หนองคายเดือด! “อนุทิน” ขอ สส.ยกจังหวัด ลั่นไม่ขายฝัน นั่งนายกฯ แล้ว ชูผลงาน 2 เดือนทวงอธิปไตย ย้ำไม่เปิดด่าน
หนองคายลุกเป็นไฟ! "อนุทิน" อ้อนชาวริมโขงขอ สส. ยกจังหวัด 3 เขต การันตีรอบนี้ไม่ขายฝันเพราะนั่งเก้าอี้นายกฯ แล้ว โชว์ผลงานโบแดง 2 เดือนจัดการปมขัดแย้งเขมรเบ็ดเสร็จทวงคืนอธิปไตยสำเร็จ ลั่น "กลัวคนไทยมากกว่าผู้นำกัมพูชา" ย้ำชัดไม่มีเปิดด่านแน่นอน พร้อมหยอดคำหวานถ้าได้บริหารต่ออีกสมัย จะปั๊มเศรษฐกิจให้ชาวบ้านรวยจนต้องร้องขอให้หยุด
วันที่ 25 ม.ค. 69 เวลา 18.00 น. ที่ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1, นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 3 หาเสียง โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จะกราบขอบพระคุณอย่างไร พี่น้องประชาชนมาวันนี้ และการเลือกตั้งครั้งที่แล้วตนก็มีโอกาสมา แต่ สส.ภูมิใจไทย เขตนี้สอบตก พร้อมถามชาวหนองคายเป็นภาษาอีสานว่า “วันนี้จะตั๋วมั้ย” โดยประชาชนตอบว่า “บ่ตั๋ว” นายอนุทิน จึงกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา “บ่ๆ บ่เป็นหยังดอก”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะขอคนเดียวหรือสองคนมันไม่ทันแล้ว เพราะต้องไปทำงานให้คนหนองคาย มีเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ขอสามคนเลยได้หรือไม่ และต้องกาเบอร์ 37 เพื่อเลือกอนุทินด้วย ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นางจิดาภาขมขื่น ตนก็ขมขื่น เที่ยวนี้ขออย่าให้พวกตนต้องไปร้องว่า เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงๆ ทะเล เพราะตอนนี้ปิดด่านแล้ว ความขมขื่นมันไหลลงทะเลไม่ได้ มันติดเขมร ความขมขื่นมันเลยติดอยู่ตรงนี้ ดังนั้น จะต้องไม่มีความขมขื่นอีกต่อไป และตนจะไม่ขอร้องเพลงนี้เป็นครั้งที่สอง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งใน จ.หนองคาย ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยขอเสนอเป็นแพ็กเกจ ทั้งนางจิดาภา พล.ต.ท.ไพศาล และนายศักดิ์ดา หนองคายถ้าไม่เจริญยุคนี้จะเจริญยุคไหน วันนี้ตนไม่เหมือน 4-5 ปีที่แล้ว ที่มาเจอพ่อแม่พี่น้องตรงนี้ เพราะตอนนั้นเวลาจะรับปากใครว่าจะเป็นนายกฯ ยังดูห่างเกินไป ขอเป็นนายกฯ ก่อนแล้วก็มาพบกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อเป็นนายกฯ ต่อไป วันนี้ตนไม่ได้มาขายฝัน แต่ได้ทำให้ความจริงเกิดขึ้นแล้ว จึงมาบอกกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน และยืนยันว่า ตนไม่ได้ลืมหนองคาย แม้ว่าครั้งที่ผ่านมา จะไม่ได้ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย ตนก็ไม่ลืม จ.หนองคาย ถามว่าวันนี้มีกี่ขัวแล้ว ที่หนองคายมีทั้งขัวรถบรรทุก และขัวรถไฟ ตอนนั้นตนคุมคมนาคม เขาบอกต้องรอ 7-8 ปี ถึงจะมีขัวรถไฟ แต่ตนบอกว่าไม่ได้ต้องเกิดขึ้นสมัยที่พรรคภูมิใจไทย คุมคมนาคม
