ผมเกิดใหม่แล้วมีระบบโชคดีละ!
นิยาย Dek-D
อัพเดต 26 พ.ค. 2567 เวลา 09.09 น. • เผยแพร่ 26 พ.ค. 2567 เวลา 09.09 น. • เรื่องราวมันเริ่มเมื่อตอนข้อมูลเบื้องต้น
ต้นกล้า
‘เจ็บ’
ตอนนี้ร่างกายของเขามันเจ็บไปหมด เขาจำได้ว่ากำลังเดินกลับห้องพักอยู่ดีๆก็มีรถวิ่งมาชนเขาจนกระเด็นมาอยู่ตรงนี้ นั้นใครที่ลงมาจากรถเขาจะมาช่วยผมเหรอ “เวหา” เป็นเขาที่ขับรถมาชนเองเหรอ ทำไมละ?
“หึ ฉันบอกให้แกยกสมบัติมาให้ดีๆไม่ชอบแกรนหาที่เองช่วยไม่ได้ ถ้าแกตายแล้วสมบัติที่คุณย่ายกให้แกก็จะต้องเป็นของครอบครัวฉัน” เวหาเอ่ยออกมาต่อหน้าร่างของ “ต้นกล้า” ที่กำลังนอนจมกองเลือดอยู่
“ยังไงแกก็ลำบากอยู่แล้วก็ตายๆไปซะเถอะเดี๋ยวฉันกับพ่อแม่จะอยู่ใช้สมบัติของแกเอง แกสบายมาทั้งชีวิตพึ่งมาลำบากได้ไม่นานก็อยู่แบบลำบากต่อไปก็ดีอยู่แล้วจะมาอยากเอาสมบัติของคุณย่าไปอีกทำไม ตายตามพ่อแม่ของแกไปเถอะนะน้องรัก”
ต้นกล้าได้แต่นอนจมกองเลือดฟังที่เวหาพูด สติเขากำลังจะดับอยู่แล้วตอนนี้เขาได้แต่นึกถึงอดีตในตอนที่เขายังมีพร้อมทั้งฐานะและครอบครัว พอพ่อแม่ของเขาเสียชีวิตไปพวกญาติๆก็เข้ามาดูแลเขารวมถึงกิจการของพ่อแม่ที่ทิ้งไว้ให้ ด้วยความที่เขาไม่รู้เรื่องและเห็นว่าเป็นญาติกันเลยไว้ใจแต่สุดท้ายเมื่อเขาโตแล้วสมบัติที่พ่อแม่เหลือไว้ให้ก็กลายไปเป็นของคนอื่นเสียแล้ว เขาพยายามออกมาทำงานอย่างหนักอาจไม่สบายแบบเดิมแต่เขาก็ตั้งใจทำงานส่งตัวเองเรียนจนจบแต่เมื่อเดือนก่อนคุณย่าเสียชีวิตลงแล้วยกสมบัติให้กับเขาทำให้ญาติๆไม่พอใจที่เขาได้เยอะกว่าคนอื่น ไม่คิดเลยว่าเขาจะต้องมาตายตอนที่ทุกอย่างกำลังจะดีขึ้นแบบนี้
หลังจากเวหาขับรถออกไปได้ไม่นาน ในขณะที่สติของต้นกล้ากำลังจะดับลงได้มีรถยนต์คันหนึ่งขับมาจอดที่ตรงที่ต้นกล้านอนจมกองเลือดอยู่ คนบนรถคันนั้นลงมาจากรถแล้วคุกเข่าต่อหน้าต้นกล้าที่กำลังจะสิ้นชีวิต
“ต้นกล้า! ต้นกล้าทนเอาไว้ก่อนนะพี่จะพาต้นกล้าไปหาหมอเดี๋ยวนี้แหละ” ผู้ชายคนนั้นลงมาอุ้มต้นกล้าเพื่อที่จะพาไปโรงพยาบาล แต่ไม่ทันการเสียแล้วเพราะตอนนี้ต้นกล้าได้หยุดหายใจไปแล้วตอนนี้
