โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“แม่ทัพกุ้ง” ชี้ กำลังพลเหยียบทุ่นระเบิดเก่า มีโอกาสเป็นไปได้

ข่าวช่องวัน 31

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

วันที่ 27 ก.พ. 69 พลเอกบุญสิน พาดกลาง ที่ปรึกษาผู้บัญชาการทหารบก หรือ อดีตแม่ทัพภาคที่ 2 เป็นประธานในพิธีเชิญถวายพระ ณ อนุสรณ์สถานแห่งชาติ อ.ลำลูกกา จ.ปทุมธานี โดยภายหลังเสร็จสิ้นพิธี พลเอกบุญสิน ได้เปิดเผยถึงสถานการณ์ชายแดนไทย-กัมพูชา หลังเกิดเหตุกำลังพล สังกัดหน่วย ร.23 พัน.3 ประสบเหตุเหยียบกับระเบิดสังหารบุคคล ภายในฐานปฏิบัติการเอราวัณ พื้นที่ช่องระยี จ.สุรินทร์ เป็นเหตุให้ขาข้างขวาขาด 1 ราย ซึ่งกองทัพภาคที่ 2 ชี้แจงว่าเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่ฝังลึก และมีใบไม้ทับถม จึงยังเก็บกู้ไม่หมด พร้อมยืนยันว่าไม่ใช่การวางทุ่นระเบิดใหม่ ว่า “ส่วนตัวมองว่ามีโอกาสเป็นทุ่นระเบิดเก่าที่มีอยู่ทั่วไป เราเองก็ต้องระวัง เพราะปัจจุบันไม่มีทหารกัมพูชาเข้ามาในพื้นที่แล้ว มันก็อาจจะเป็นของเก่าได้ ซึ่งเราเองก็ต้องระวังอย่างมาก ตนเองมั่นใจว่าทางกองทัพมีมาตรการเข้มงวดในการที่จะตรวจสอบพื้นที่อย่างละเอียด แต่ก็ยอมรับว่ามันก็มีเปอร์เซ็นต์ที่จะพลาดได้ เพราะมีโอกาสที่จะหลงเหลือ บางอันก็ถูกฝังมานานแล้ว พร้อมเน้นย้ำให้ทางกำลังพลและหน่วยในพื้นที่ ให้ความละเอียดในการตรวจสอบพื้นที่และสแกนพื้นที่แต่ละตารางเมตรให้ดี”

เมื่อถามว่าการเหยียบทุ่นระเบิด จนทำให้สูญเสียขาที่ 13 แล้ว มันจะทำให้สถานการณ์เป็นลบหรือไม่ พลเอกบุญสิน ระบุว่า “ก็ต้องดูว่าที่เราเหยียบเป็นรุ่นเก่าหรือรุ่นใหม่ ถ้าเป็นรุ่นเก่า เราก็ต้องเพิ่มความระมัดระวัง ต้องเข้มงวด แต่ถ้าเป็นรุ่นใหม่ เราก็ต้องดูว่าเป็นรุ่นใหม่ด้วยสาเหตุอะไร เขาแอบเข้ามาวางหรือไม่ ก็ต้องเป็นไปตามมาตรการที่จะต้องดำเนินการต่อ”

เมื่อถามถึงสถานการณ์ไฟป่าที่ฝั่งกัมพูชามีการเผาป่าต่อเนื่อง โดยเฉพาะจุดสูงข่มและแนวสันปันน้ำตลอดแนวชายแดน พื้นที่กองทัพภาคที่ 2 พลเอกบุญสิน ตอบว่า ส่วนตัวมองว่าก็ต้องตรวจสอบดูว่ามันเกิดจากอะไร เพราะตอนนี้เป็นช่วงฤดูร้อน แต่ถ้าการเผาป่าทำไปเพื่อวัตถุประสงค์อะไรบางอย่างที่มันจะสร้างความไม่เรียบร้อยต่อแนวชายแดน หน่วยในพื้นที่ก็ต้องดำเนินการประท้วงหรือแจ้งเตือนว่าอย่าให้มันเกิดขึ้นอีก ต้องดูกันที่สาเหตุว่ามันเกิดจากสาเหตุอะไร