“ผมไม่ได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจใดๆ ทั้งสิ้น คนเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี จะมาน้อยอกน้อยใจเรื่องส่วนตัวไม่ได้ อะไรก็ตามที่ทำแล้วมีความเจริญงอกงามเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมไม่สนใจว่าชาวหนองคาย จะเลือก สส.พรรคไหน ถ้าผมมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองจะเอามาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวหนองคาย เพราะเท่ากับทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าผมไม่สามารถทำความเจริญก้าวหน้าให้กับพี่น้องชาวหนองคายตามที่ต้องการได้ ขอโทษเถอะว่าตรงนี้กี่ตีนแล้ว ผมจะมาได้อีกหรือไม่ วันนี้เดินเข้ามาได้จับมือ แต่ถ้าทำไม่ได้ มาวันหน้าโดนตีนผมไม่เอา” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาแล้วพูดเสียงดัง เพราะวันนี้ได้เป็นนายกฯ แล้ว แค่ 2 เดือนกว่า ทำให้พี่น้องประชาชนได้เยอะแล้ว รับรองว่าถ้าได้เป็นอีก 4 ปี จะทำจนประชาชนร้องว่าพอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว ขอให้เชื่อว่าตนทำได้ และขอให้เชื่อมั่นว่าเมื่อ 3 คนนี้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวหนองคาย จะไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งความตั้งใจที่จะทำงานให้กับชาวหนองคาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อตน และให้ความมั่นใจให้ตนไปบริหารประเทศ ขอให้มั่นใจว่าตนจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อหนองคาย
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนปัญหากับเขมรจะไม่มีการประจันหน้ากันอีกต่อไป เราควบคุมพื้นที่ที่เป็นของเราไว้หมด ขอให้เอาความเกลียดชังเอาความโกรธจากอกไป เหมือนที่พระท่านว่า “กัมมุนา วัตตติโลโก” กุ๊กๆ ตนไปหลายที่ยังมีคนบอกให้จัดการเขมรเลย ลุยเขมรเลย ตนอยากบอกว่าเราลุยเรียบร้อยแล้ว ได้อธิปไตยคืนมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนเอาส่วนที่ยังโกรธแค้นยังเจ็บใจออกไป แล้วไปทำงานไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ไม่ต้องกังวลมันจะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นเพราะเราได้แสดงให้ทั้งโลก และคู่กรณีของเราเห็นแล้ว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนเป็นนายกฯ จะพูดมากไม่ได้ เพราะต้องรักษาเกียรติภูมิของประเทศไทย พูดคำแรงๆ ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศไทย แต่ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเกียรติภูมิแน่นอน เพราะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเรามีกำลังทหารเข้มแข็งแค่ไหน เราเอาสิ่งที่สูญเสียมาได้หมดทั้งที่รอมาเป็น 10 ปี เอาคืนไม่ได้แต่ใช้เวลาแค่ 2 เดือน เอาคืนกลับได้หมด เพราะไม่มีประโยชน์ร่วม ไม่ต้องเกรงใจใคร ตนกลัวประชาชนคนไทยมากกว่าผู้นำเขมร จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยไม่มีทางอื่นแน่นอน
“คนที่บอกว่าเอาเรื่องนี้มาหาเสียง ผมไม่ได้เอามาหาเสียง แต่ทำแล้วถึงมาพูด ทำเรียบร้อยพูดคุยกับกองทัพ และดำเนินการเรียบร้อยถึงมาบอกกับพี่น้องคนไทย แล้วไม่ต้องห่วงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากมีอีกรับรองว่าจะเจอบทเรียนที่หนักกว่านี้ พร้อมย้ำว่าไม่มีการเปิดด่านแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว และว่า “พูดในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ” พร้อมยกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ว่า “อนุทินมาตรงนี้ เว้าแล้วเฮ็ดแน่นอน บ่ต้องห่วง”.
