โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

การเมือง

เลือกตั้ง69 :รู้ทั้งรู้แต่ยังกา โพลเปิดใจคนไทยกับการซื้อเสียง

PostToday

อัพเดต 21 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

โพลสะท้อนสังคม

คนไทยคิดอย่างไรกับการซื้อเสียงและการเมืองต้านโกง

แม้การซื้อเสียงจะเป็นปัญหาที่สังคมไทยถกเถียงกันมาอย่างยาวนาน แต่การเลือกตั้งปี 2569 ทำให้ประเด็นนี้กลับมาอยู่ในความสนใจอีกครั้ง ไม่ใช่เพราะข่าวลือหรือคำกล่าวหาทางการเมืองเท่านั้น หากแต่เพราะ ตัวเลขจากผลสำรวจความคิดเห็นของประชาชนและภาคธุรกิจ ที่สะท้อนทัศนคติของสังคมไทยได้อย่างชัดเจน

ผลสำรวจดังกล่าวเปรียบเสมือน “กระจกเงา” ที่สะท้อนทั้งความตื่นรู้ ความลังเล และความย้อนแย้งในพฤติกรรมของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทย

เจาะโพล 4,814 ตัวอย่าง : สังคมไทยรู้ปัญหา แต่ยังติดกับดัก

ผลสำรวจความคิดเห็นต่อนโยบายต่อต้านคอร์รัปชันของพรรคการเมืองและนักการเมืองไทย ในการเลือกตั้งปี 2569 จากกลุ่มตัวอย่าง 4,814 รายทั่วประเทศ แบ่งเป็นประชาชน 3,043 ราย และภาคธุรกิจ 1,771 ราย พบว่า

  • 42% เห็นว่าการเลือกตั้งครั้งนี้จะมีการซื้อสิทธิขายเสียง “มาก”
  • คนส่วนใหญ่รับรู้ว่า “การซื้อเสียงยังมีอยู่จริง” และเกิดขึ้นอย่างเป็นระบบ

ตัวเลขนี้สะท้อนว่า ปัญหาซื้อเสียงไม่ใช่เรื่องที่ประชาชน “ไม่รู้” หากแต่เป็นสิ่งที่สังคมไทย รับรู้และยอมรับว่ามีอยู่ แม้จะไม่เห็นด้วยก็ตาม

รู้ว่ามีซื้อเสียง แต่ “ไม่อยากรับ”

ประเด็นที่น่าสนใจคือ ทัศนคติของประชาชนต่อการรับเงินซื้อเสียง โดยผลสำรวจพบว่า

  • 69% ระบุว่า หากมีการจ่ายเงินซื้อเสียง จะ “ไม่รับ”
  • มีเพียง 18% ที่ยอมรับเงินซื้อเสียง
  • ที่เหลืออยู่ในกลุ่มลังเลหรือไม่แสดงความเห็น

ภาพสะท้อนนี้ชี้ให้เห็นว่า สังคมไทยกำลังขยับจาก “ความเคยชิน” ไปสู่ “การตั้งคำถามเชิงศีลธรรม” มากขึ้น ประชาชนจำนวนมากเริ่มมองว่าการรับเงินซื้อเสียงไม่ใช่เรื่องปกติ และเป็นสิ่งที่บ่อนทำลายอนาคตของประเทศ

28% ที่ยังเลือก : เหตุผลเชิงจิตวิทยาการเมือง

อย่างไรก็ตาม โพลยังเผยให้เห็นความจริงอีกด้าน เมื่อถามว่า หากนักการเมืองให้เงินซื้อเสียง จะเลือกคนนั้นหรือไม่ พบว่า

  • 71.9% ตอบ “ไม่เลือก”
  • 28.1% ตอบ “เลือก”

เหตุผลของกลุ่ม 28.1% นี้ ไม่ได้มีเพียง “เงิน” เป็นตัวแปรเดียว แต่ประกอบด้วย

  • ความคุ้นเคยหรือรู้จักเป็นการส่วนตัว
  • ผลงานที่ผ่านมา
  • ไม่รู้จะเลือกใคร
  • อิทธิพลของหัวคะแนน
  • ได้รับเงินหรือผลประโยชน์เพื่อนำไปใช้จ่าย

นักวิชาการด้านสังคมและการเมืองมองว่า พฤติกรรมดังกล่าวสะท้อน “จิตวิทยาการเลือกตั้งแบบเอาตัวรอด” มากกว่าการสนับสนุนการทุจริตโดยตรง โดยเฉพาะในพื้นที่ที่รัฐสวัสดิการยังเข้าไม่ถึง การรับเงินถูกมองว่าเป็น “ผลประโยชน์ระยะสั้นที่จับต้องได้”

ราคาซื้อเสียงกับความรู้สึก “คุ้ม–ไม่คุ้ม”

โพลยังเผยให้เห็นมิติทางจิตวิทยาที่ซับซ้อน เมื่อราคาซื้อเสียงพุ่งสูงขึ้น โดยเฉพาะในกรุงเทพฯ และปริมณฑลที่สูงสุดถึง 7,500 บาทต่อคน

ในมุมหนึ่ง ราคาที่สูงขึ้นทำให้ประชาชนบางส่วนมองว่า

  • “ถ้ารับแล้วไม่เลือก ถือว่าไม่ผิด”
  • เงินกลายเป็น “ค่าชดเชย” จากระบบการเมืองที่ไม่ตอบโจทย์ชีวิต

ขณะเดียวกัน ประชาชนอีกกลุ่มกลับมองว่า ราคาที่สูงผิดปกติ คือสัญญาณอันตรายว่า นักการเมืองกำลังลงทุนเพื่อหวังผลตอบแทนมหาศาลในอนาคต ซึ่งจะย้อนกลับมาเป็นภาระของประเทศในรูปแบบงบประมาณ นโยบาย หรือคอร์รัปชันเชิงโครงสร้าง

ความย้อนแย้งของผู้มีสิทธิเลือกตั้งไทย

เมื่อพิจารณาภาพรวมทั้งหมด โพลสะท้อนความย้อนแย้งสำคัญของสังคมไทย คือ

  • คนส่วนใหญ่ “ไม่เห็นด้วยกับการซื้อเสียง”
  • แต่ระบบการแข่งขันทางการเมืองยังเปิดช่องให้การซื้อเสียงดำรงอยู่
  • ประชาชนบางส่วนไม่เลือกซื้อเสียง แต่ก็ไม่เชื่อมั่นว่านักการเมืองที่ไม่ซื้อเสียงจะเปลี่ยนแปลงประเทศได้จริง

นี่คือกับดักเชิงโครงสร้าง ที่ทำให้การเมืองไทยวนเวียนอยู่ระหว่าง “ความรู้สึกผิด” กับ “ความจำเป็น”

บทสะท้อนก่อนก้าวสู่ตอนต่อไป

โพลเลือกตั้งปี 2569 ไม่ได้บอกเพียงตัวเลขทางสถิติ หากแต่เผยให้เห็นสภาพจิตใจของสังคมไทย ที่กำลังตั้งคำถามกับการเมืองแบบเดิม แต่ยังไม่มั่นใจในทางเลือกใหม่

คำถามสำคัญจึงไม่ใช่เพียงว่า
คนไทยไม่เอาการซื้อเสียงหรือไม่
แต่คือ
ระบบการเมืองไทยเปิดพื้นที่ให้การเมืองสุจริตชนะได้จริงหรือยัง

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...