“ยุทธพงศ์” เพื่อไทย ลุยหาเสียงอ้อนขอคะแนนชูนโยบายปราบยาเสพติด แก้หนี้ มีกิน
จ.มหาสารคาม มี 6 เขตเลือกตั้ง มี สส. ได้ 6 คน ในการรับสมัครเลือกตั้งครั้งนี้ มีผู้สมัคร สส.ทั้งหมด 60 คน โดยเขตเลือกตั้งที่ 3 ประกอบด้วย อ.พยัคฆภูมิพิสัย อ.นาดูน และอ.ยางสีสุราช ผู้สมัครที่โดดเด่นคือ นายยุทธพงศ์ จรัสเสถียร เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย อดีตสมาชิกสภาผู้แทนราษฏรจังหวัดมหาสารคาม 3 สมัย อดีตรัฐมนตรีช่วยว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (นายเศรษฐา ทวีสิน) อดีตที่ปรึกษานายกรัฐมนตรี (น.ส. แพทองธาร ชินวัตร) และในการเลือกตั้งครั้งนี้ มั่นใจทวงเก้าอี้คืนได้ ลงพื้นที่หาเสียงพบปะประชาชนอย่างต่อเนื่อง
โดยที่วัดธาตุชุมพร บ้านหนองแสง ตำบลหนองบัวแก้ว อ.พยัคฆภูมิพิสัย จ.มหาสารคาม นายยุทธพงศ์ ผู้สมัคร สส.เขต3 เบอร์ 5 พรรคเพื่อไทย พร้อมด้วยทีมงานลงพื้นที่พบปะประชาชน โดยได้มีการสอบถามปัญหาจากประชาชนเพื่อนำมาแก้ไข ให้มีความเป็นอยู่ที่ดีขึ้น
นายยุทธพงศ์ ให้สัมภาษณ์ว่า ในการเลือกตั้งในครั้งนี้ตนเองมีความมั่นใจที่จะได้เก้าอี้ สส.คืนมาได้ ซึ่งในการเลือกตั้งในครั้งนี้ได้มีการเตรียมตัวเตรียมพร้อมอยู่แล้ว ตั้งแต่ก่อนที่จะมีการมีการยุบสภา โดยได้เริ่มรณรงค์หาเสียงมาตั้งแต่เดือนตุลาคม ปี 68 ตามไทม์ไลน์ของนายอนุทิน ชาญวีรกูล ที่ได้ประกาศไว้ว่าจะยุบสภาในวันที่ 31 มกราคม 69 แต่นายกอนุทิน ได้ประกาศยุบสภาในวันที่ 11ธันวาคม เรียกได้ว่าเรามีการเตรียมความพร้อม ซึ่งจากการลงพื้นที่ชาวบ้านได้สะท้อนปัญหาอันดับแรก คือ ปัญหาหนี้สิน ประชาชนได้รับความลำบากจากการที่มีปัญหาหนี้สิน เพราะค่าครองชีพสูง อยู่ในยุคที่ปุ๋ยแพง ราคาข้าวถูก ชาวนาทำนาขาดทุน เป็นหนี้เป็นสิน เพราะช่วงเก็บเกี่ยวประสบปัญหาฝนตกในช่วงเดือนพฤศจิกายน ซึ่งทำให้ราคาข้าวตก ขายข้าวได้ราคากิโลละ10 บาทเท่านั้น ต้นทุนค่าปุ๋ยกระสอบละ1,200 บาท ค่าไถไร่ละ 250 บาท รถเกี่ยวข้าวไร่ละ 600 บาท ชาวนาต้องเผชิญปัญหาราคาต้นทุนที่สูงมาก หากเปรียบเที่ยบในสมัยรัฐบาลนายกยิ่งลักษณ์ เมื่อ 14 ปีที่แล้ว ปุ๋ยกระสอบละ700 ข้าวกิโลละ 20 บาท
แต่ปัจจุบันนี้ ปุ๋ยกระสอบละ 1,200 บาท ข้าวกิโลละ 10 บาท นอกจากนี้ยังมีเรื่องของยาเสพติด ที่ชาวบ้านสะท้อนปัญหา ซึ่งต้องยอมรับว่าปัญหายาเสพติดได้ระบาดอย่างหนักในพื้นที่ สมัยก่อนยาบ้าเม็ดละ 100 ก๋วยเตี๋ยวชามละ 20 บาท แต่ปัจจุบันนี้ ยาบ้าเม็ดละ 20 ก๋วยเตี๋ยวชามละ 60 บาท ค่าครองชีพอย่างอื่นขึ้นราคาหมด แต่ยาบ้าถูกลง ทำให้มีคนเข้าถึงได้มากขึ้น ส่วนเรื่องสแกมเมอร์ ถือว่ายังมีน้อย แต่ก็เป็นอีกหนึ่งนโยบายของพรรค ที่ต้องปราบปรามให้สิ้นซาก ซึ่งในการลงพื้นที่ถือว่า ได้พบปะชาวบ้านไปแล้วกว่า 90 เปอร์เซ็นต์ พบชาวบ้านกว่า 70,000 คน ไปทุกหมู่บ้านก็ได้มีการนำนโยบายดี ๆ ของพรรคไปบอกกล่าวเล่าสู่ชาวบ้านฟัง ทั้งนโยบายปลดหนี้ ปราบยาเสพติด ในสมัยที่เป็น สส. ก็ถือว่าเป็น สส.คนนึงที่ฝีปากกล้าในสภา มีผลงานในสภา ชาวบ้านคิดถึง ชาวบ้านอยากให้กลับไปทำงาน มีความมั่นใจว่าในการเลือกตั้งครั้งนี้พี่น้องประชาชนในพื้นที่เขต 3 จะกลับมาสนับสนุนตนให้กลับมาเป็น สส. อีกครั้งหนึ่ง
ขณะที่ ชาวหน้าให้สัมภาษณ์ว่า อยากได้คนที่มีความสามารถ คนทำงานเพื่อไปพัฒนาบ้านเมือง และอยากให้แก้ปัญหายาเสพติด เหมือนสมัย ทักษิณชินวัตร