หนองคายลุกเป็นไฟ! "อนุทิน" อ้อนชาวริมโขงขอ สส. ยกจังหวัด 3 เขต การันตีรอบนี้ไม่ขายฝันเพราะนั่งเก้าอี้นายกฯ แล้ว โชว์ผลงานโบแดง 2 เดือนจัดการปมขัดแย้งเขมรเบ็ดเสร็จทวงคืนอธิปไตยสำเร็จ ลั่น "กลัวคนไทยมากกว่าผู้นำกัมพูชา" ย้ำชัดไม่มีเปิดด่านแน่นอน พร้อมหยอดคำหวานถ้าได้บริหารต่ออีกสมัย จะปั๊มเศรษฐกิจให้ชาวบ้านรวยจนต้องร้องขอให้หยุด
วันที่ 25 ม.ค. 69 เวลา 18.00 น. ที่ลานนาคาเบิกฟ้า ริมแม่น้ำโขงเทศบาลเมืองโพนพิสัย อ.โพนพิสัย จ.หนองคาย นายอนุทิน ชาญวีรกูล หัวหน้าพรรคภูมิใจไทย ขึ้นเวทีปราศรัยช่วย พล.ต.ท.ไพศาล ลือสมบูรณ์ ผู้สมัคร สส.เขต 1, นางจิดาภา สุนทรธนากุล ผู้สมัคร สส.เขต 2 และนายศักดิ์ดา จันทรสุวรรณ ผู้สมัคร สส.เขต 3 หาเสียง โดยนายอนุทิน กล่าวว่า ตนไม่รู้จะกราบขอบพระคุณอย่างไร พี่น้องประชาชนมาวันนี้ และการเลือกตั้งครั้งที่แล้วตนก็มีโอกาสมา แต่ สส.ภูมิใจไทย เขตนี้สอบตก พร้อมถามชาวหนองคายเป็นภาษาอีสานว่า “วันนี้จะตั๋วมั้ย” โดยประชาชนตอบว่า “บ่ตั๋ว” นายอนุทิน จึงกล่าวต่อว่า ที่ผ่านมา “บ่ๆ บ่เป็นหยังดอก”
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งครั้งนี้แทนที่จะขอคนเดียวหรือสองคนมันไม่ทันแล้ว เพราะต้องไปทำงานให้คนหนองคาย มีเศรษฐกิจ และคุณภาพชีวิตที่ดี ดังนั้น ขอสามคนเลยได้หรือไม่ และต้องกาเบอร์ 37 เพื่อเลือกอนุทินด้วย ทั้งนี้ การเลือกตั้งครั้งที่แล้ว นางจิดาภาขมขื่น ตนก็ขมขื่น เที่ยวนี้ขออย่าให้พวกตนต้องไปร้องว่า เอาความขมขื่นไปทิ้งแม่โขง ให้มันไหลลงๆ ทะเล เพราะตอนนี้ปิดด่านแล้ว ความขมขื่นมันไหลลงทะเลไม่ได้ มันติดเขมร ความขมขื่นมันเลยติดอยู่ตรงนี้ ดังนั้น จะต้องไม่มีความขมขื่นอีกต่อไป และตนจะไม่ขอร้องเพลงนี้เป็นครั้งที่สอง
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า การเลือกตั้งใน จ.หนองคาย ครั้งนี้พรรคภูมิใจไทยขอเสนอเป็นแพ็กเกจ ทั้งนางจิดาภา พล.ต.ท.ไพศาล และนายศักดิ์ดา หนองคายถ้าไม่เจริญยุคนี้จะเจริญยุคไหน วันนี้ตนไม่เหมือน 4-5 ปีที่แล้ว ที่มาเจอพ่อแม่พี่น้องตรงนี้ เพราะตอนนั้นเวลาจะรับปากใครว่าจะเป็นนายกฯ ยังดูห่างเกินไป ขอเป็นนายกฯ ก่อนแล้วก็มาพบกับพ่อแม่พี่น้องเพื่อเป็นนายกฯ ต่อไป วันนี้ตนไม่ได้มาขายฝัน แต่ได้ทำให้ความจริงเกิดขึ้นแล้ว จึงมาบอกกับพ่อแม่พี่น้องทุกคน และยืนยันว่า ตนไม่ได้ลืมหนองคาย แม้ว่าครั้งที่ผ่านมา จะไม่ได้ให้โอกาสพรรคภูมิใจไทย ตนก็ไม่ลืม จ.หนองคาย ถามว่าวันนี้มีกี่ขัวแล้ว ที่หนองคายมีทั้งขัวรถบรรทุก และขัวรถไฟ ตอนนั้นตนคุมคมนาคม เขาบอกต้องรอ 7-8 ปี ถึงจะมีขัวรถไฟ แต่ตนบอกว่าไม่ได้ต้องเกิดขึ้นสมัยที่พรรคภูมิใจไทย คุมคมนาคม
