โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดประวัติ เอกราช เก่งทุกทาง จากเด็กบ้าบอลฝากต้นฉบับกับยาม สู่ตำนานนักพากย์นัดชิงบอลโลก

แนวหน้า

เผยแพร่ 01 เม.ย. เวลา 17.00 น.

กลายเป็นประวัติศาสตร์หน้าใหม่ของวงการสื่อสารมวลชนไทย เมื่อ หนุ่ย เอกราช เก่งทุกทาง ประกาศยุติบทบาทการทำหน้าที่พิธีกรข่าวกีฬาในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ ทางช่อง 3 เอชดี หลังจากที่ร่วมสร้างสีสันและรายงานข่าวเคียงข้างผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา มาอย่างยาวนานกว่า 20 ปี ท่ามกลางความตกใจและเสียดายของแฟน ๆ ข่าวทั่วประเทศ

ท่ามกลางการเปลี่ยนแปลงครั้งสำคัญนี้ ทีมงานแนวหน้าออนไลน์ จะขอพาทุกท่านย้อนกลับไปทำความรู้จักกับตัวตนของชายที่ชื่อ เอกราช เก่งทุกทาง ให้ลึกซึ้งยิ่งขึ้น ชายผู้หายใจเข้าออกเป็นลูกหนังจนได้รับฉายา คนบ้าบอล และเป็น พี่หนุ่ย ที่แสนอบอุ่นของน้อง ๆ ในวงการสื่อมาตลอดหลายทศวรรษ

เอกราช เก่งทุกทาง

เอกราช เก่งทุกทาง เกิดเมื่อวันที่ 10 สิงหาคม พ.ศ. 2509 ปัจจุบันอายุ 59 ปี เป็นบุตรชายของ สมเกียรติ เก่งทุกทาง หรือที่รู้จักในนาม ก. เก่งทุกทาง อดีตนักแสดงและฝ่ายศิลปกรรมของดาราฟิล์ม แม้จะเติบโตมาในครอบครัวสายบันเทิง แต่ความหลงใหลของหนุ่ยกลับพุ่งเป้าไปที่ฟุตบอลมาตั้งแต่วัยเยาว์

ซึ่ง หนุ่ย เอกราช จบการศึกษาชั้นมัธยมจากโรงเรียนราชวินิตบางแก้ว และปริญญาตรีจากคณะสังคมศาสตร์ มหาวิทยาลัยเกษตรศาสตร์ จุดเริ่มต้นความบ้าบอลของเขาชัดเจนตั้งแต่อายุ 10 กว่าขวบ เมื่อเริ่มอ่านนิตยสาร สตาร์ซอคเก้อร์ และคลั่งไคล้ถึงขนาดนำรูปทีมฟุตบอลจากหน้ากลางนิตยสารมากางวางข้างจอโทรทัศน์ขณะรับชม รวมถึงการติดตามผลบอลผ่านวิทยุคลื่นสั้น BBC ตั้งแต่สมัยยังเป็นนักศึกษา

เอกราช เก่งทุกทาง

และหลังเรียนจบ เอกราชตัดสินใจเดินตามความฝันด้วยการเขียนบทความวิเคราะห์ทีม ลิเวอร์พูล ด้วยลายมือจำนวน 2 หน้ากระดาษ แล้วนำไปฝากไว้กับพนักงานรักษาความปลอดภัยที่หน้าร้านสตาร์ซอคเก้อร์ สาขาพันธุ์ทิพย์พลาซ่า ต้นฉบับแผ่นนั้นเปลี่ยนชีวิตเขา เมื่อมันถูกส่งไปถึงมือกองบรรณาธิการในช่วงที่ขาดนักข่าวต่างประเทศพอดี เขาจึงได้เริ่มงานที่ สยามกีฬา ที่นั่นเขาได้เรียนรู้งานจากรุ่นพี่ระดับตำนานอย่าง บิ๊กจ๊ะ สาธิต กรีกุล, ยอด ยอดชาย ขันธะชวนะ และที่สำคัญที่สุดคือ ย.โย่ง เอกชัย นพจินดา ซึ่งเอกราชยกให้เป็นต้นแบบในการทำงานสืบมา โดยในตอนนั้นเขาใช้นามปากกาว่า ขุนไข่