‘ถ้าผมเชื่อใจคุณตั้งแต่แรก ชีวิตผมคงไม่ต้องมาพบเจอเรื่องแบบนี้’
‘ถ้าตอนนั้นผมยอมรับความช่วยเหลือจากคุณตั้งแต่แรก ชีวิตผมก็คงไม่ต้องเป็นแบบนี้’
‘ถ้ากลับไปได้ ผมสัญญาว่าผมจะยอมรับความหวังดีของคุณ รวมถึง “หัวใจ” ของคุณที่มอบให้ผมในตอนนั้นด้วย”
เริ่มใหม่อีกครั้งก็เจอคนเห็นแก่ตัวเลย
“ต้นกล้าไม่ต้องห่วงนะเดี๋ยวลุงกับป้าจะช่วยดูแลกิจการและหุ้นต่างๆที่พ่อกับแม่ของหลานมีให้ไปก่อน ตอนนี้หลานแค่เซ็นยกหน้าที่ให้ลุงเป็นผู้ดูแลสมบัติไปก่อนพอหลานอายุครบ 20ปี เมื่อไหร่ค่อยเอาไปดูแลต่อ หลานว่ายังไง” ชายวันกลางคนเอ่ยถามหลานชายตัวเอง “โชคชัย” เป็นพี่ชายของพ่อต้นกล้าที่พึ่งเสียชีวิตไปได้ไม่นาน ด้วยความที่น้องชายมีกิจการใหญ่โตไหนจะมีหุ้นจากหลายบริษัทอีกตนและภรรยาเลยคิดที่จะเข้ามาดูแลแทนหลานชายที่ยังเด็กอยู่แล้วค่อยยึดไปเป็นของตัวเองทีหลัง
“ป้าก็คิดว่าดีที่จะให้คุณลุงดูแลไปก่อนเพราะยังไงก็เป็นคนในครอบครัวเดียวกันก็ต้องช่วยเหลือกันอยู่แล้ว” เสียงหญิงวัยกลางคนเอ่ยตอบรับเห็นด้วยกับสามี “พิมล” เป็นหญิงสาวธรรมดาที่ได้มาแต่งงานกับโชคชัยด้วยความบังเอิญ ซึ่งความจริงตนแอบรักพ่อของต้นกล้าอยู่แต่พ่อของต้นกล้าได้แต่งงานกับแม่ของต้นกล้าไปก่อนแล้วเธอเลยเลือกแต่งกับโชคชัยที่แอบชอบตนอยู่แทน ใครจะยอมปล่อยไปละในเมื่อครอบครัวนี้ร่ำรวยจะตายแต่สามีเธอดันไม่ได้เรื่องทำกิจการที่แม่สามียกให้ขาดทุนจนต้องไปยืมเงินคนอื่นมาอุ้มกิจการเอาไว้ก่อน พอดีกับที่พ่อแม่ต้นกล้าเสียชีวิตลงแล้วยกมรดกทั้งหมดให้ต้นกล้าสามีของเธอเลยคิดจะยึดมรดกทั้งหมดมาดูแลแทน
“ใช่ๆพี่ก็คิดว่าให้คุณพ่อของพี่เข้ามาดูแลแทนไปก่อนรอต้นกล้าอายุครบเมื่อไหร่ค่อยโอนคืนกลับไปให้ต้นกล้าทีหลังก็ได้” เวหาเอ่ยออกมาอย่างเห็นด้วยกับพ่อแม่ ตนรู้เรื่องมาจากพ่อกับแม่อยู่ก่อนแล้วเรื่องที่จะเอาสมบัติของบ้านต้นกล้ามาใช้จ่าย เวหาอิจฉาต้นกล้ามาตลอดเพราะนอกจากจะเกิดมาในครอบครัวที่ร่ำรวยกว่าแล้วหน้าตายังดีกว่าตนอีกทำให้ที่โรงเรียนมีแต่คนชอบต้นกล้าจนเอาเขาไปเปรียบเทียบด้วยตลอด