“ผมไม่ได้รู้สึกน้อยอกน้อยใจใดๆ ทั้งสิ้น คนเป็นนายกฯ เป็นรัฐมนตรี จะมาน้อยอกน้อยใจเรื่องส่วนตัวไม่ได้ อะไรก็ตามที่ทำแล้วมีความเจริญงอกงามเป็นประโยชน์ต่อประชาชน ผมไม่สนใจว่าชาวหนองคาย จะเลือก สส.พรรคไหน ถ้าผมมีหน้าที่บริหารบ้านเมืองจะเอามาทำประโยชน์ให้กับพี่น้องชาวหนองคาย เพราะเท่ากับทำประโยชน์ให้กับประเทศไทยเหมือนกัน ถ้าผมไม่สามารถทำความเจริญก้าวหน้าให้กับพี่น้องชาวหนองคายตามที่ต้องการได้ ขอโทษเถอะว่าตรงนี้กี่ตีนแล้ว ผมจะมาได้อีกหรือไม่ วันนี้เดินเข้ามาได้จับมือ แต่ถ้าทำไม่ได้ มาวันหน้าโดนตีนผมไม่เอา” นายอนุทิน กล่าว
นายอนุทิน กล่าวว่า วันนี้มาแล้วพูดเสียงดัง เพราะวันนี้ได้เป็นนายกฯ แล้ว แค่ 2 เดือนกว่า ทำให้พี่น้องประชาชนได้เยอะแล้ว รับรองว่าถ้าได้เป็นอีก 4 ปี จะทำจนประชาชนร้องว่าพอแล้วๆ รวยไม่ไหวแล้ว ขอให้เชื่อว่าตนทำได้ และขอให้เชื่อมั่นว่าเมื่อ 3 คนนี้เข้าไปเป็นตัวแทนของพี่น้องประชาชนชาวหนองคาย จะไม่มีอะไรที่จะมาหยุดยั้งความตั้งใจที่จะทำงานให้กับชาวหนองคาย ซึ่งถือว่าเป็นผู้มีพระคุณต่อตน และให้ความมั่นใจให้ตนไปบริหารประเทศ ขอให้มั่นใจว่าตนจะทุ่มเททุกสิ่งเพื่อหนองคาย
นายอนุทิน กล่าวว่า ส่วนปัญหากับเขมรจะไม่มีการประจันหน้ากันอีกต่อไป เราควบคุมพื้นที่ที่เป็นของเราไว้หมด ขอให้เอาความเกลียดชังเอาความโกรธจากอกไป เหมือนที่พระท่านว่า “กัมมุนา วัตตติโลโก” กุ๊กๆ ตนไปหลายที่ยังมีคนบอกให้จัดการเขมรเลย ลุยเขมรเลย ตนอยากบอกว่าเราลุยเรียบร้อยแล้ว ได้อธิปไตยคืนมาเรียบร้อยแล้ว ขอให้ทุกคนเอาส่วนที่ยังโกรธแค้นยังเจ็บใจออกไป แล้วไปทำงานไปทำในสิ่งที่ตัวเองอยากจะทำ ไม่ต้องกังวลมันจะไม่มีเหตุอะไรเกิดขึ้นเพราะเราได้แสดงให้ทั้งโลก และคู่กรณีของเราเห็นแล้ว
นายอนุทิน กล่าวต่อว่า ตนเป็นนายกฯ จะพูดมากไม่ได้ เพราะต้องรักษาเกียรติภูมิของประเทศไทย พูดคำแรงๆ ไม่ได้ เพราะถือว่าเป็นตัวแทนของประเทศไทย แต่ยืนยันว่า ประเทศไทยมีเกียรติภูมิแน่นอน เพราะได้แสดงให้เห็นแล้วว่าเรามีกำลังทหารเข้มแข็งแค่ไหน เราเอาสิ่งที่สูญเสียมาได้หมดทั้งที่รอมาเป็น 10 ปี เอาคืนไม่ได้แต่ใช้เวลาแค่ 2 เดือน เอาคืนกลับได้หมด เพราะไม่มีประโยชน์ร่วม ไม่ต้องเกรงใจใคร ตนกลัวประชาชนคนไทยมากกว่าผู้นำเขมร จึงต้องทำทุกอย่างเพื่อผลประโยชน์ของคนไทยไม่มีทางอื่นแน่นอน
“คนที่บอกว่าเอาเรื่องนี้มาหาเสียง ผมไม่ได้เอามาหาเสียง แต่ทำแล้วถึงมาพูด ทำเรียบร้อยพูดคุยกับกองทัพ และดำเนินการเรียบร้อยถึงมาบอกกับพี่น้องคนไทย แล้วไม่ต้องห่วงไม่ว่าอะไรจะเกิดขึ้น หากมีอีกรับรองว่าจะเจอบทเรียนที่หนักกว่านี้ พร้อมย้ำว่าไม่มีการเปิดด่านแน่นอน” นายอนุทิน กล่าว และว่า “พูดในสิ่งที่เฮ็ด เฮ็ดในสิ่งที่เชื่อ” พร้อมยกนโยบายของพรรคภูมิใจไทย ว่า “อนุทินมาตรงนี้ เว้าแล้วเฮ็ดแน่นอน บ่ต้องห่วง”