โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ก.ล.ต. ลุย 5 มาตรการ สกัด “ทุนเทา-ปราบบัญชีม้า” คุมเข้มตลาดทุน

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 01 เม.ย. เวลา 13.11 น. • เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 13.11 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

สำนักงานคณะกรรมการกำกับหลักทรัพย์และตลาดหลักทรัพย์ (ก.ล.ต.) เดินหน้ายกระดับการกำกับดูแลตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล จากสภาวการณ์ในปัจจุบันปัญหามิจฉาชีพหลอกลวงการลงทุนทวีความรุนแรงเพิ่มขึ้น ซึ่งสร้างความเสียหายแก่ทรัพย์สินของประชาชนจำนวนมาก และถือเป็นภัยร้ายแรงต่อสังคมและเศรษฐกิจของประเทศ ก.ล.ต. เล็งเห็นถึงปัญหาที่เกิดขึ้นและดำเนินการต่าง ๆ ทั้งมุ่งเน้นการป้องกันเพื่อไม่ให้เกิดความเสียหาย และปราบปรามเมื่อพบการกระทำผิด รวมทั้งบูรณาการหน่วยงานที่เกี่ยวข้องมาอย่างต่อเนื่อง

ก.ล.ต. จึงดำเนินการยกระดับ 5 มาตรการสำคัญ ซึ่งรวมถึงมาตรการที่ดำเนินการผ่านผู้ประกอบธุรกิจทั้งในฝั่ง
บริษัทหลักทรัพย์และสินทรัพย์ดิจิทัล เพื่อสกัดกั้นทุนเทา แก้ปัญหาบัญชีม้าและการหลอกลงทุน (Investment Scam) มีประสิทธิภาพยิ่งขึ้น ดังนี้

1.การรู้จักตัวตนของลูกค้าที่แท้จริง (KYC/CDD) สำหรับบริษัทหลักทรัพย์ ก.ล.ต. จะยกระดับการตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้า (CDD) ให้ครอบคลุมและมีความสอดคล้องของรายได้ อาชีพ พร้อมติดตามพฤติกรรมการลงทุน หากมีข้อสงสัย บริษัทหลักทรัพย์จะต้องตรวจสอบเพื่อทราบข้อเท็จจริงเกี่ยวกับลูกค้าอย่างเข้มข้น (Enhanced CDD) และรายงานธุรกรรมต้องสงสัย (Suspicious Transaction Report: STR) ต่อสำนักงานป้องกันและปราบปรามการฟอกเงิน (ปปง.) นอกจากนี้ ยังเพิ่มการคุมเข้มการฝากและถอนต้องมีชื่อตรงกับบัญชีลูกค้าเท่านั้น และหน่วงธุรกรรมกลุ่มเสี่ยงสูง รวมทั้งการเพิ่มกลไกตรวจสอบการทำ Enhanced KYC

2.ตรวจเข้มผู้ถือหุ้นใหญ่ ผู้มีอำนาจตัวจริงของผู้ประกอบธุรกิจที่ได้รับใบอนุญาต ปัจจุบัน ก.ล.ต. มีการกำกับดูแลโครงสร้างผู้ถือหุ้นรายใหญ่ เช่น การพิจารณาผู้ถือหุ้นรายใหญ่ให้ครอบคลุมผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงผ่านการถือหุ้นทางตรงและทางอ้อม รวมทั้งการที่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ต้องไม่มีลักษณะต้องห้าม เช่น อยู่ระหว่างถูกกล่าวโทษหรือถูกดำเนินคดีตามกฎหมายฟอกเงิน เป็นต้น

ทั้งนี้ เพื่อให้การกำกับเท่าทันต่อรูปแบบโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ซับซ้อนมากขึ้น รวมถึงสะท้อนผู้มีอำนาจควบคุมที่แท้จริงได้ ก.ล.ต. จึงจะมีการปรับปรุงให้ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ครอบคลุมถึงผู้ให้แหล่งเงินทุนแก่ผู้ถือหุ้นรายใหญ่ และปรับลักษณะต้องห้ามให้ครอบคลุมการทำผิดกฎหมายฟอกเงินและกฎหมายการก่อการร้ายทั้งในไทยและต่างประเทศ

3.ติดตามเส้นทางเงิน ป้องกันเงินเทา ปัจจุบัน ก.ล.ต. กำหนดให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลต้องรายงานข้อมูลธุรกรรมผ่านระบบ e-Reporting เพื่อรองรับการติดตาม ตรวจสอบ และรายงานภาพรวมธุรกรรมที่มีเหตุอันควรสงสัย รวมทั้งการคัดกรองธุรกรรมโดยใช้เครื่องมือตรวจสอบธุรกรรมบนบล็อกเชน (Blockchain Forensic Tool) แต่เพื่อให้การติดตามตรวจสอบเข้มข้นมากขึ้น ในระยะต่อไป ก.ล.ต. จะยกระดับการติดตามเส้นทางการเงินให้แม่นยำและตรงจุดมากยิ่งขึ้น โดยมีแนวทาง ดังนี้

