สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567
สรุปข่าวต่างประเทศ ประจำวันจันทร์ที่ 4 มีนาคม 2567
สำนักข่าวอีไฟแนนซ์ไทย- -4 มี.ค. 67 7:59: น.
*** สัญญาน้ำมันดิบเวสต์ เท็กซัส (WTI) งวดส่งมอบเดือนเม.ย. ปิดที่ 79.97 ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล เพิ่มขึ้น 1.71 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.19% ปรับตัวขึ้นกว่า 4.5% ในรอบสัปดาห์นี้
สัญญาน้ำมันดิบเบรนท์ ทะเลเหนือ (BRENT) งวดส่งมอบเดือนพ.ค. ปิดที่ 83.55ดอลลาร์สหรัฐต่อบาร์เรล พุ่งขึ้น 1.64 ดอลลาร์สหรัฐ หรือ 2.0% ปรับตัวขึ้นราว 2.4% ในรอบสัปดาห์นี้
ราคาน้ำมันดิบปรับตัวเพิ่มขึ้น หลังกลุ่มประเทศผู้ส่งออกน้ำมัน (โอเปก) และชาติพันธมิตร (โอเปกพลัส) พิจารณาขยายเวลาปรับลดกำลังการผลิตโดยสมัครใจไปจนถึงไตรมาส 2/2567 เพื่อพยุงราคาน้ำมันในตลาด และอาจขยายการปรับลดกำลังการผลิตจนถึงสิ้นปีนี้
*** องค์การการค้าโลก (WTO) มีมติตกลงขยายเวลาการพักชำระภาษีอี-คอมเมิร์ซต่อไป อีก 2 ปี จนถึงปี 2569 ในการประชุมระดับรัฐมนตรีที่กรุงอาบูดาบี การขยายเวลาครั้งนี้เพื่อให้แต่ละประเทศ สร้างระบบภาษีที่รัดกุมก่อนที่จะนำมาใช้ได้จริง ซึ่งทำให้ถูกวิพากษ์วิจารณ์ว่า WTO มีการพูดถึงภาษีอีคอมเมิร์ซ หรือภาษีดิจิทัล มาตั้งแต่ปี 2541 เพื่อตอบรับการทำธุรกิจต่าง ๆ ผ่านเครือข่ายอินเทอร์เน็ต แต่มีการต่ออายุการบังคับใช้เป็นระยะ จนทำให้บริษัทขนาดใหญ่อย่าง Google และ Microsoft มีรายได้หลายแสนล้านดอลลาร์สหรัฐ
*** อินเดีย ยังคงรักษาตำแหน่งประเทศเศรษฐกิจหลักที่เติบโตเร็วที่สุดในโลก โดยช่วง 3 เดือนสุดท้ายของปี 2566 ขยายตัวที่ร้อยละ 8.4 เมื่อเทียบกับช่วงเดียวกันของปีที่แล้ว และคาดว่า อินเดียจะแซงญี่ปุ่นและเยอรมนี ขึ้นเป็นประเทศที่มีเศรษฐกิจใหญ่เป็นอันดับ 3 ของโลกในอีกไม่กี่ปีข้างหน้า ด้านนายกรัฐมนตรี นเรนทรา โมดี โพสต์ข้อความบนแพลตฟอร์ม X ว่า รายงานนี้แสดงให้เห็นถึงความแข็งแกร่งและศักยภาพของเศรษฐกิจอินเดีย
*** สำนักงานอุตุนิยมวิทยาแห่งชาติอินเดีย เผยแพร่รายงานว่า พื้นที่ส่วนใหญ่ในประเทศ ยังคงเผชิญกับสภาพอากาศร้อนจัด ไปจนถึงเดือนพ.ค.นี้ ซึ่งเป็นผลจากปรากฏการณ์เอลนีโญ ขณะที่อุณหภูมิเฉลี่ยทั่วประเทศ เมื่อเดือนก.พ.ที่ผ่านมา มีระดับสูงเกือบเท่าเกณฑ์ปกติประจำเดือน ยกเว้นภูมิภาคทางตอนใต้ของประเทศ ซึ่งสูงเป็นประวัติการณ์นับตั้งแต่ปี 2444
*** สภาผู้แทนราษฎรญี่ปุ่น มีมติเสียงข้างมาก รับรองกฎหมายงบประมาณรายจ่าย สำหรับปีงบการเงินใหม่ ซึ่งจะเริ่มวันที่ 1 เม.ย. มูลค่า 112 ล้านล้านเยน หรือราว 26.7 ล้านล้านบาท แม้กฎหมายดังกล่าว ต้องผ่านความเห็นชอบจากวุฒิสภาอีกครั้ง แต่ทุกฝ่ายเชื่อมั่นว่าไม่มีอุปสรรค และกฎหมายจะมีผลบังคับใช้ทันตามกำหนด
*** บริษัท แอปเปิ้ล อิงค์ (Apple Inc.) อนุญาตให้ผู้แทนจำหน่ายในประเทศจีนเสนอส่วนลดราคาโทรศัพท์ไอโฟนเพื่อกระตุ้นความต้องการซื้อ หลังต้องเผชิญกับแรงกดดันด้านการแข่งขันที่เพิ่มขึ้นจากคู่แข่งในประเทศอย่าง หัวเว่ย และ เสียวหมี่ โดยในเดือนที่ผ่านมา แอปเปิ้ล เสนอส่วนลดไอโฟนในเว็บไซต์ทางการถึง 