โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

บอร์ด CPALL ค้านโอน 3 บริษัทลูก เข้า Virtual Bank โบรกชี้รักษาธรรมาภิบาล-ผลดีต่อรายย่อย

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 20 เม.ย. เวลา 05.25 น. • เผยแพร่ 20 เม.ย. เวลา 05.25 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานว่า บริษัท ซีพี ออลล์ จำกัด (มหาชน) หรือ CPALL เปิดเผยว่า ที่ประชุมคณะกรรมการบริษัท ครั้งที่ 3/2569 เมื่อวันที่ 17 เมษายน 2569 มีมติสำคัญ โดยกรรมการผู้ไม่มีส่วนได้เสียมีมติไม่เห็นด้วยกับการนำบริษัท เคาน์เตอร์เซอร์วิส จำกัด, บริษัท ไทยสมาร์ทคาร์ด จำกัด และบริษัท ซีพี แอ็กซ์ตร้า จำกัด (มหาชน) หรือ CPAXT เข้าไปอยู่ในกลุ่มธุรกิจการเงินของธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) ของบริษัท เอซีเอ็ม โฮลดิ้ง จำกัด ซึ่งเป็นบริษัทย่อยของบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด

โดยที่ประชุมเห็นว่า บริษัทย่อยทั้ง 3 แห่งมีบทบาทสำคัญต่อธุรกิจหลักของบริษัท ทั้งในด้านการสร้างรายได้และสนับสนุนการดำเนินงานของร้านเซเว่นอีเลฟเว่น การปรับโครงสร้างดังกล่าวอาจส่งผลต่อความคล่องตัว ความซับซ้อนด้านกฎเกณฑ์ รวมถึงเข้าข่ายรายการที่เกี่ยวโยงกันภายใต้กฎเกณฑ์ตลาดทุน และอาจกระทบต่อความเป็นกลางทางธุรกิจในระยะยาว

ขณะเดียวกัน ที่ประชุมได้มีมติกำหนดวันประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น ครั้งที่ 1/2569 ในวันที่ 29 พฤษภาคม 2569 ผ่านสื่ออิเล็กทรอนิกส์ โดยกำหนด Record Date ในวันที่ 5 พฤษภาคม 2569 พร้อมระบุวาระพิจารณาเรื่องการนำบริษัทย่อยเข้าสู่กลุ่ม Virtual Bank อีกครั้งในที่ประชุมผู้ถือหุ้น

ทั้งนี้ บริษัทได้มอบหมายกรรมการอิสระเป็นผู้รับมอบฉันทะสำหรับผู้ถือหุ้นที่ไม่สามารถเข้าประชุมได้ และให้อำนาจผู้บริหารดำเนินการที่เกี่ยวข้องกับการจัดประชุม รวมถึงการปรับเปลี่ยนรูปแบบ วันเวลา หรือวาระการประชุมตามความเหมาะสม โดยจะแจ้งให้ผู้ถือหุ้นทราบผ่านช่องทางของตลาดหลักทรัพย์แห่งประเทศไทยต่อไป

ด้านบริษัทหลักทรัพย์ กสิกรไทย จำกัด (มหาชน) หรือ KS ระบุว่า เห็นด้วยกับความเห็นของคณะกรรมการอิสระ เนื่องจากมองว่า Counter Service เป็นองค์ประกอบสำคัญของระบบนิเวศ 7-Eleven และมีบทบาทช่วยเพิ่มการใช้บริการภายในสาขา นอกจากนี้ โครงสร้างการชดเชยของบริษัทย่อยทั้ง 3 แห่งยังไม่มีความชัดเจนเพียงพอ ทำให้ยังมีความไม่แน่นอนด้านการดำเนินงานอยู่มาก โดย KS ประเมินว่า มติดังกล่าวจะช่วยรักษาการควบคุมเชิงกลยุทธ์และหลักธรรมาภิบาลของบริษัท ซึ่งเป็นผลดีต่อผู้ถือหุ้นส่วนน้อย พร้อมคงคำแนะนำ “Outperform” และราคาเป้าหมายที่ 57.20 บาทต่อหุ้น

ขณะที่ บริษัทหลักทรัพย์ อินโนเวสท์ เอกซ์ จำกัด มองว่า ประเด็นดังกล่าวมีที่มาจากแนวทางของธนาคารแห่งประเทศไทย ซึ่งเป็นคำแนะนำมากกว่าข้อบังคับ โดยเสนอให้กลุ่ม Virtual Bank รวบรวมกิจการที่มีใบอนุญาตให้บริการทางการเงินไว้ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน อย่างไรก็ดี ในระยะสั้นประเมินว่า ประเด็นนี้อาจเป็นปัจจัยกดดันราคาหุ้น CPALL และ CPAXT ไปจนกว่าจะได้ข้อสรุปจากการประชุมวิสามัญผู้ถือหุ้น เนื่องจากเป็นรายการเกี่ยวโยงกัน และจำกัดสิทธิออกเสียงเฉพาะผู้ถือหุ้นที่ไม่มีส่วนได้เสีย

