โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

CP เปิด 4 กลยุทธ์ฝ่าวิกฤต “โลกผันผวน” ดึง AI หนุนธรรมาภิบาล ดันองค์กรโตยั่งยืน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • เผยแพร่ 15 ชั่วโมงที่ผ่านมา • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

นายสุภกิต เจียรวนนท์ ประธานกรรมการ เครือเจริญโภคภัณฑ์ (CP) เปิดเผยวิสัยทัศน์ในหัวข้อ "ยุคใหม่ของธรรมาภิบาล ผู้นำในโลกแห่งปัญญาและความไม่แน่นอน" ภายในงาน CP CG DAY 2026 “From Rules to Practice to Ethical Culture” ว่า ปัจจุบันโลกกำลังยืนอยู่ ณ จุดเริ่มต้นใหม่ในประวัติศาสตร์ของมนุษยชาติ ที่เทคโนโลยีปัญญาประดิษฐ์ (AI) และเทคโนโลยีขั้นสูงกำลังพลิกผันเศรษฐกิจและสังคม ประกอบกับสภาวะโลกร้อน ภูมิรัฐศาสตร์ และห่วงโซ่อุปทานที่มีความซับซ้อนมากยิ่งขึ้น ปัจจัยเหล่านี้ส่งผลให้โลกมีความผันผวน เปลี่ยนแปลงอย่างรวดเร็ว และทำให้ "ความไม่แน่นอน" กลายเป็นความปกติใหม่ (New Normal) ที่ทุกภาคส่วนกำลังเผชิญอยู่ในปัจจุบัน

ดังนั้น ในโลกที่มีการแข่งขันกันอย่างดุเดือด ผู้นำองค์กรจะต้องเปิดรับนวัตกรรมและเทคโนโลยีที่ล้ำหน้า เช่น AI และหุ่นยนต์ เข้ามาประยุกต์ใช้ในการปฏิบัติงานอย่างหลีกเลี่ยงไม่ได้ แต่ในขณะเดียวกัน ผู้นำก็ต้องมีธรรมาภิบาล ตลอดจนมีจิตวิญญาณที่เปี่ยมไปด้วยคุณธรรม จริยธรรม ความซื่อสัตย์สุจริต และความกตัญญูกตเวทีควบคู่กันไปด้วย

ทั้งนี้ CP เชื่อมั่นว่าองค์กรที่จะประสบความสำเร็จในยุคใหม่ได้นั้น จำเป็นต้องอาศัยขีดความสามารถหลัก 4 ด้าน ได้แก่ 1. ความสามารถในการใช้ปัญญาประดิษฐ์และการกำกับดูแลเทคโนโลยีอย่างมีประสิทธิภาพ 2. ความสามารถในการปรับตัว ปรับกลยุทธ์ทางธุรกิจและห่วงโซ่อุปทานให้สอดคล้องกับโลกที่ผันผวน 3. การมีวิสัยทัศน์ด้านการลงทุนและการจัดสรรเงินทุนอย่างมีวินัยและรอบคอบ ทั้งในธุรกิจปัจจุบันที่ดำเนินอยู่และธุรกิจใหม่ๆ ที่จะลงทุนในอนาคต และ 4. ความสามารถในการคัดสรรและพัฒนาผู้นำที่ "ดีและเก่ง" ซึ่งถือเป็นรากฐานที่สำคัญที่สุดขององค์กร โดย CP มุ่งเน้นการสร้างบุคลากรที่ยึดมั่นในคุณธรรม จริยธรรม ซื่อสัตย์สุจริต มีความกตัญญูกตเวที พร้อมเปิดรับนวัตกรรมใหม่ๆ เพื่อสร้างคุณค่าให้แก่ประเทศชาติ ประชาชน และองค์กร

นายสุภกิต กล่าวทิ้งท้ายว่า ท้ายที่สุดแล้วองค์กรต้องลงมือปฏิบัติจริง สามารถวัดผลและขยายผลได้ โดยต้องไม่หยุดยั้งที่จะนำนวัตกรรมและเทคโนโลยีใหม่ๆ เข้ามาช่วยบริหารจัดการเพื่อให้ต้นทุนต่ำที่สุด ในขณะที่ยังคงรักษามาตรฐานคุณภาพสินค้าและบริการที่ดีเยี่ยมไว้ได้ เนื่องจากองค์กรที่มีขีดความสามารถในการแข่งขันสูงสุด คือองค์กรที่สามารถสร้างผลประกอบการที่แข็งแกร่ง ไปพร้อมๆ กับการขับเคลื่อนเศรษฐกิจ สังคม และสิ่งแวดล้อมมุ่งสู่ความยั่งยืนได้อย่างแท้จริง