500 หยวน (ราว 2,500 บาท) ซึ่งถือเป็นเรื่องที่เกิดขึ้นไม่บ่อยนัก
*** จีนเตรียมประกาศเป้าหมายการเติบโตในปี 2567 ซึ่งคาดว่าจะอยู่ที่ประมาณ 5% และเตรียมร่างกลยุทธ์เพื่อสนับสนุนเศรษฐกิจที่ชะลอตัว ในการประชุมทางการเมืองประจำปีที่สำคัญที่สุดของประเทศในสัปดาห์นี้ โดยนายกรัฐมนตรีหลี่ เฉียง จะส่งมอบรายงานการทำงานของรัฐบาลในวันอังคารนี้ ท่ามกลางการจับตาของเจ้าหน้าที่ หลังจีนเผชิญการฟื้นตัวทางเศรษฐกิจที่วุ่นวายในปีที่แล้ว รวมไปถึงแรงกดดันจากการหดตัวทางเศรษฐกิจ วิกฤตอสังหาริมทรัพย์ และการเทขายของนักลงทุนต่างชาติ
*** สถาบันเทคโนโลยีสารสนเทศและการสื่อสารของจีน (CAICT) รายงานว่า ยอดจัดส่งโทรศัพท์มือถือในจีนเพิ่มขึ้น 68.1% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 31.78 ล้านเครื่องในเดือนม.ค. โดยแบรนด์จีนยังคงครองตลาดในอุตสาหกรรมโทรศัพท์มือถือในประเทศ โดยมียอดจัดส่งเพิ่มขึ้น 165.2% เมื่อเทียบเป็นรายปี สู่ระดับ 36.24 ล้านเครื่อง
*** Business Traveller เผยรายงานผลการจัดอันดับสนามบินนานาชาติดีที่สุดและแย่ที่สุดในทวีปเอเชียประจำปี 2566 พบว่า สนามบินโหน่ยบ่าย กรุงฮานอย ประเทศเวียดนาม เป็นสนามบินที่ดีที่สุดในเอเชีย ขณะที่สนามบินที่แย่ที่สุด ได้แก่ สนามบินนานาชาติดอนเมืองของไทย ด้านสนามบินนานาชาติสุวรรณภูมิ อยู่อันดับที่ 7 จากทั้งหมด 10 อันดับสนามบินนานาชาติที่แย่ที่สุด
*** นาย Jensen Huang ระบุว่า ตนคิดว่า AI จะสามารถทำแบบทดสอบทุกอย่างที่มนุษย์มีได้ทั้งหมด ภายในระยะเวลาไม่เกิน 5 ปี โดยตอนนี้ AI สามารถทำข้อสอบหลายวิชาได้ดีเท่ามนุษย์แล้ว พร้อมกล่าวเสริมว่า หากพูดถึงการมี AI ที่ทำงานได้ทุกอย่างแทนมนุษย์ (AGI - Artificial General Intelligence) อาจจะต้องใช้เวลานานกว่านั้น เพราะยังมีความเห็นต่างว่าไม่ว่ายังไงคอมพิวเตอร์ก็ไม่สามารถเลียนแบบการคิดของสมองมนุษย์ได้
*** ธนาคารกลางนิวซีแลนด์ เปิดเผยว่าธนาคารต่าง ๆ จะต้องรายงานเหตุการณ์ทางไซเบอร์ที่สำคัญภายในระยะเวลา 72 ชั่วโมง หลังมีแผนที่จะใช้ข้อกำหนดการรายงานทางไซเบอร์อย่างเป็นทางการในระยะต่าง ๆ ไปจนถึงสิ้นปีนี้
*** โตโยต้า ผู้ผลิตรถยนต์ยักษ์ใหญ่สัญชาติญี่ปุ่น ประกาศการลงทุนมูลค่า 11 พันล้านเรียล (2.2 พันล้านดอลลาร์สหรัฐ) ในประเทศบราซิล โดยรองประธานและรัฐมนตรีกระทรวงอุตสาหกรรมของบราซิล กล่าวบนโซเชียลมีเดียว่า การลงทุนดังกล่าวของโตโยต้า จะถูกเปิดเผยอย่างเป็นทางการที่งานแถลงข่าวในโรงงานของโตโยต้า ในเมืองโซโรคาบา รัฐเซาเปาลู ซึ่งการลงทุนครั้งนี้ คาดว่าจะสร้างงานได้ 2,000 ตำแหน่ง
*** ชิลี เตรียมก่อสร้างโครงการผลิตแร่ลิเธียมใหม่ จำนวน 3 ถึง 4 โครงการ ซึ่งจะเริ่มดำเนินการภายในปี 2569 นี้ โดยชิลี ถือเป็นผู้ผลิตทองแดงรายใหญ่ที่สุดของโลกและเป็นผู้ผลิตลิเธียมรายใหญ่อันดับ 2 ได้ริเริ่มนโยบายเมื่อปีที่แล้ว เพื่อเพิ่มการควบคุมของรัฐสำหรับแร่โลหะที่จำเป็นสำหรับการผลิตแบตเตอรี่ยานพาหนะไฟฟ้า
รายงาน โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี เรียบเรียง โดย สิริพงศ์ สิริชุมศรี
อีเมล์. siripong@efinancethai.com
ดูข่าวต้นฉบับ