โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ภูมิภาค

มมส จัดยิ่งใหญ่ “บุญผะเหวด” สืบสานฮีตเดือน 4 รวมพลังอีสาน

สยามรัฐ

อัพเดต 3 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

มหาวิทยาลัยมหาสารคาม (มมส) ตอกย้ำภาพลักษณ์ "มหาวิทยาลัยเพื่อชุมชน" ด้วยการจัดงานประเพณี "ฮีตเดือน 4 ประเพณีบุญผะเหวด ประจำปีงบประมาณ 2569" ณ พิพิธภัณฑ์มหาวิทยาลัยมหาสารคาม โดยมีการจำลองมณฑลพิธีให้กลายเป็นป่าหิมพานต์ตามคติความเชื่อ เพื่อสืบสานประเพณี "ฮีต 12 คอง 14" ของชาวอีสานให้คงอยู่

วันที่ 27 ก.พ.69 รองศาสตราจารย์ ดร.ประยุกต์ ศรีวิไล อธิการบดีมหาวิทยาลัยมหาสารคาม เปิดเผยว่า การจัดงานในปีนี้มุ่งเน้นการทำนุบำรุงศิลปวัฒนธรรมและส่งเสริมพระพุทธศาสนา โดยปัจจัยที่ได้จากการร่วมบุญจะนำไปบำรุงวัดในพื้นที่รอบมหาวิทยาลัย กิจกรรมนี้ยังเป็นศูนย์รวมใจให้คณาจารย์ บุคลากร และนิสิต ได้ร่วมกันแต่งกายด้วยชุดผ้าไทย แสดงออกถึงความพร้อมเพรียงและพลังแห่งความสามัคคีในองค์กร

ด้านข้อมูลทางวัฒนธรรม ว่าที่ร้อยตรีอาทิตย์ อนุสรณ์ หัวหน้างานพิธีการและกิจการพิเศษ อธิบายว่า "บุญผะเหวด" หรือบุญมหาชาติ คือประเพณีการทำทานครั้งยิ่งใหญ่ผ่านการฟังเทศน์เรื่องราวพระเวสสันดรชาดก โดยเชื่อว่าหากสดับพระธรรมเทศนาครบทั้ง 13 กัณฑ์ จะได้รับอานิสงส์มหาศาล มหาวิทยาลัยจึงได้จัดเตรียมเครื่องบูชาคาถาพันตามแบบโบราณอย่างครบถ้วน ทั้งธูปพันดอก เทียนพันเล่ม หมากเมี่ยงพันคำ และข้าวตอกดอกโน พร้อมขบวนแห่อันตระการตาจากนิสิตวงกลองยาวศิลป์อีสาน วิทยาลัยดุริยางคศิลป์ และคณะศิลปกรรมศาสตร์และวัฒนธรรมศาสตร์

ไฮไลต์สำคัญเริ่มต้นตั้งแต่วันแรกด้วยพิธีอัญเชิญพระอุปคุตขึ้นจากน้ำ และขบวนแห่ผะเหวดเข้าเมือง ส่วนในวันที่สองเป็นพิธี "ตักบาตรข้าวพันก้อน" ซึ่งนิสิตและบุคลากรต่างร่วมกันปั้นข้าวเหนียววางตามทิศทั้ง 8 และหน้าหอพระอุปคุต เพื่อรำลึกถึงการบำเพ็ญมหาทานบารมี ตลอดทั้งวันมีการเทศน์ 1,000 พระคาถา โดยมีกุศโลบาย "การสาดข้าวสาร-ข้าวตอก" เมื่อจบแต่ละกัณฑ์ เพื่อจำลอง "ฝนโบกขรพรรษ" หรือฝนทิพย์ที่ตกลงมาในสมัยพุทธกาลนอกจากพิธีกรรมทางศาสนาแล้ว ยังมีกิจกรรม "แห่กัณฑ์หลอน" เพื่อระดมปัจจัยถวายพระสงฆ์ และการตั้งโรงทานจากหน่วยงานต่าง ๆ ท่ามกลางบรรยากาศที่เต็มไปด้วยความสนุกสนานและอิ่มบุญ

งาน "ฮีตเดือน 4 ประเพณีบุญผะเหวด ประจำปี 2569" ไม่เพียงแต่เป็นความสำเร็จในการสืบทอดมรดกทางวัฒนธรรม แต่ยังเป็นเครื่องพิสูจน์ถึงความเข้มแข็งของชุมชนวิชาการ ที่เชื่อมโยงเข้ากับวิถีชีวิตดั้งเดิมได้อย่างลงตัว สร้างความประทับใจให้แก่ผู้เข้าร่วมงานทั้งชาวไทยและต่างชาติ สมดังเจตนารมณ์ในการรักษาไว้ซึ่งรากเหง้าของชาวอีสานสืบไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...