ด้าน นายธัญญพงศ์ ธรรมาวรานุคุปต์ กรรมการผู้จัดการใหญ่ (ร่วม) บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด เปิดเผยว่า ในปีนี้บริษัทได้รับรางวัลด้านการกำกับดูแลกิจการที่ดี (CG Award) ซึ่งความสำเร็จดังกล่าวเกิดจากการนำหลักบรรษัทภิบาลมาปรับใช้ในการปฏิบัติงานจริง โดยบริษัทมีกลยุทธ์ขับเคลื่อนผ่าน 3 แกนหลัก ได้แก่

ประการแรก ด้านโครงสร้างองค์กร (Structure) บริษัทได้มีการจัดทำจรรยาบรรณธุรกิจ (Code of Conduct) พร้อมทั้งสื่อสารให้พนักงานทุกคนในองค์กรรับทราบและยึดถือปฏิบัติโดยทั่วกัน

ประการที่สอง การสร้างระบบป้องกันและตรวจสอบ (Line of Defense) ซึ่งแบ่งออกเป็น 3 ส่วน ประกอบด้วย 1. ทีมบริหารความเสี่ยงและกำกับดูแลการปฏิบัติงาน (Risk Management & Compliance) เพื่อให้มั่นใจว่าการดำเนินธุรกิจอยู่ภายใต้ระบบการควบคุมความเสี่ยงที่ดีและปฏิบัติตามกฎระเบียบอย่างถูกต้อง 2. ทีมตรวจสอบภายใน (Internal Audit) ซึ่งทำหน้าที่ตรวจสอบและรายงานผลการดำเนินงานตรงต่อคณะกรรมการบริษัท (Board of Directors) และ 3. ระบบการแจ้งเบาะแส (Whistleblowing) เพื่อส่งเสริมให้พนักงานสามารถรายงานสิ่งผิดปกติหรือพฤติกรรมที่ไม่เหมาะสมต่อเจ้าหน้าที่ที่รับผิดชอบได้โดยตรง

ประการที่สาม ด้านวัฒนธรรมองค์กร (Culture) ซึ่งถือเป็นฟันเฟืองสำคัญที่สุด แม้บริษัทจะมีคู่มือจรรยาบรรณธุรกิจ แต่หากไม่ถูกนำไปใช้จริงก็จะไม่เกิดประโยชน์ ดังนั้น บริษัทจึงมุ่งสร้างวัฒนธรรมองค์กรที่สนับสนุนให้พนักงานนำหลักบรรษัทภิบาลไปบูรณาการเข้ากับการปฏิบัติงานในชีวิตจริง ไม่ใช่เพียงแค่รับรู้ แต่ต้องฝังรากลึกไปถึงกระบวนการออกผลิตภัณฑ์ทางการเงินต่างๆ

ตัวอย่างที่สะท้อนวัฒนธรรมองค์กรได้อย่างชัดเจนคือ การให้บริการสินเชื่ออย่างมีความรับผิดชอบ (Responsible Lending) เนื่องจากธุรกิจของบริษัทเกี่ยวข้องกับการเงิน การปล่อยสินเชื่อจึงต้องดำเนินไปอย่างมีจริยธรรม ไม่มุ่งแต่ปริมาณ โดยบริษัทเน้นการให้ข้อมูลและความรู้ที่ถูกต้องแก่ลูกค้า ปราศจากการหลอกลวง เพื่อให้ลูกค้ามีความเข้าใจที่ชัดเจนก่อนตัดสินใจขอรับบริการสินเชื่อ

นายธัญญพงศ์ กล่าวทิ้งท้ายว่า รางวัล CG Award ถือเป็นเครื่องพิสูจน์และสะท้อนให้เห็นว่า บริษัท แอสเซนด์ มันนี่ จำกัด ดำเนินธุรกิจมาในทิศทางที่ถูกต้องและได้รับการยอมรับ อย่างไรก็ตาม สิ่งที่บริษัทต้องให้ความสำคัญก้าวต่อไปคือ "ความต่อเนื่อง" เพื่อรักษามาตรฐานและผลักดันให้บุคลากรนำหลักบรรษัทภิบาลไปใช้ในการปฏิบัติงานจริงอย่างยั่งยืนต่อไป