ด้วยความหลงใหลคลั่งใคล้ในกีฬาฟุตอบอลของ เอกราช เก่งทุกทาง เขาเริ่มงานบรรยายกีฬาครั้งแรกกับทางช่อง 9 อสมท ในศึก FA CUP ฤดูกาล 1991-1992 ก่อนจะกลายเป็นผู้บรรยายหลักให้กับ IBC เคเบิลทีวีรายแรกของไทย สไตล์การพากย์ของเขาเป็นการผสมผสานระหว่างความสนุกเร้าอารมณ์แบบ ย.โย่ง และความรอบรู้ สุขุม นุ่มลึกแบบ ศุภพร มาพึ่งพงศ์ จนกลายเป็นเอกลักษณ์เฉพาะตัวที่แฟนบอลชื่นชอบ คือ เสียงนุ่ม จังหวะดี ข้อมูลแน่น และไม่เอนเอียง

เอกราช เก่งทุกทาง

หนุ่ย เอกราช ได้รับเลือกให้เป็นผู้บรรยายหลักในนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2002 (ญี่ปุ่น-เกาหลีใต้) เป็นการถ่ายทอดสดแบบไม่มีโฆษณาคั่นครั้งแรกของไทย และต่อเนื่องไปยังนัดชิงชนะเลิศ ฟุตบอลโลก 2006 (เยอรมนี) และนี่คือจุดสูงสุดในอาชีพนักพากย์ของเขา

ในช่วงปี พ.ศ. 2546 ผู้ประกาศข่าวชื่อดังอย่าง สรยุทธ สุทัศนะจินดา ได้ชักชวนเจ้าตัวให้มาร่วมงานในรายการ เรื่องเล่าเช้านี้ รับผิดชอบข่าวกีฬาและต่างประเทศ จากจุดเริ่มที่ตั้งใจมาช่วยเพียงชั่วคราวในช่วงฟุตบอลยูโร 2004 และโอลิมปิก กลับกลายเป็นการทำงานร่วมกันยาวนานกว่าสองทศวรรษ

เอกราช เก่งทุกทาง

เอกราชปรับเปลี่ยนสไตล์การนำเสนอให้เป็นกีฬารสชาวบ้าน เล่าเรื่องยากให้เป็นเรื่องง่าย มีการหยอกล้อและรับส่งมุกกับสรยุทธอย่างเป็นธรรมชาติโดยไม่มีสคริปต์ เบื้องหลังความสำเร็จนี้คือความทุ่มเท เขาต้องตื่นมาดูบอลดึกคืนแล้วคืนเล่า และบึ่งรถจากย่านสมุทรสาครฝ่าถนนพระราม 2 เพื่อมาเตรียมตัวเข้ารายการในช่วงเช้ามืดทุกวัน นอกจากงานหน้าจอโทรทัศน์ หนุ่ย เอกราช ยังมีผลงานในแวดวงสื่อสิ่งพิมพ์มากมาย ทั้งการเป็นคอลัมนิสต์ให้มติชนรายวัน, เครือสยามสปอร์ต และเคยดำรงตำแหน่งบรรณาธิการอำนวยการนิตยสาร FourFourTwo ฉบับภาษาไทย

ปัจจุบันเขายังขยายฐานแฟนคลับสู่โลกออนไลน์ผ่านช่องยูทูบ เอกราช เต็มหนุ่ย ซึ่งมีผู้ติดตามกว่า 2.65 แสนคน และเฟซบุ๊กมากถึง 2.2 แสนคน นำเสนอคอนเทนต์วิเคราะห์ฟุตบอลในสไตล์ที่คุ้นเคย แม้จะลาออกจากหน้าจอช่อง 3 ไปแล้ว แต่ชื่อของ เอกราช เก่งทุกทาง ยังคงเป็นสถาบันแห่งการเล่าข่าวกีฬารสชาวบ้านที่อยู่ในใจของคนไทยเสมอมา

เอกราช เก่งทุกทาง
เอกราช เก่งทุกทาง
เอกราช เก่งทุกทาง

ขอขอบคุณภาพจาก เฟซบุ๊ก เอกราช เต็มหนุ่ย, ยูทูบ เอกราช เต็มหนุ่ย - Aekarach TemNui

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...