3.1) ยกระดับเครื่องมือวิเคราะห์เชิงลึก เพื่อติดตามเส้นทางเงินได้ถึงปลายทาง เพิ่มประสิทธิภาพในการตรวจจับและป้องกันธุรกรรมผิดปกติ 3.2) ยกระดับมาตรฐานธุรกรรมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัลให้สอดคล้องความเสี่ยง โดยให้เทียบเคียงธุรกรรมเงินสด 3.3) การใช้ Travel Rule โดยให้ผู้ประกอบธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลจัดส่งข้อมูลผู้โอนไปพร้อมธุรกรรมการโอนสินทรัพย์ดิจิทัล และตรวจสอบข้อมูลในกรณีรับโอนสินทรัพย์ดิจิทัล

3.4) การกำกับดูแลการซื้อขายและแลกเปลี่ยน stablecoin ให้เทียบเคียงธุรกรรมเงินตราต่างประเทศ (FX) เพื่อป้องกันการใช้เป็นช่องทางของเงินเทา และ 5) ร่วมมือกับธนาคารแห่งประเทศไทย ในการกำกับดูแลการใช้วงเงินต่างประเทศ เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการป้องกันและสกัดธุรกรรมที่มีความเสี่ยงในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล

4.เปิดเผยข้อมูลสำคัญให้ชัดเจน โปร่งใส และทันเวลา เพื่อให้ผู้ลงทุนมีข้อมูลประกอบการตัดสินใจลงทุน เช่น บริษัทจดทะเบียนต้องเปิดเผยโครงสร้างผู้ถือหุ้นที่ชัดเจน รายชื่อผู้ถือหุ้นใหญ่ 10 อันดับแรก รายงานการเปลี่ยนแปลงการถือหุ้นเมื่อแตะทุกร้อยละ 5 ภายใน 3 วัน นับจากวันที่ทำธุรกรรม (T+3) ในแบบรายงาน 246 กำหนดเกณฑ์การทำคำเสนอซื้อ (Tender Offer) เมื่อถือหุ้นถึงระดับที่กำหนด

รวมทั้งกำหนด Fiduciary Duties ของกรรมการและผู้บริหาร เพื่อป้องกันการใช้ประโยชน์ส่วนตนและผลประโยชน์ทับซ้อน โดย ก.ล.ต. จะพัฒนา Data Analytics ที่มีการเชื่อมโยงข้อมูลข้ามระบบ และนำข้อมูลมาวิเคราะห์เพื่อตรวจจับความผิดปกติ เช่น ความไม่สอดคล้องระหว่างรายชื่อผู้ถือหุ้นกับพฤติกรรมการซื้อขายจริง ข้อมูลผู้ถือหุ้นและการซื้อขายสินทรัพย์

5.ผนึกกำลังหลายหน่วยงาน ปราบทุนเทา ก.ล.ต. ร่วมมือกับหน่วยงานภาครัฐ เช่น กระทรวงดิจิทัล
เพื่อเศรษฐกิจและสังคม ในการปิดกั้นแพลตฟอร์มผิดกฎหมาย การขยายผลข้อมูลการยึดและอายัดทรัพย์จาก ปปง.
และร่วมคณะทำงาน “Connect the Dots” เพื่อยกระดับการกำกับดูแลใน 3 มิติ ได้แก่ ตัวตน พฤติกรรม และ
เส้นทางเงิน และผนึกกำลังหลายหน่วยงานเชื่อมโยงข้อมูล

พร้อมไล่เส้นทางเงินเพื่อให้การสกัดทุนเทาได้อย่างครบวงจร เช่น ยกระดับการแลกเปลี่ยนข้อมูล ทำงานร่วมกับพนักงานสอบสวนและหน่วยงานกำกับดูแลที่เกี่ยวข้อง (Joint Operation) เพื่อเพิ่มประสิทธิภาพในการติดตามตรวจสอบข้อมูลและเส้นทางการเงิน เป็นต้น

นางพรอนงค์ บุษราตระกูล เลขาธิการ ก.ล.ต. ย้ำว่า “การยกระดับทั้ง 5 มาตรการ ทั้งการกำกับดูแลผู้ประกอบธุรกิจตัวกลางในตลาดทุนและตลาดสินทรัพย์ดิจิทัล การเปิดเผยข้อมูล ตลอดจนการเชื่อมโยงการติดตามเส้นทางเงินอย่างครบมิติจะช่วยให้การสกัดทุนเทาเกิดผลอย่างเป็นรูปธรรม

โดยในระยะถัดไป ก.ล.ต. จะเร่งติดตามการบูรณาการร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้อง รวมทั้งคณะทำงาน Connect the Dots ในการเชื่อมโยงข้อมูล ติดตาม และวางแผนตรวจสอบเส้นทางเงินร่วมกันให้เห็นถึงปลายทางของธุรกรรมชัดเจนขึ้น เพื่อให้มั่นใจว่าสามารถสกัดบัญชีม้าและธุรกรรมผิดปกติได้ตรงจุด พร้อมยกระดับความเชื่อมั่นของผู้ลงทุนและสร้างความโปร่งใสให้ตลาดทุนไทยในระยะยาว”

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...