โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก ไวรัสฮันตา เชื้อจากหนูสู่คน ป้องกันได้ ไม่ต้องตื่นตระหนก

แนวหน้า

เผยแพร่ 04 พ.ค. เวลา 17.00 น.

จากกรณีที่องค์การอนามัยโลก (WHO) เปิดเผยสถานการณ์การพบการติดเชื้อไวรัสฮันตา (Hantavirus infection) บนเรือสำราญสัญชาติเนเธอร์แลนด์ลำหนึ่ง โดยมีผู้ได้รับผลกระทบทั้งหมด 7 ราย และมีผู้เสียชีวิตแล้ว 3 ราย ขณะที่อีก 1 รายยังคงมีอาการหนักและอยู่ระหว่างการรักษาในหอผู้ป่วยวิกฤตที่ประเทศ แอฟริกาใต้

ข่าวที่เกี่ยวข้อง : ผู้โดยสารผวา! พบผู้ติดเชื้อไวรัสฮันตาบนเรือสำราญกลางแอตแลนติกเพิ่มเป็น 7 ราย

ไวรัสฮันตา (Hanta virus) คืออะไร

Hantavirus infection หรือ ไวรัสฮันตา ซึ่งเป็นเชื้อไวรัสที่พบในสัตว์ฟันแทะ โดยเฉพาะหนู แม้ตัวหนูเองจะไม่แสดงอาการป่วย แต่สามารถแพร่เชื้อสู่คนได้ในบางกรณี และอาจก่อให้เกิดโรคได้หลายรูปแบบ ทั้งกลุ่มอาการทางเดินหายใจ หรือโรคไข้เลือดออกที่มีภาวะไตวาย ขึ้นอยู่กับสายพันธุ์ของเชื้อ

สำหรับอาการของโรคในระยะแรกมักคล้ายไข้ทั่วไป เช่น มีไข้ หนาวสั่น ปวดกล้ามเนื้อ อ่อนเพลีย ปวดศีรษะ คลื่นไส้ และอาเจียน อย่างไรก็ตาม ในบางรายอาจพัฒนาเป็นอาการรุนแรงได้ แม้พบไม่บ่อย โดยอาจเกิดภาวะไข้เลือดออกที่มีไตวายร่วม หรือโรคทางเดินหายใจรุนแรงที่ทำให้ปอดบวมน้ำและอาจเสียชีวิตได้อย่างรวดเร็ว

การแพร่เชื้อของไวรัสฮันตาไม่ได้ติดต่อจากคนสู่คนเป็นหลัก แต่เกิดจากการสัมผัสสารคัดหลั่งของหนู เช่น ปัสสาวะ อุจจาระ หรือน้ำลาย รวมถึงการสูดดมฝุ่นละอองที่ปนเปื้อนเชื้อ โดยเฉพาะในพื้นที่อับหรือบริเวณที่มีหนูอาศัยอยู่

ทั้งนี้ แนวทางป้องกันที่สำคัญคือการควบคุมสัตว์ฟันแทะในบ้านและรอบบริเวณ เช่น เก็บอาหารให้มิดชิด ปิดช่องทางไม่ให้หนูเข้ามา ทำความสะอาดอย่างถูกวิธี หลีกเลี่ยงการกวาดฝุ่นแห้งในพื้นที่เสี่ยง และสวมอุปกรณ์ป้องกัน เช่น หน้ากากและถุงมือขณะทำความสะอาด รวมถึงดูแลสิ่งแวดล้อมไม่ให้เป็นแหล่งสะสมของหนู

แม้ไวรัสฮันตาจะมีความรุนแรงในบางกรณี แต่โดยรวมพบได้ไม่บ่อย และไม่ได้แพร่กระจายง่ายเหมือนไวรัสชนิดอื่น โดยในประเทศไทยยังไม่พบรายงานผู้ป่วยที่มีอาการรุนแรงหรือเสียชีวิตจากโรคดังกล่าว อย่างไรก็ตาม มีการตรวจพบแอนติบอดีของเชื้อในหนูทั้งในกรุงเทพฯ และต่างจังหวัดราว 2.3–3.0% สะท้อนว่าเชื้อมีอยู่ในธรรมชาติ

ผู้เชี่ยวชาญระบุว่า ข้อมูลดังกล่าวเป็นไปเพื่อการเฝ้าระวังและสร้างความเข้าใจโรค มากกว่าการสร้างความตื่นตระหนก โดยประชาชนยังสามารถใช้ชีวิตได้ตามปกติ เพียงรักษาสุขอนามัยและหลีกเลี่ยงการสัมผัสสัตว์ฟันแทะ ก็เพียงพอในการลดความเสี่ยงติดเชื้อได้อย่างมีประสิทธิภาพ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...