โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

กรมประมง หนุน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นทะเบียน GI ดางรุ่งตัวใหม่ยะลา

Khaosod

อัพเดต 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 1 ชั่วโมงที่ผ่านมา

กรมประมง ดัน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นแท่นสินค้า GI ดาวรุ่งตัวใหม่ของจังหวัดยะลา ยกระดับของดีประจำถิ่น กระตุ้นเศรษฐกิจจังหวัดชายแดนใต้

นายมานพ หนูสอน รองอธิบดีกรมประมง เปิดเผยว่าได้ดำเนินโครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพประมงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ หนึ่งในนโยบายสำคัญของกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ ที่มุ่งยกระดับรายได้เกษตรกร เสริมสร้างความเข้มแข็งเศรษฐกิจฐานรากและภาคการเกษตรอย่างยั่งยืน

ล่าสุด กรมได้เสนอทางจังหวัดยะลา เพื่อขอขึ้นทะเบียนสิ่งบ่งชี้ทางภูมิศาสตร์ไทย (Geographical Indication : GI) รายสินค้า “ปลาพลวงชมพูฮาลาบาลา” เป็นการรับรองว่าสินค้ามีคุณลักษณะเฉพาะที่เชื่อมโยงกับแหล่งกำเนิดทางภูมิศาสตร์

ทั้งนี้ เนื่องจาก “ปลาพลวงชมพู” หรือ “ปลากือเลาะห์” เป็นปลาน้ำจืดพื้นถิ่นหายากที่มีแหล่งกำเนิดและอาศัยอยู่ในลำธารของเทือกเขาสันกาลาคีรี โดยเฉพาะบริเวณป่าฮาลา-บาลา และเป็นปลาประจำจังหวัดยะลา ที่มีความโดดเด่น ทั้งรูปลักษณ์ สีสัน เนื้อสัมผัส และรสชาติ ที่เกิดจากความอุดมสมบูรณ์ของแหล่งน้ำและสภาพภูมิประเทศ จนได้รับการยอมรับให้เป็นหนึ่งในของดีจังหวัดยะลา

การผลักดันปลาพลวงชมพูสู่การเป็นสินค้า GI ถือเป็นส่วนหนึ่งของการขับเคลื่อนยุทธศาสตร์การพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ สามารถต่อยอดสู่เมนูเด่นด้านอาหารของไทย เป็นแรงดึงดูดต่อนักท่องเที่ยวที่เดินทางมาท่องเที่ยวจังหวัดยะลา สร้างเศรษฐกิจชุมชนให้เติบโตอย่างมั่นคงและยั่งยืนต่อไป ต่อยอดความสำเร็จจาก “ปลานิลสายน้ำไหลเบตง” ที่ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็น GI ไทยไปก่อนหน้านี้

ภายใต้นโยบายของ ร้อยเอก ธรรมนัส พรหมเผ่า รองนายกรัฐมนตรีและรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเกษตรและสหกรณ์ พร้อมสอดคล้องกับแนวคิด “FISHERIES CONNECT FOR SUSTAINABILITY” ของนางฐิติพร หลาวประเสริฐ อธิบดีกรมประมง ในการประสานความเชื่อมโยงภาคการประมงสู่ความยั่งยืน

นายมานพ กล่าวว่าเพื่อติดตามความก้าวหน้าโครงการอย่างต่อเนื่อง จึงได้ลงพื้นที่จังหวัดยะลา เข้าเยี่ยมชมการเพาะเลี้ยงของเกษตรกร และแลกเปลี่ยนความคิดเห็นถึงแนวทางพัฒนาโครงการให้เกิดประโยชน์กับชุมชนมากยิ่งขึ้น

