มมส จัดยิ่งใหญ่ “บุญผะเหวด” สืบสานฮีตเดือน 4 รวมพลังอีสาน
มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ตอกย้ำภาพลักษณ์ "มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน" ด้วยการจัดงานประเพณี "ฮีตเดือน 4 ประเพณีบุญผะเหวด ประจำปีงบประมาณ 2569" ณ พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีการจำลองมณฑลพิธีให้กลายเป็นป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อ เพื่อสืบสานประเพณี "ฮีต 12 คอง 14" ของชาวอีสานให้คงอยู่
วันที่ 27 ก.พ.69 รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา โดยปัจจัยที่ได้จากการร่วมบุญจะนำไปบำรุงวัดในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้ยังเป็นศูนย์รวมใจให้คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ได้ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย แสดงออกถึงความพร้อมเพรียงและพลังแห่งความสามัคคีในองค์กร
ด้านข้อมูลทางวัฒนธรรม ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์ อนุสรณ์ หัวหน้างานพิธีการและกิจการพิเศษ อธิบายว่า "บุญผะเหวด" หรือบุญมหาชาติ คือประเพณีการทำทานครั้งยิ่งใหญ่ผ่านการฟังเทศน์เรื่องราวพระเวสสันดรชาดก โดยเชื่อว่าหากสดับพระธรรมเทศนาครบทั้ง 13 กัณฑ์ จะได้รับอานิสงส์มหาศาล มหาวิทยาลัยจึงได้จัดเตรียมเครื่องบูชาคาถาพันตามแบบโบราณอย่างครบถ้วน ทั้งธูปพันดอก เทียนพันเล่ม หมากเมี่ยงพันคำ และข้าวตอกดอกโน พร้อมขบวนแห่อันตระการตาจากนิสิตวงกลองยาวศิลป์อีสาน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์
ไฮไลต์สำคัญเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกด้วยพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากน้ำ และขบวนแห่ผะเหวดเข้าเมือง ส่วนในวันที่สองเป็นพิธี "ตักบาตรข้าวพันก้อน" ซึ่งนิสิตและบุคลากรต่างร่วมกันปั้นข้าวเหนียววางตามทิศทั้ง 8 และหน้าหอพระอุปคุต เพื่อรำลึกถึงการบำเพ็ญมหาทานบารมี ตลอดทั้งวันมีการเทศน์ 1,000 พระคาถา โดยมีกุศโลบาย "การสาดข้าวสาร-ข้าวตอก" เมื่อจบแต่ละกัณฑ์ เพื่อจำลอง "ฝนโบกขรพรรษ" หรือฝนทิพย์ที่ตกลงมาในสมัยพุทธกาลนอกจากพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ยังมีกิจกรรม "แห่กัณฑ์หลอน" เพื่อระดมปัจจัยถวายพระสงฆ์ และการตั้งโรงทานจากหน่วยงานต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและอิ่มบุญ
งาน "ฮีตเดือน 4 ประเพณีบุญผะเหวด ประจำปี 2569" ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของชุมชนวิชาการ ที่เชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ สมดังเจตนารมณ์ในการรักษาไว้ซึ่งรากเหง้าของชาวอีสานสืบไป