โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

จักรพรรดิญี่ปุ่นยกพระราชธิดาให้ ร.6 (?) ไทยเกือบมีพระราชินีเป็นราชนารีแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ศิลปวัฒนธรรม

อัพเดต 18 พ.ย. 2568 เวลา 01.14 น. • เผยแพร่ 18 พ.ย. 2568 เวลา 00.30 น.
(ซ้าย) พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว รัชกาลที่ 6 (ขวา) สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ แห่งญี่ปุ่น

“ข่าวลือ” ในอดีต เมื่อสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ พระจักรพรรดิญี่ปุ่น ยกพระราชธิดาให้ “รัชกาลที่ 6” ครั้งยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราช และมีโอกาสได้เสด็จเยือนประเทศญี่ปุ่น

มกุฎราชกุมารผู้ซึ่งต่อมาคือพระเจ้าแผ่นดินสยาม เกือบได้เป็น “เขย” จักรพรรดิญี่ปุ่น?

เรื่องราวนี้เกิดขึ้นเมื่อครั้ง พระบาทสมเด็จพระมงกุฎเกล้าเจ้าอยู่หัว (รัชกาลที่ 6)ยังเป็นสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชและทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษ ใน พ.ศ. 2446 จากนั้นได้เสด็จกลับพระนครโดยผ่านทางตะวันตก ประเทศสหรัฐอเมริกา ข้ามมหาสมุทรแปซิฟิกมาประเทศญี่ปุ่น ก่อนจะวกลงมายังสยาม

แต่ในระยะหนึ่งเดือนที่ทรงประทับดูงานที่ประเทศญี่ปุ่นนั้น ได้เกิด “ข่าวลือ” หนาหูว่า ทรงเสกสมรสกับ “ราชนารีญี่ปุ่น” ข่าวลือนี้แพร่สะพัดมาถึงประเทศสยาม และดูเหมือนจะลือกันระดับสากล ณ ห้วงเวลานั้นด้วย

หลักฐานที่พอจะไขความกระจ่างเรื่องนี้ได้ อยู่ในบันทึกของ พระยาประดิพัทธภูบาล(คอยู่เหล ณ ระนอง) ผู้ไปรับเสด็จสมเด็จพระบรมโอรสาธิราชถึงญี่ปุ่น ท่านเล่าว่า ทูตอังกฤษประจำกรุงเทพฯ ถามท่านถึงเรื่องนี้ว่าจริงหรือไม่ที่ “พระจักรพรรดิญี่ปุ่น” จะถวายพระราชธิดาแก่สมเด็จพระบรมฯ

ท่านก็ตอบว่า จริงตามนั้น

สำหรับเราท่านทั้งหลายในปัจจุบันย่อมตระหนักได้ว่า คงมีเหตุบางประการทำให้การเสกสมรสระหว่างรัชกาลที่ 6 กับราชนารีญี่ปุ่นมิได้เกิดขึ้น เพราะไม่ปรากฏว่าพระองค์ทรงมีคู่สมรสเป็นชาวญี่ปุ่นในรายนามพระมเหสีในรัชกาลที่ 6 แต่อย่างใด… เกิดอะไรขึ้นในตอนนั้นกันแน่?

ต้องขอบคุณที่พระยาประดิพัทธภูบาลท่านเล่าเพิ่มเติมไว้อย่างครบถ้วน ในบันทึกข้างต้นซึ่งปรากฏในหนังสือ เรื่องของเจ้าคุณประดิพัทธฯ ที่จัดพิมพ์ในงานศพของท่าน (พ.ศ. 2508) ให้รายละเอียดไว้ ดังนี้

“สมเด็จพระบรมโอรสฯ เสด็จญี่ปุ่น สมเด็จพระบรมโอรสธิราชทรงสำเร็จการศึกษา ณ ประเทศอังกฤษ ได้เสด็จนิวัตพระนครทางอเมริกา มีพระบรมราชโองการให้ข้าพเจ้า(พระยาประดิพัทธภูบาล-ผู้เขียน) ไปรับเสด็จที่ประเทศญี่ปุ่น เมื่อ พ.ศ. ๒๔๔๖ ท่านประทับที่นั่นประมาณหนึ่งเดือนเศษ

ระหว่างที่สมเด็จพระบรมโอรส (รัชกาลที่ ๖) ประทับอยู่ที่ญี่ปุ่นนี้ วันหนึ่งอธิบดีกระทรวงวังมาบอกข้าพเจ้าว่า โดยคำสั่งของเอ็มเปอเรอ (สมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ-ผู้เขียน) พระองค์จะถวายพระธิดาองค์หนึ่งในสามพระองค์แก่สมเด็จพระบรมราชโอรส พระธิดาสาวทั้งสามนี้ มิใช่พระธิดาของเอ็มเปรส แต่เรียกเอ็มเปรสเป็นพระมารดา ส่วนเอ็มเปรสไม่มีพระธิดา พระธิดาทั้งสามจะเสด็จประพาสสวน ให้เชิญเสด็จพระบรมโอรสไปทรงเลือกตามพระทัย แต่ให้คนตามเสด็จได้คนเดียวเท่านั้น คือตัวข้าพเจ้า

ข้าพเจ้าดีใจที่จะได้ไปชมด้วย แต่สมเด็จพระบรมโอรสรับสั่งว่า ‘ไม่ได้ กลับไปบอกเขาเถอะว่าเรายังเด็กนักที่จะมีภรรยา’ ข้าพเจ้ากราบทูลว่า ‘ทำไมไม่เสด็จเพราะเป็นโอกาสดี’ ทรงตอบว่า ‘ลิ้นกับฟันยังรู้จักกระทบกัน ถ้าเราเอาลูกสาวเขามาเดี๋ยวเกิดทะเลาะกัน เขาบอกให้พ่อเอาเรือรบมาเมืองเราสัก ๒ ลำ เราก็แย่เท่านั้น”