โดยได้เข้าเยี่ยมชมฟาร์มของนายทศพล รุ่งเรืองใบหยก ตำบลตาเนาะแมเราะ อำเภอเบตง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นเกษตรกรต้นแบบภายใต้โครงการส่งเสริมและพัฒนาอาชีพประมงในพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้ และเป็นหนึ่งใน 11 ฟาร์ม ที่มีความพร้อมในการยื่นขออนุญาตใช้ตราสัญลักษณ์ GI ปลานิลสายน้ำไหล สินค้าอัตลักษณ์พื้นถิ่นของจังหวัดยะลา

อีกทั้ง ฟาร์มดังกล่าวได้รับการรับรองมาตรฐานการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำที่ดีสำหรับฟาร์มเลี้ยงสัตว์น้ำเพื่อการบริโภค (มกษ. 7436-2563) และมีการเพาะเลี้ยงสัตว์น้ำหลากหลายชนิด อาทิ ปลาพลวงชมพู ปลานิลสายน้ำไหล ปลาจีน และปลาดุก ซึ่งสะท้อนถึงศักยภาพการบริหารจัดการฟาร์มอย่างมีประสิทธิภาพและเป็นมิตรต่อสิ่งแวดล้อม

นอกจากนี้ ยังได้ลงพื้นที่ตรวจเยี่ยมฟาร์มเกษตรกรผู้เพาะเลี้ยงปลาพลวงชมพูแบบระบบปิด ของนายณัฐรัฐ เดือนจำรูญ ตำบลสะเตงนอก อำเภอเมือง จังหวัดยะลา ซึ่งเป็นรูปแบบการเลี้ยงในระบบปิดน้ำหมุนเวียนและมีศักยภาพในการพัฒนาเป็นต้นแบบการผลิตปลาพลวงชมพูคุณภาพ

อย่างไรก็ตาม ยังพบปัญหาปลามีอัตราการเจริญเติบโตช้า จึงได้มอบหมายให้สำนักงานประมงจังหวัดยะลา ร่วมกับศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลา เข้าตรวจสอบ วิเคราะห์หาสาเหตุ และให้คำแนะนำทางวิชาการเพื่อแก้ไขปัญหาอย่างเป็นระบบ เพื่อยกระดับประสิทธิภาพการเลี้ยงและคุณภาพผลผลิต ก่อนขยายผลสู่การส่งเสริมเป็นอาชีพทางเลือกให้แก่เกษตรกรในพื้นที่

สำหรับในปีงบประมาณ 2569 กรมประมง มีแนวทางส่งเสริมและพัฒนาการเลี้ยง “ปลาพลวงชมพู”เชิงพาณิชย์อย่างครบวงจร เพื่อยกระดับมาตรฐานการเพาะเลี้ยงให้มีคุณภาพ ตั้งแต่การผลิตลูกพันธุ์ การอนุบาล ระบบการเลี้ยง ไปจนถึงการผลิตตามมาตรฐาน GAP อันเป็นการสร้างมูลค่าเพิ่มให้กับสินค้า เพิ่มรายได้และความมั่นคงทางอาชีพให้แก่เกษตรกร

ควบคู่ไปกับการอนุรักษ์และฟื้นฟูทรัพยากรอย่างยั่งยืน ภายใต้หลักการ “คืน คง เพิ่ม เติมสัตว์น้ำบริเวณแหล่งก่อเกิดทรัพยากรประมง” เพื่อการพัฒนาพื้นที่จังหวัดชายแดนภาคใต้อย่างเข้มแข็งต่อไป

ทั้งนี้ เกษตรกรและผู้ที่สนใจต้องการข้อมูลด้านการเพาะเลี้ยงปลาพลวงชมพูเพิ่มเติม สามารถติดต่อสอบถามรายละเอียด ได้ที่สำนักงานประมงจังหวัดยะลา โทร 0 7321 3971 หรือ ศูนย์วิจัยและพัฒนาประมงน้ำจืดยะลา โทร 0 7329 7042

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : กรมประมง หนุน “ปลาพลวงชมพู” ขึ้นทะเบียน GI ดางรุ่งตัวใหม่ยะลา

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...