‘อ.อักษรศรี’ ยกย่อง! การเสด็จฯ เยือนจีนของในหลวงและราชินี เปิดโอกาสความร่วมมือด้าน ศก . - เทคโนโลยี ชี้ เป็นจังหวะเหมาะสม–เดินเกมทูตเชิงรุก ช่วยยกระดับภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก
THE STATES TIMES
อัพเดต 15 พ.ย. 2568 เวลา 02.59 น. • เผยแพร่ 15 พ.ย. 2568 เวลา 04.30 น. • Hard News Team‘ดร.อักษรศรี’ ชี้ การเสด็จฯ เยือนจีนของในหลวงและราชินี เปิดมิติใหม่ความร่วมมือไทย-จีน เกินกว่า "ส่งทุเรียน" ย้ำ สถาบันพระมหากษัตริย์เป็น "ทุนเชิงสัญลักษณ์" ยกระดับภาพลักษณ์ไทยในเวทีโลก
(15 พ.ย. 68) - รองศาสตราจารย์ ดร.อักษรศรี พานิชสาส์น อาจารย์ประจำคณะเศรษฐศาสตร์ มหาวิทยาลัยธรรมศาสตร์ วิเคราะห์ถึงนัยสำคัญและทิศทางความสัมพันธ์ไทย-จีน ภายหลังการเสด็จพระราชดำเนินเยือนสาธารณรัฐประชาชนจีนอย่างเป็นทางการของพระบาทสมเด็จพระเจ้าอยู่หัว และสมเด็จพระนางเจ้าฯ พระบรมราชินี ตามคำทูลเชิญของนายสี จิ้นผิง ประธานาธิบดีแห่งสาธารณรัฐประชาชนจีน
รศ.ดร.อักษรศรี ระบุว่า การเสด็จพระราชดำเนินในครั้งนี้ครอบคลุมหลายมิติ ทั้งมิติทางศาสนา ประวัติศาสตร์ และวัฒนธรรม เช่น การเสด็จไปทรงสักการะพระเขี้ยวแก้ว และทอดพระเนตรพระราชวังกู้กง (พระราชวังต้องห้าม)
แต่สิ่งที่น่าสนใจและมีนัยสำคัญสูง คือ การทรงเยี่ยมชมสถานที่ที่สะท้อนถึง ความก้าวหน้าด้านเทคโนโลยีของจีน ได้แก่:
- ศูนย์นวัตกรรมหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์
- ศูนย์ควบคุมการบินอวกาศ และเทคโนโลยีด้านนักบินอวกาศ
- ศูนย์พัฒนาเทคโนโลยีด้านการศึกษา และการพัฒนาทรัพยากรมนุษย์
"สิ่งเหล่านี้มีความสำคัญมาก และสะท้อนถึงก้าวต่อไปของความสัมพันธ์ไทย-จีน หากรัฐบาลไทยสานต่อ จะพบว่าเรามีโอกาสร่วมมือกับจีน มากกว่าแค่ส่งทุเรียนไปขายจีน หรือการค้าขายสินค้าเกษตร" รศ.ดร.อักษรศรี กล่าว
รศ.ดร.อักษรศรี เน้นว่า การทรงเยี่ยมชมสถานที่เหล่านี้เปิดโอกาสให้ไทยและจีนร่วมมือกันใน ด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีแห่งอนาคต โดยเฉพาะ เทคโนโลยีหุ่นยนต์ฮิวแมนนอยด์, เทคโนโลยีอวกาศ และการพัฒนาด้านการศึกษา
"การเสด็จฯ ครั้งนี้ถือเป็นก้าวแรกที่สำคัญมาก และก้าวต่อไปอยู่ที่รัฐบาลไทยและหน่วยงานต่างๆ ของไทย ว่าจะสานต่อในสิ่งเหล่านั้นอย่างไร"
ทั้งนี้ รศ.ดร.อักษรศรี มองว่า ความร่วมมือดังกล่าวจะเป็นประโยชน์ต่อทั้งสองฝ่าย เนื่องจากจีนมีความล้ำหน้าในด้านวิทยาศาสตร์และเทคโนโลยีสูง จึงเป็นโอกาสอันดีที่ไทยควรผลักดันให้เกิดความร่วมมือที่เป็นรูปธรรมต่อไป
นอกจากนี้ ในมิติทางการทูต รศ.ดร.อักษรศรี ชี้ว่า ผู้นำจีนให้ความเคารพและยกย่องสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยมาโดยตลอด ยกตัวอย่างการที่ประธานาธิบดีสี จิ้นผิง มอบ "เหรียญมิตราภรณ์" ให้กับมิตรประเทศที่สำคัญยิ่งเพียง 6 รายในโอกาสครบรอบ 70 ปีการสร้างชาติจีน โดยสมเด็จพระกนิษฐาธิราชเจ้า กรมสมเด็จพระเทพรัตนราชสุดาฯ สยามบรมราชกุมารี ทรงเป็นหนึ่งในหกรายดังกล่าว
สำหรับจีนซึ่งให้ความสำคัญกับเรื่องราวทางประวัติศาสตร์ โดยเฉพาะประธานาธิบดีสี จิ้นผิง ที่ให้ความสำคัญกับมิติประวัติศาสตร์และวัฒนธรรมสูงมาก สถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยเป็นส่วนหนึ่งของประวัติศาสตร์ไทย ดังนั้น ในเชิงสัญลักษณ์ทางการทูต สถาบันพระมหากษัตริย์นับเป็น "อำนาจอีกรูปแบบหนึ่ง" ที่อาจมองไม่เห็น แต่ส่งผลต่อสถานะของประเทศไทยอย่างยิ่ง
"ถือเป็นทุนเชิงสัญลักษณ์ ที่ทำให้ประเทศไทยมีแต้มต่อ หรือสร้างความได้เปรียบ ซึ่งเป็นมากกว่า Soft Power เป็นทุนทางสัญลักษณ์ที่มีคุณค่าทางจิตใจ"
ขณะเดียวกัน รศ.ดร.อักษรศรี ประเมินว่า การเสด็จพระราชดำเนินเยือนจีนในครั้งนี้ นอกจากจะเป็นในโอกาสพิเศษครบรอบ 50 ปีความสัมพันธ์ทางการทูตไทย-จีน แล้ว ยังเป็น "Right Timing" หรือจังหวะเวลาที่เหมาะสม เพราะความเป็นสถาบันพระมหากษัตริย์ของไทยในการเสด็จเยือนจีน ซึ่งเป็นมหาอำนาจโลกในขณะนี้ และมีสื่อต่างชาติทั่วโลกนำเสนอภาพและข้อมูล ช่วยดึงให้ภาพลักษณ์ของประเทศไทยโดดเด่นขึ้นในเชิงภูมิรัฐศาสตร์
รศ.ดร.อักษรศรี กล่าวว่า นอกจากประชาชนชาวจีนที่ชื่นชม คนทั่วโลกที่ได้รับรู้ผ่านภาพข่าวจะเห็นถึงประวัติศาสตร์อันยาวนานของไทย และสถาบันพระมหากษัตริย์ในฐานะ "ทุนเชิงสัญลักษณ์" ดังนั้น การเสด็จเยือนจีนครั้งนี้ จึงเป็นเหมือนการเดินเกมทางการทูตเชิงรุกที่มีคุณค่ายิ่ง