ต้นกล้ากระพริบตาขึ้นมาด้วยความมึนงงกับเหตุการณ์ที่เคยเกิดมาก่อนเมื่อนานมาแล้ว ตอนนั้นหลังจากที่จัดการงานศพของคุณพ่อคุณแม่เสร็จทนายได้เปิดพินัยกรรมว่าต้นกล้าได้รับมรดกทั้งหมดไปดูแลโดยทางทนายและคนที่มีชื่อในพินัยกรรมจะคอยจัดการทรัพย์สินให้จนกว่าต้นกล้าจะอายุครบ 20ปี แล้วถึงจะได้ไปดูแลเอง ตอนนั้นลุงกับป้าคอยกันญาติคนอื่นๆที่เข้าหาต้นกล้าเพื่อมาขอดูแลมรดกแทนแต่กลายเป็นว่าหลังจากที่ต้นกล้าเซ็นเอกสารไปมันกลับเป็นเอกสารยกมรดกให้กับลุงของตนเองแทน เมื่อต้นกล้าอายุครบเลยไปคุยกับทางบ้านของลุงแต่กลับโดนไล่ออกมาเพราะเอกสารถูกใช้งานเมื่อตอนที่ต้นกล้าอายุครบกำหนดพอดีแล้วสมบัติรวมถึงหุ้นต่างๆที่พ่อแม่ของต้นกล้าทิ้งไว้ให้ก็กลายไปเป็นของครอบครัวลุงทั้งหมด ยังดีที่คุณย่ายังคอยดูแลต้นกล้าอยู่แต่เขาก็ออกมาทำงานหาเงินส่งตัวเองเรียนต่อมหาลัยเองไม่ได้ขอเงินคุณย่าใช้ทำให้พอคุณย่าเสียชีวิตไปแล้วได้ยกสมบัติให้ต้นกล้าแทนทำให้เป็นเหตุให้เวหากับครอบครัวของลุงมาต่อว่าและทำร้ายต้นกล้าเพราะในตอนนั้นลุงโชคชัยได้ใช้สมบัติที่เอามาจากต้นกล้าไปหมดแล้วกับการพนันและอุ้มกิจการที่ย่ำแย่จนล้มละลายไปในที่สุด
“ผมคิดว่าผมจะให้ทนายดูแลแทนดีกว่าครับ ผมไม่อยากรบกวนลุงสักเท่าไหร่เพราะในพินัยกรรมคุณพ่อกับคุณแม่ก็แจ้งไว้แล้วว่าจะให้ทนายและคนที่ไว้วางใจดูแลจนกว่าผมจะอายุ 20ปี” ต้นกล้าตอบกลับไป เขาผ่านเรื่องราวมาแล้วคิดว่าเขาจะโง่อีกงั้นเหรอ ไม่มีทาง
“แต่ทนายจะไว้ใจได้หรือเปล่าก็ไม่รู้ไหนจะใครอีกที่เราก็ไม่รู้จักว่าชื่ออะไรหลานจะให้คนนอกมาดูแลแทนอย่างนั้นเหรอ” โชคชัยรีบรนรานพูดขึ้นมา ถ้าไม่ได้เงินตรงนี้กิจการของตนต้องแย่แน่ๆ หลานคนนี้มันยังไงไหนเมื่อก่อนมันโง่จะตายทำไมตอนนี้จะอยากมาฉลาดเฉยเลย
“ผมคิดดีแล้วครับ ส่วนทนายก็เป็นเพื่อนสนิทของคุณพ่อและคนที่ดูแลผมต่อจากนี้ก็เป็นคนที่คุณแม่ผมรู้จักคุณลุงไม่ต้องห่วงหรอกนะครับ” ต้นกล้ายิ้มขณะเอ่ยตอบลุงของตน
