โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

กต. เร่งอพยพคนไทยหนีไฟสงครามตะวันออกกลาง ชุดแรกจากอิหร่าน 62 ชีวิต ถึงไทย 9-10 มี.ค.นี้

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 มี.ค. เวลา 15.08 น. • เผยแพร่ 08 มี.ค. เวลา 15.08 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า วันนี้ (8 มี.ค.69) ณ ทำเนียบรัฐบาล นายปาณิดล ปัจฉิมสวัสดิ์ รักษาการอธิบดีกรมสารนิเทศ และรองโฆษกกระทรวงการต่างประเทศ แถลงถึงสถานการณ์ความรุนแรงในภูมิภาคตะวันออกกลางว่า ภาพรวมยังคงมีความตึงเครียดอย่างต่อเนื่อง โดยมีการแลกเปลี่ยนการโจมตีด้วยขีปนาวุธและโดรนในหลายพื้นที่ โดยเฉพาะในอิหร่าน อิสราเอล บาห์เรน คูเวต และเลบานอน

ทั้งนี้ อิหร่านได้ส่งสัญญาณว่าจะไม่โจมตีประเทศอื่นในภูมิภาค และจะมุ่งเป้าเฉพาะฐานทัพของสหรัฐอเมริกาเท่านั้น โดยกระทรวงการต่างประเทศอิหร่านออกแถลงการณ์ระบุว่า การดำเนินการดังกล่าวเป็นการป้องกันตนเอง และจะตอบโต้จนกว่าการโจมตีต่ออิหร่านจะยุติลง หรือจนกว่าคณะมนตรีความมั่นคงแห่งสหประชาชาติจะดำเนินการตามบทบาทหน้าที่

อย่างไรก็ตาม ยังต้องติดตามสถานการณ์การโจมตีโครงสร้างพื้นฐานในภูมิภาคอย่างใกล้ชิด หลังมีรายงานว่ามีการใช้โดรนโจมตีคลังเก็บน้ำมันในประเทศคูเวต และโรงผลิตน้ำจืดในประเทศบาห์เรน ขณะเดียวกัน ประธานาธิบดีสหรัฐอเมริกาได้ส่งสัญญาณว่าจะตอบโต้การโจมตีต่ออิหร่านอย่างหนัก และอาจพิจารณาขยายเป้าหมายไปยังพื้นที่ที่ก่อนหน้านี้ไม่ได้อยู่ในขอบเขตของการปฏิบัติการทางทหาร ส่งผลให้สถานการณ์โดยรวมยังคงมีความไม่แน่นอนสูง

นายปาณิดลกล่าวเพิ่มเติมว่า ในส่วนของสถานการณ์การเปิด–ปิดน่านฟ้า แม้ว่าประเทศกาตาร์ยังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ แต่สายการบิน Qatar Airways ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉินบางเส้นทาง เพื่อขนส่งสินค้าและอพยพผู้โดยสารที่ตกค้าง

สำหรับคนไทยในพื้นที่ ขณะนี้ยังไม่มีรายงานว่ามีผู้ได้รับบาดเจ็บหรือเสียชีวิตจากเหตุการณ์ดังกล่าว อย่างไรก็ตาม เนื่องจากสถานการณ์ยังมีความไม่แน่นอนสูง กระทรวงการต่างประเทศจึงขอเรียกร้องให้คนไทยที่อยู่ในพื้นที่เสี่ยงเร่งอพยพออกจากพื้นที่โดยเร็วที่สุด พร้อมทั้งแจ้งข้อมูลที่อยู่และช่องทางการติดต่อให้กับสถานเอกอัครราชทูตหรือสถานกงสุลใหญ่ที่รับผิดชอบ

ในส่วนของการช่วยเหลือคนไทยในอิหร่านนั้น คนไทยกลุ่มแรกจากกรุงเตหะรานและเมืองใกล้เคียง รวมทั้งสิ้น 62 คน ได้เดินทางโดยรถยนต์ถึงประเทศตุรกีอย่างปลอดภัยเมื่อช่วงค่ำวันที่ 7 มีนาคมที่ผ่านมา โดยมีเจ้าหน้าที่จากกรมการกงสุลและสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ให้การต้อนรับและอำนวยความสะดวกด้านการเข้าเมือง ก่อนนำคณะเข้าที่พักเพื่อรอเดินทางกลับประเทศไทย

โดยคนไทยกลุ่มดังกล่าวจะแบ่งเดินทางกลับประเทศไทยเป็น 2 เที่ยวบิน ได้แก่ กลุ่มแรกจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 9 มีนาคม และกลุ่มที่สองจะเดินทางถึงประเทศไทยในวันที่ 10 มีนาคม

ขณะเดียวกัน คนไทยในอิหร่านอีกกลุ่มหนึ่งมีกำหนดเดินทางออกจากประเทศทางบกในวันที่ 10 มีนาคม เพื่อเข้าสู่ประเทศตุรกี โดยกรมการกงสุล สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงเตหะราน และสถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา อยู่ระหว่างประสานงานอย่างใกล้ชิด เพื่อให้การอพยพเป็นไปอย่างปลอดภัยและมีประสิทธิภาพ

นอกจากนี้ สถานเอกอัครราชทูต ณ กรุงอังการา ยังมีภารกิจดูแลคนไทยที่อพยพออกจากประเทศอิรัก โดยมีคนไทยเดินทางข้ามแดนเข้าสู่ตุรกีที่เมืองมาร์ดินแล้วรวม 3 รอบ จำนวนทั้งสิ้น 18 คน โดยรอบล่าสุดเมื่อคืนที่ผ่านมา มีจำนวน 10 คน และทั้งหมดจะเดินทางต่อจากนครอิสตันบูลเพื่อกลับประเทศไทย

สำหรับประเทศกาตาร์ แม้ว่ายังคงปิดน่านฟ้าสำหรับเที่ยวบินพาณิชย์ แต่สายการบิน Qatar Airways ได้เริ่มให้บริการเที่ยวบินฉุกเฉินเพื่อขนส่งผู้โดยสารตกค้าง โดยในวันนี้มีเที่ยวบินนำผู้โดยสารจากหลายเมืองในยุโรปและจากกรุงเทพมหานครเดินทางกลับสู่กรุงโดฮาเป็นครั้งแรก

ทั้งนี้ ข้อมูลล่าสุดระบุว่า มีคนไทยในภูมิภาคตะวันออกกลางที่ได้รับการช่วยเหลือและเดินทางกลับประเทศไทยแล้วรวมทั้งสิ้น 292 คน ส่วนคนไทยในประเทศอื่น ๆ สถานเอกอัครราชทูตและสถานกงสุลใหญ่ยังคงให้การดูแล อำนวยความสะดวก และประสานงานกับหน่วยงานท้องถิ่น เพื่อช่วยเหลือผู้ที่ประสงค์เดินทางกลับประเทศอย่างต่อเนื่อง

นายปาณิดลกล่าวย้ำว่า ในช่วงเวลาที่สถานการณ์ยังคงมีความเปราะบาง การนำเสนอข่าวสารหรือข้อมูลต่อสาธารณชนควรตั้งอยู่บนพื้นฐานของข้อเท็จจริง และความรับผิดชอบต่อสังคม เพื่อไม่ให้เกิดความเข้าใจคลาดเคลื่อน โดยเฉพาะอย่างยิ่งเมื่อยังมีคนไทยอาศัยอยู่ในพื้นที่ ซึ่งความปลอดภัยของคนไทยถือเป็นสิ่งสำคัญสูงสุดในขณะนี้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...