โดยบล.อินโนเวสท์ เอกซ์ ยังระบุว่า หากที่ประชุมผู้ถือหุ้นมีมติไม่อนุมัติ จะเป็นผลดีต่อทั้ง 3 บริษัท เพราะยังสามารถดำเนินธุรกิจภายใต้โครงสร้างเดิมได้ต่อไป โดยไม่เพิ่มภาระด้านกฎระเบียบ ขณะที่บริษัทย่อยทั้ง 3 แห่งมีสัดส่วนกำไรรวมมากกว่า 30% ของ CPALL แต่หากที่ประชุมมีมติอนุมัติ ยังต้องติดตามต่อในประเด็นรูปแบบค่าตอบแทน วิธีประเมินมูลค่ากิจการ และผลกระทบจากการอยู่ภายใต้กรอบกำกับดูแลของภาคธนาคาร ซึ่งอาจทำให้ความคล่องตัวในการดำเนินงานลดลง โดยยังคงคำแนะนำ “Outperform” สำหรับ CPALL และ “Neutral” สำหรับ CPAXT

ส่วนบริษัทหลักทรัพย์ ฟินันเซีย ไซรัส จำกัด (มหาชน) ระบุว่า ผู้บริหาร CPALL ให้ข้อมูลเพิ่มเติมว่า การนำเรื่องเข้าสู่ที่ประชุมบอร์ดเป็นไปตามคำร้องของ CP Group ภายหลังหน่วยงานกำกับดูแลมีแนวทางให้ธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินควรรวมอยู่ในกลุ่มเดียวกัน สำหรับ CPAXT นั้นถูกนำมาพิจารณาร่วมด้วย เพราะมีธุรกิจเกี่ยวข้องกับระบบเรียกเก็บเงิน หรือ billing ซึ่งเข้าลักษณะบริการทางการเงิน

อย่างไรก็ดี บล.ฟินันเซีย ไซรัส มองว่า เหตุผลสำคัญที่คณะกรรมการไม่เห็นด้วยในรอบนี้ มาจากลักษณะและเงื่อนไขของธุรกิจบางส่วนที่ยังไม่สอดคล้องกับรูปแบบ Virtual Bank โดยเฉพาะ CPAXT ซึ่งมีธุรกิจหลักเป็นค้าปลีก จึงอาจทำให้การปรับโครงสร้างมีความซับซ้อนและก่อให้เกิดผลเสียมากกว่าผลดีต่อบริษัท แม้บริษัทจะยังมีมุมมองเชิงบวกต่อธุรกิจ Virtual Bank ในฐานะโอกาสต่อยอดธุรกิจ Counter Service ในอนาคต แต่ฝ่ายวิจัยยังคงมุมมองเป็นกลางต่อข้อมูลล่าสุด และคาดว่าหุ้น CPALL จะยังถูกกดดันจากความไม่แน่นอนของแผนปรับโครงสร้างภายหลังการประชุม EGM

อีกทั้ง บริษัทหลักทรัพย์ บัวหลวง จำกัด (มหาชน) ระบุในบทวิเคราะห์ว่า การเสนอวาระพิจารณาปรับโครงสร้างบริษัทย่อยของ CPALL ในครั้งนี้ มีที่มาจากบริษัท เครือเจริญโภคภัณฑ์ จำกัด (CP Group) ซึ่งเป็นผู้ได้รับใบอนุญาตประกอบธุรกิจธนาคารพาณิชย์ไร้สาขา (Virtual Bank) และได้รับคำแนะนำให้พิจารณารวบรวมธุรกิจที่เกี่ยวข้องกับบริการทางการเงินภายในเครือมาอยู่ภายใต้โครงสร้างเดียวกัน เพื่อให้เกิดความชัดเจนด้านการกำกับดูแล

อย่างไรก็ดี CPALL เห็นว่าการนำบริษัทย่อยเข้าปรับโครงสร้างในลักษณะดังกล่าว อาจเพิ่มความซับซ้อนต่อการดำเนินงานในอนาคต ส่งผลให้คณะกรรมการบริษัทมีมติไม่เห็นชอบต่อแนวทางดังกล่าว

ทั้งนี้ บล.บัวหลวง ระบุว่า การพิจารณาของผู้ถือหุ้นในการประชุมครั้งนี้ เป็นเพียงการลงมติในหลักการว่า จะเห็นชอบให้นำบริษัทย่อยเข้ารวมอยู่ในกลุ่มธุรกิจ Virtual Bank ของเครือหรือไม่ โดยยังไม่มีการเปิดเผยรายละเอียดเกี่ยวกับสิ่งตอบแทน และยังไม่มีการจัดทำความเห็นจากที่ปรึกษาทางการเงินอิสระ (IFA)

นอกจากนี้ ยังต้องติดตามความชัดเจนในระยะต่อไปว่า CPALL จะเข้าร่วมลงทุนในธุรกิจ Virtual Bank ผ่านรูปแบบอื่นหรือไม่ เนื่องจากตามกฎหมาย ผู้ถือหุ้นที่ถือหุ้นเกินร้อยละ 10 ยังมีสิทธิเรียกประชุมผู้ถือหุ้นเพื่อพิจารณาวาระที่เกี่ยวข้องได้

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...