“ตอนนี้ผมเหนื่อยแล้วจัดการงานมาทั้งวันผมขอตัวไปพักก่อนนะครับ” ต้นกล้ากล่าวจบก็ลุกขึ้นยืนแล้วเดินขึ้นไปบนห้องทันทีไม่ให้อีกฝ่ายตั้งตัว
หลังจากที่การพูดคุยไม่ได้ผลโชคชัยและคนอื่นๆก็รีบเดินออกมาจากบ้านของต้นกล้าก่อนที่จะเผลอโวยวายออกไป
“ก็ไหนคุณว่ามันจะได้ผลยังไงละทำไมมันถึงได้หัวแข็งแบบนี้” พิมลเอ่ยถามสามีของตนด้วยความโกรธที่ทุกอย่างไม่เป็นไปตามที่คิด
“แล้วแบบนี้เราจะไม่ได้เงินของมันใช่ไหมครับคุณพ่อ แล้วจะเอาเงินที่ไหนไปเที่ยวละ” เวหาเอ่ยขึ้นอย่างหงุดหงิดที่พ่อกับแม่เอาเงินจากต้นกล้ามาไม่ได้อย่างที่เคยพูดไว้
“โอ้ยย!! หยุดถามสักทีฉันก็เครียดเหมือนกันว่าจะเอาเงินที่ไหนมาใช้หนี้คนอื่นที่ยืมมา ไอ้หลานคนนี้เมื่อก่อนมันโง่จะตายทำไมอยู่ดีๆมันถึงฉลาดมาได้ ต้องเป็นเพราะไอ้ทนายเพื่อนของน้องชายฉันแน่เลยที่บอกมันไม่ให้ยกสมบัติให้เรา เจ็บใจชะมัด” โชคชัยคิดอย่างหัวเสียที่หลอกให้หลานชายเซ็นยกสมบัติมาให้ไม่ได้ ไหนจะหนี้ที่ติดคนอื่นอยู่อีกทีนี้จะทำยังไงละ
“พรุ่งนี้เรากลับมาอีกดีไหมรอให้มันคิดทบทวนไปก่อนแล้วค่อยมาอีกที” พิมลเอ่ยถามสามีตนเอง ตอนที่รู้รายการสมบัติที่ทนายอ่านออกมาเธออยากได้จะแย่เสียดายที่หลานชายของสามีไม่ยอมยกให้มาดูแลแทนไม่งั้นเธอคงสบายไปแล้ว
“คงต้องเป็นแบบนั้นแหละคุณ ตอนนี้คุณเอาพวกเครื่องประดับที่ผมเคยซื้อให้ไปขายเอาเงินมาให้ผมก่อนเถอะตอนนี้กิจการเราจะไปไม่รอดอยู่แล้วไหนจะหนี้สินอีก” โชคชัยเอ่ยให้ภรรยาเอาเครื่องประดับไปขายเพื่อมาใช้หนี้
“แล้วฉันจะใส่อะไรละ! ถ้าคนอื่นรู้ฉันจะเอาหน้าไปไว้ที่ไหนคุณคิดบ้างไหม!” พิมลโวยวายออกมา ให้ขายเครื่องประดับของเธองั้นเหรอ แล้วแบบนี้จะให้เธอใส่อะไรละถ้าเพื่อนๆของเธอรู้คงอายตายแน่ๆ
“คุณก็เลือกแล้วกันว่าระหว่างให้คนมาทวงหนี้หรือเอาของไปขายอะไรหน้าอายกว่ากัน” โชคชัยขึ้นเสียงใส่แล้วเดินหนีไปขึ้นรถเพื่อขับกลับบ้าน