เมื่อถามย้ำว่าตั้งแต่ช่วงสัปดาห์ที่ผ่านมาจนถึงวันนี้ เกิดไฟไหม้และเผาป่าต่อเนื่อง ดูผิดปกติหรือไม่ในฐานะที่เคยคุมพื้นที่กองทัพภาคที่ 2 พลเอกบุญสิน บอกว่า “ถ้ามันถี่มันก็ผิดปกติ แต่ถ้ามันเกิดจากไฟป่าหรืออุบัติเหตุ ก็ต้องหาสาเหตุให้เจอและต้องดำเนินการตามขั้นตอนจากเบาไปหาหนัก ส่วนจุดที่เผาถ้ามันเป็นจุดสูงข่มหรือจุดสูงสุด ก็ต้องดูว่าเป็นพื้นที่ลาดตระเวนหรือไม่ แล้วพื้นที่ตรงนั้นใครควบคุมอยู่”

ส่วนประเด็นที่เกิดเหตุทหารกัมพูชา ยิง ค.40 มม. ใส่ทหารไทยที่พลาญหินแปดก้อน แนวรบต่อจากภูมะเขือ และเหตุการณ์ที่ทหารถูกสะเก็ดระเบิดได้รับบาดเจ็บ ขณะปฏิบัติหน้าที่ลาดตระเวนบริเวณจุดตรวจหลักเขต 28 ซึ่งเป็นพื้นที่รอยต่อกองทัพภาคที่ 1 และกองทัพภาคที่ 2 มีนัยยะที่จะก่อให้เกิดการปะทะรอบ 3 หรือไม่ พลเอกบุญสิน ระบุว่า “ก็ขอให้ตรวจสอบกับทางแม่ทัพภาคที่ 2 เพราะท่านมีฝ่ายการข่าวที่จะเช็กดูได้ว่ามันเกิดอะไรขึ้น ตนเองห่างมานานแล้ว มันต้องหาสาเหตุให้เจอ แต่ถ้าสาเหตุมันเกิดจากการก่อกวนเรา เราก็ต้องตอบโต้”

เมื่อถามย้ำว่ามีโอกาสจะเกิดขึ้นได้อีกหรือไม่ สำหรับการปะทะรอบ 3 พลเอกบุญสิน ตอบว่า “ขึ้นอยู่กับพฤติกรรมของทหารกัมพูชาว่ายังไง ตนเองเชื่อมั่นว่าเราพร้อมอยู่แล้ว”

ส่วนการข่าวเรื่องของการขนย้าย PHL-03 เครื่องยิงจรวดหลายลำกล้องของกัมพูชาที่มีพิสัยการยิงได้ไกลถึง 130-150 กิโลเมตร ประชิดชายแดน เพื่อยึดคืนพื้นที่จุดยุทธศาสตร์สำคัญต่างๆ และการเคลื่อนกำลังพลจำนวนมากเข้าสู่พื้นที่ช่องบก จนตั้งชื่อว่า “มรกต ฟอร์ช“ นั้น พลเอกบุญสิน ระบุว่า ”เรื่องนี้เป็นการข่าวหรือไม่ เพราะ PHL-03 ยิงได้ไกลมาก เชื่อว่ากัมพูชาคงไม่นำมาประประชิดชายแดน เพราะมันอันตราย และมันใกล้อาวุธฝ่ายเราด้วย แทบจะเป็นไปไม่ได้ แต่อย่างไรก็ตามทางเราก็ต้องตรวจสอบข่าวสารให้ดี ยืนยันเราพร้อมและยินดี”.

Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...