โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สังคม

บสย. ลด Prime Rate เหลือ 5.25% มีผล 2 มี.ค. ช่วยลูกหนี้เคลมลดภาระ

ฐานเศรษฐกิจ

อัพเดต 11 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 4 ชั่วโมงที่ผ่านมา

ภายหลังที่ คณะกรรมการนโยบายการเงิน (กนง.) ปรับลดอัตราดอกเบี้ยนโยบายลง 0.25% จาก 1.25% เหลือ 1.00% ต่อปี มีผลทันที เพื่อรับมือเศรษฐกิจที่มีแนวโน้มชะลอตัว

ล่าสุด บรรษัทประกันสินเชื่ออุตสาหกรรมขนาดย่อม (บสย.) ขยับตาม ประกาศลดอัตราดอกเบี้ย Prime Rate ลงอีก 0.1% ต่อปี เหลือ 5.25% ต่อปี มีผลตั้งแต่วันที่ 2 มีนาคม 2569 เป็นต้นไป

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย. ระบุว่า การปรับลด Prime Rate ครั้งนี้ มุ่งช่วยเหลือลูกหนี้ที่ บสย. จ่ายเคลม เพื่อลดภาระทางการเงิน และเสริมสภาพคล่องให้ผู้ประกอบการ SMEs สามารถประคับประคองธุรกิจในช่วงที่เศรษฐกิจยังมีความผันผวน

แรงกดดันสำคัญที่ภาคธุรกิจเผชิญอยู่ในขณะนี้ ได้แก่ การบริโภคภาคเอกชนที่ชะลอลง ความไม่แน่นอนของมาตรการภาษีสหรัฐ การหดตัวของสินเชื่อโดยรวม ตลอดจนผลกระทบจากเหตุพิพาทชายแดน

ส่งผลให้สภาพคล่องของ SMEs และครัวเรือนยังตึงตัว การผ่อนคลายอัตราดอกเบี้ยจึงเป็นกลไกหนึ่งที่ช่วยบรรเทาภาระหนี้ และสนับสนุนการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจ

ดร.สิทธิกร ดิเรกสุนทร กรรมการและผู้จัดการทั่วไป บสย.

ปัจจุบัน บสย. เดินหน้ามาตรการช่วยเหลือลูกหนี้ที่ถูกจ่ายเคลม ภายใต้โครงการ “บสย. พร้อมช่วย” ลด ปลดหนี้ แก้หนี้ยั่งยืน โดยแบ่งแนวทางช่วยเหลือตามศักยภาพของลูกหนี้อย่างชัดเจน

ในกลุ่มที่ต้องการ “ปลดหนี้” ปิดบัญชี บสย. ลดเงินต้นสูงสุด 50% สำหรับลูกหนี้กลุ่มเปราะบางที่มีหนี้คงเหลือไม่เกิน 200,000 บาท และลดต้นสูงสุด 40% สำหรับลูกหนี้ SMEs ที่มีหนี้คงเหลือมากกว่า 200,000 บาท เพื่อเปิดทางให้สามารถปิดบัญชีได้ง่ายและเร็วขึ้น

ส่วนลูกหนี้ที่ต้องการ “ปรับโครงสร้างหนี้” บสย. เสนอทางเลือกผ่อนชำระตามความสามารถ โดยมีเงื่อนไขเด่น อาทิ ผ่อนเริ่มต้น 500 บาทต่อเดือน ตัดเงินต้นก่อนดอกเบี้ย และขยายระยะเวลาผ่อนชำระได้นานสูงสุด 7 ปี เป้าหมายเพื่อพยุงสถานะลูกหนี้ให้กลับมาเป็นลูกหนี้ปกติ และมีโอกาสฟื้นฟูกิจการในระยะยาว

การลด Prime Rate ครั้งนี้ แม้เป็นการปรับลงเพียง 0.1% แต่สะท้อนบทบาทของ บสย. ในฐานะกลไกค้ำประกันสินเชื่อที่เชื่อมโยงนโยบายการเงินสู่ภาคธุรกิจฐานราก โดยเฉพาะกลุ่ม SMEs ที่ยังเผชิญความเปราะบางด้านรายได้และสภาพคล่อง ท่ามกลางเศรษฐกิจโลกที่ยังไม่แน่นอนและแรงกดดันเชิงโครงสร้างในประเทศ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...