“ไม่นะ ทำไมถึงเป็นแบบนี้ไปได้ เพราะไอ้ต้นกล้าแท้ๆถ้าผัวฉันได้สมบัติแกมาเมื่อไหร่ฉันจะเอาให้แกไม่มีที่ไปเลยคอยดู” พิมลเอ่ยออกมาอย่างโกรธแค้นโทษว่าที่ตัวเองต้องเจอเรื่องแบบนี้เป็นเพราะต้นกล้าไม่ยอมยกสมบัติให้สามีของตนดูแล ไม่ใช่เพราะสามีของตัวเองไม่มีปัญญาดูแลกิจการของตัวเองจนต้องไปยืมเงินคนอื่นจนเป็นหนี้แบบตอนนี้
ระบบโชคดี
หลังจากที่ต้นกล้าหนีขึ้นมาบนห้องได้แล้วต้นกล้ามองรอบห้องนอนของตัวเองด้วยความคิดถึง เขาเกือบลืมไปแล้วด้วยซ้ำว่าตัวเองเคยมีชีวิตที่สุขสบายแบบนี้มาก่อน มีที่นอนที่นิ่มและอบอุ่น ห้องกว้างสะอาดมีของใช้ที่สะดวกสบาย ไม่คิดเลยว่าในอนาคตตัวเองจะต้องลำบากเงินแทบไม่มีซื้อข้าวทานเพราะไม่อยากรบกวนคุณย่า ส่วนเพื่อนๆที่เคยเข้าหาพอเขาหมดตัวเพื่อนทุกคนก็หายหน้าไปกันหมดแถมยังมาเยาะเย้ยเขาที่ทำงานพิเศษอีก
“ไม่คิดเลยว่าจะเป็นเรื่องจริง นี่เราไม่เคยนอนที่นอนดีๆแบบนี้มากี่ปีแล้วนะ” ต้นกล้ากระโดดลงไปบนเตียงนอนที่ตัวเองเคยนอนประจำตอนที่ยังมีฐานะที่ดีอยู่ ห้องเช่าที่เขาอยู่แคบกว่าห้องนอนเขาในตอนนี้เสียอีกแถมยังมีเสียงรบกวนและต้องระวังตัวอยู่ตลอดจนแทบไม่ได้หลับนอน เขาไม่อยากรบกวนคุณย่าเลยออกมาหาห้องเช่าเอง ตอนที่ได้รับมรดกก็คิดว่าจะใช้เงินนั้นมาเริ่มต้นใหม่แต่กลับตายก่อนเสียก่อน
“คุณหนูคะถึงเวลาทานอาหารเย็นแล้วนะคะ” เสียงเคาะประตูดังขึ้นหลังจากที่ต้นกล้าขึ้นมาอยู่บนห้องได้ไม่นาน
“ครับ ผมจะลงไปเดี๋ยวนี้แหละ” ต้นกล้าเอ่ยตอบ แม่บ้านที่บ้านหลังนี้มีอยู่ 3คนกับพ่อบ้านอีกคนหนึ่ง หลังจากต้นกล้าหมดตัวทุกคนก็โดนไล่ออกไปพร้อมกับต้นกล้าเพราะลุงเข้ามายึดบ้านหลังนี้ไปอยู่เอง ก่อนแยกย้ายทุกคนยังคอยช่วยเหลือต้นกล้าด้วยก่อนแบ่งเงินเก็บที่มีให้คนละนิดเพื่อให้ต้นกล้าเอาติดตัวไว้ด้วยถือว่าเป็นคนดีกันมากๆเลย