นายสุเมธ ภิญโญสนิท ประธานคณะผู้บริหาร บริษัท เจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วส จำกัด หรือกลุ่มธุรกิจพืชครบวงจร (CPCRP) เปิดเผยว่า ตนรู้สึกภาคภูมิใจเป็นอย่างยิ่งที่คณะกรรมการได้พิจารณาให้กลุ่มธุรกิจพืชครบวงจรได้รับรางวัลประเมินผลในระดับโกลด์ (Gold)

ในฐานะผู้นำองค์กร สิ่งที่พยายามถ่ายทอดให้แก่บุคลากรทุกคนประกอบด้วย 3 ประการหลัก ได้แก่ 1. การส่งเสริมให้ทุกคนคิดในสิ่งที่ดี โดยเชื่อมั่นว่าในการทำงานทุกคนย่อมรู้ว่าสิ่งใดคือสิ่งที่ดี 2. เมื่อมีโอกาสปฏิสัมพันธ์กัน ควรพูดและสื่อสารในสิ่งที่ดีออกมา และ 3. การลงมือปฏิบัติจริง ซึ่งสอดคล้องกับหลักการสากลของการดำเนินงานด้านธรรมาภิบาล ที่ประกอบไปด้วยการปฏิบัติตามกฎระเบียบ การลงมือทำ และธรรมาภิบาลซึ่งล้วนเป็นเรื่องเดียวกัน โดยหากทุกคนตระหนักรู้ พูด และปฏิบัติในสิ่งที่ดีจนเกิดความเคยชิน สิ่งเหล่านั้นก็จะหล่อหลอมกลายเป็นวัฒนธรรมในที่สุด

นายสุเมธ กล่าวเพิ่มเติมว่า วัฒนธรรมอันดีงามนี้ไม่ได้จำกัดอยู่เพียงแค่ภายในองค์กรเท่านั้น แต่หากมีการถ่ายทอดหลักคิดนี้ไปยังสังคมและคนรอบข้างอย่างต่อเนื่อง ก็จะทำให้วัฒนธรรมที่ดีแพร่กระจายไปในวงกว้าง ดังเช่นตัวอย่างจากคลิปวิดีโอรณรงค์เรื่องการจัดการขยะ รวมถึงกรณีศึกษาในบางประเทศที่สามารถแก้ไขพฤติกรรมการถ่มน้ำลายให้เปลี่ยนไปได้ภายในระยะเวลาเพียง 7 วัน โดยเริ่มต้นจากการมีกฎระเบียบ ควบคู่ไปกับการปฏิบัติอย่างจริงจัง จนสามารถสร้างเป็นวัฒนธรรมใหม่ได้สำเร็จ

ทั้งนี้ องค์กรมีความตั้งใจและเชื่อมั่นอย่างยิ่งว่า การมุ่งมั่นทำสิ่งที่ดีจะสามารถพัฒนาให้กลายเป็นวัฒนธรรมที่แข็งแกร่งของเจริญโภคภัณฑ์โปรดิ๊วสได้อย่างแน่นอน

ดร.เนตรชนก วิภาตะศิลปิน หัวหน้าสายงานด้านความยั่งยืนองค์กร บริษัท ทรู คอร์ปอเรชั่น จํากัด (มหาชน) หรือ TRUE เปิดเผยว่า ในฐานะตัวแทนของบริษัท รู้สึกยินดีและเป็นเกียรติอย่างยิ่งที่ได้รับรางวัลเกียรติยศในครั้งนี้

ทั้งนี้ TRUE ถือเป็นกลุ่มบริษัทเทคโนโลยี (Tech Company) ที่ให้ความสำคัญและยึดมั่นในเรื่องของการมีธรรมาภิบาล (Corporate Governance) มาอย่างสม่ำเสมอ โดยถือเป็นเสมือนดีเอ็นเอ (DNA) หลักในการดำเนินธุรกิจของกลุ่มบริษัท

ดังนั้น TRUE จึงมีความมุ่งมั่นที่จะผลักดันและดำเนินงานตามหลักธรรมาภิบาลอย่างต่อเนื่อง เพื่อขับเคลื่อนความเจริญก้าวหน้าให้ครอบคลุมทั้งองค์กร ตลอดจนมุ่งหวังที่จะส่งต่อคุณค่าและแนวทางปฏิบัติที่ดีนี้ไปยังเพื่อนพนักงานทุกคน และส่งมอบบริการที่โปร่งใสไปยังลูกค้าทุกคนสืบต่อไป

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...