หากเป็นจริงดังเจ้าคุณประดิพัทธฯ เล่า (ซึ่งก็น่าจะจริง) แปลว่าข่าวลือรัชกาลที่ 6 กับราชนารีญี่ปุ่นเป็นเรื่องจริงแน่ เพราะมาจากปากคำผู้ใกล้ชิด แต่รัชกาลที่ 6 ทรงปฏิเสธไมตรีนี้ของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ด้วยเหตุผลว่าพระองค์ยังไม่พร้อม และทรงเกรงว่าชีวิตคู่ที่อาจไม่ราบรื่นไปเสียทั้งหมดจะนำไปสู่ปัญหาระหว่างสองแผ่นดินได้

“การเลือกคู่” จึงไม่เกิดขึ้น

ยังมีอีกหนึ่งเรื่องเล่าลือน่าสนใจที่ (อาจ) มีส่วนทำให้ข่าวลือดังกล่าวเป็นที่กล่าวขานไปทั่วเช่นกัน โดย ลาวัณย์ โชตามระได้เล่าไว้ในหนังสือ รักแรกของรัชกาลที่ 6(สนพ. ดวงกมล, 2524) มีความตอนหนึ่งว่า

“ต้นเหตุนั้นมีอยู่ว่า เมื่อทรงสำเร็จการศึกษาจากประเทศอังกฤษแล้ว ได้เสด็จกลับทางประเทศอเมริกา และทรงแวะเยือนประเทศญี่ปุ่นด้วยระยะหนึ่ง ในระหว่างที่เสด็จประเทศญี่ปุ่นนั้น ได้ทรงเข้าเฝ้าองค์สมเด็จพระจักรพรรดิ และทรงพบปะกับพระราชวงศ์ญี่ปุ่นหลายพระองค์ด้วยกัน… ทรงแต่งองค์แบบญี่ปุ่นและทรงฉายพระรูปไว้เป็นที่ระลึก

แต่ที่พิเศษกว่านั้นก็คือ ยังทรงแต่งพระองค์เป็นสตรีญี่ปุ่น ทรงช้องผมอย่างสตรีสาว ทรงสวมกิโมโนและคาดโอบิครบครัน พระหัตถ์ทรงถือพัดและทำท่าตามแบบราชนารีญี่ปุ่นที่ทรงได้พบปะสมาคมมา และเพราะว่ารูปนั้นมีลักษณะงามแช่มช้อยเป็นที่พอพระราชหฤทัย จึงทรงใส่กรอบไว้

และนี่เองจึงกลายเป็นข่าวลือว่า สมเด็จพระบรมฯ ของไทยจะทรงมี ‘ข้างใน’ เป็นเจ้าหญิงญี่ปุ่น เรื่องที่ลือกันนี้ ถึงกับพระบาทสมเด็จพระจุลจอมเกล้าเจ้าอยู่หัวและสมเด็จพระพันปีทรงซักไซ้ไล่เลียงอย่างหนักหนา และสมเด็จพระบรมฯ ก็ได้กราบทูลความจริงให้ทรงทราบโดยละเอียด”

เป็นอันว่าข่าวลือเรื่อง รัชกาลที่ 6 กับราชนารีญี่ปุ่น มีทั้งบันทึกของผู้ตามเสด็จใกล้ชิดและความเข้าใจผิดที่แต่งเติมเสริมเรื่องกันไป

ท้ายที่สุดคือ การ “ดอง” ระหว่างราชวงศ์จักรีกับราชวงศ์ยามาโตะแห่งญี่ปุ่นมิได้เกิดขึ้น น่าคิดอยู่ไม่น้อยเช่นกันว่าหากวันนั้นสมเด็จพระบรมโอรสาฯ ทรงรับไมตรีของสมเด็จพระจักรพรรดิเมจิ ความสัมพันธ์ระหว่างสองราชอาณาจักรหรือหน้าประวัติศาสตร์หลังจากนั้นจะเปลี่ยนแปลงไปมากน้อยเพียงใด

อ่านเพิ่มเติม :

สำหรับผู้ชื่นชอบประวัติศาสตร์ ศิลปะ และวัฒนธรรม แง่มุมต่าง ๆ ทั้งอดีตและร่วมสมัย พลาดไม่ได้กับสิทธิพิเศษ เมื่อสมัครสมาชิกนิตยสารศิลปวัฒนธรรม 12 ฉบับ (1 ปี) ส่งความรู้ถึงบ้านแล้ววันนี้!! สมัครสมาชิกคลิกที่นี่

อ้างอิง :

ศาสตราภิชาน ล้อม เพ็งแก้ว. (2566). ก้นครัวชีวิต. เพชรบุรี : พื้นภูมิเพชร.

ลาวัณย์ โชตามระ. (2524). รักแรกของรัชกาลที่ 6.กรุงเทพฯ : ดวงกมล.

ประดิพัทธภูบาล, มหาอำมาตย์ตรี พระยา. (2508). เรื่องของเจ้าคุณประดิพัทธฯ. หนังสืออนุสรณ์งานศพวัดบวรนิเวศวิหาร ในงานสตมวารศพ พระยาประดิพันธภูบาล. กรุงเทพฯ : โรงพิมพ์มหามกุฏราชวิทยาลัย.

เผยแพร่ในระบบออนไลน์ครั้งแรกเมื่อ 19 มีนาคม 2567

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : จักรพรรดิญี่ปุ่นยกพระราชธิดาให้ ร.6 (?) ไทยเกือบมีพระราชินีเป็นราชนารีแห่งแดนอาทิตย์อุทัย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.silpa-mag.com

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...