หลังจากคิดอะไรเพลินๆต้นกล้าก็ลุกขึ้นจากที่นอนแล้วรีบลงมาที่ห้องทานอาหารทันที ต้นกล้ามองอาหารบนโต๊ะด้วยความคิดถึงเพราะในอนาคตต้นไม่เคยได้ทานของแบบนี้อีกเลยนอกจากข้าวกับไข่ที่ราคาถูกกว่าเมนูอื่นๆ ต้นกล้าทานอาหารทุกอย่างจนเกือบหมดจนทำให้ทุกคนแปลกใจมากเพราะปกติต้นกล้าทานอาหารน้อยมากจนถึงขั้นที่คุณท่านต้องให้หมอมาคอยตรวจร่างกายคุณหนูทุกๆสัปดาห์เลยก็ว่าได้ หลังทานเสร็จแล้วต้นกล้าก็ขึ้นไปนอนพักผ่อนเพราะตนรู้สึกเหนื่อยมากเหลือเกิน
“ตอนนี้เป็นเวลา 7โมงเช้าแล้ว โฮสต์รีบตื่นจะดีกว่าเพราะวันนี้มีเรียนตอน 9โมงเช้า” อยู่ดีๆก็มีเสียงบางอย่างดังขึ้นมาให้หัวของต้นกล้าจนสะดุ้งตื่นขึ้นมา
“นี่มันเสียงอะไรกัน” ต้นกล้างงไปหมดว่าที่ได้ยินคืออะไร
“ระบบคือระบบโชคดีที่จะทำให้ชีวิตใหม่นี้ของโฮสต์เจอแต่เรื่องดีๆพร้อมทั้งความสามารถหลากหลายที่โฮสต์สามารถซื้อมาใช้ในชีวิตประจำวันได้” ระบบเอ่ยตอบต้นกล้า
“ระบบแบบในนิยายแบบนั้นเหรอ แล้วผมต้องทำยังไง” ต้นกล้ากล่าวด้วยความตื่นเต้นเพราะเขาก็เคยอ่านนิยายแนวระบบมาก่อนเหมือนกันไม่คิดว่าจะมีจริงๆ
“ระบบสามรถให้ดูถึงโชคของคุณในแต่ละวันได้ว่าวันนี้โชคดีหรือโชคร้าย จะเกิดเรื่องดีๆขึ้นหรือจะเกิดเรื่องร้ายๆในวันนั้น ส่วนร้านค้าจะเปิดครั้งแรกเมื่อวันนั้นของโฮสต์มีค่าโชคดีถึง 100% ถึงจะสามารถเปิดร้านค้าเพื่อซื้อของหรือความสามารถได้ วันนี้โชคของคุณมี 89% เท่ากับร้านค่ายังไม่เปิดใช้ครั้งแรก” ระบบเอ่ยอธิบายการใช้งานออกมาให้ต้นกล้าฟัง
“เท่ากับตอนนี้ผมยังใช้ร้านค้าไม่ได้แต่ถ้าวันไหนโชคดีของผมเต็มเมื่อไหร่ก็จะใช้ได้เหรอ? แล้วแบบนี้ถ้าวันต่อไปโชคของผมน้อยจะยังใช้ร้านค้าได้หรือเปล่า” เขารีบเอ่ยถามระบบด้วยความสงสัย
“สามารถใช้ได้ตามปกติ ร้านค้าจะเปิดใช้งานหลังจากค่าโชคดีถึง 100% แล้วต่อจากนั้นจะสามารถใช้งานได้ทุกวันโดยคุณซื้อของได้จากเงินที่มีและค่าโชคของคุณในตอนนั้นรวมกัน”
“แบบนี้แสดงว่าวันนี้ผมจะโชคดีสินะครับ ถึงจะไม่เต็มร้อยแต่ก็เกินครึ่งอยู่ดี” ต้นกล้าดีใจที่ตอนนี้อย่างน้อยเขาก็มีตัวช่วยเพราะลำพังแค่สมองน้อยๆของเขาก็ไม่ได้ฉลาดอะไรมากอาจมีสักวันที่เขาโดนหลอกอีกก็ได้ถ้ามีตัวช่วยแบบนี้ค่อยสบายใจขึ้นมาหน่อย