาจอยู่เหนือกฎหมายหรือการตรวจสอบได้ ศึกนี้จึงไม่ใช่แค่เรื่องของ ภูมิธรรม หรือ พ.ต.อ. ทวี แต่คือบทพิสูจน์ในสมรภูมินิติสงคราม จากนี้ไปภาระหนักจะตกไปอยู่ที่กลุ่ม สว. ผู้ถูกกล่าวหา ที่ต้องตอบคำถามต่อสังคมให้ได้ว่า ที่มาของพวกท่านโปร่งใสจริงหรือไม่?