โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หาก Bitkub อยากทะยานสู่ IPO ไทย-ฮ่องกง ต้องเคลียร์แฟ้มคดี-ธงแดง ก.ล.ต. ให้ไม่เหลือเงา แปลงภาพลักษณ์จาก “เว็บเทรดคริปโต” สุดฮอต เป็น “สถาบันโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล”

THE STATES TIMES

อัพเดต 01 ธ.ค. 2568 เวลา 08.24 น. • เผยแพร่ 01 ธ.ค. 2568 เวลา 09.00 น. • THE STATES TIMES TEAM

Bitkub เคยประกาศชัดในจดหมายผู้ถือหุ้นปี 2024 ว่า… “เราอยู่ในเส้นทางที่จะเป็นบริษัทเทคไทยแท้รายแรกที่เข้าตลาดหลักทรัพย์ไทย… Bitkub Exchange will be a public company by the end of 2025.”

แต่ปลายปี 2025 ข่าวเริ่มเปลี่ยนโทน มีรายงานว่า Bitkub กำลังพิจารณาเลื่อนเป้าไปมอง IPO ที่ฮ่องกง วงเงินราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐ ภายในปี 2026 แทนการลิสต์ในไทยเพียว ๆ ส่วนหนึ่งเพราะตลาดหุ้นไทยซบเซา ดัชนี SET ติดลบทั้งปี และเม็ดเงินต่างชาติไหลออกต่อเนื่อง

ไม่ว่าท้ายที่สุด Bitkub จะ “เข้าตลาด” ที่ไหน SET ในไทย, HKEX ที่ฮ่องกง หรือทั้งสองแห่ง สิ่งที่เลี่ยงไม่ได้คือ “ด่านอุปสรรค” ที่ต้องเคลียร์ให้จบก่อนเคาะ IPO

TST BIZ สรุปเป็น 5 โจทย์ใหญ่ที่ Bitkub ต้องผ่าฟันให้ได้ ถ้าอยากยืนในตลาดหลักทรัพย์ในฐานะ “สถาบันการเงินดิจิทัล” ไม่ใช่แค่เว็บเทรดคริปโตของคนรุ่นใหม่

1. เคลียร์แฟ้มคดี-คำสั่ง ก.ล.ต. ให้กลายเป็นบทเรียน ไม่ใช่เงื่อนไขค้างคา

ตลอด 2-3 ปีที่ผ่านมา Bitkub ถูกจับตาอย่างหนักจากฝั่งกำกับดูแล ตัวอย่างเคสสำคัญที่ “ติดประวัติ” อยู่ในระบบของ ก.ล.ต. และเป็นจุดที่นักลงทุนสถาบันต้องถามเสมอว่า “ตอนนี้แก้เกมอย่างไรแล้วบ้าง” คือ…

1.1 กรณี KUB Coin และคณะกรรมการคัดเลือก

ปี 2565 คณะกรรมการเปรียบเทียบปรับมีคำสั่งให้ Bitkub Online และคณะกรรมการคัดเลือกสินทรัพย์ดิจิทัล ชำระค่าปรับในคดีการนำ KUB Coin เข้าซื้อขายบนแพลตฟอร์ม เนื่องจากไม่ปฏิบัติตามหลักเกณฑ์และกระบวนการที่กำหนดในการคัดเลือกโทเคนอย่างเหมาะสม

แม้บริษัทจะชำระค่าปรับและออกประกาศชี้แจง แต่ในมุม “ตลาดทุน” นี่คือสัญญาณว่าระบบการคัดเลือกสินทรัพย์-การกำกับภายในยังต้องยกระดับอีกหลายขั้นก่อนจะเป็นบริษัทจดทะเบียนได้อย่างสบายใจ

1.2 Insider trading ของผู้บริหารระดับ CTO

ก.ล.ต. เคยมีคำสั่งลงโทษอดีต Chief Technology Officer (CTO) ของ Bitkub จากกรณี “ใช้ข้อมูลภายในซื้อขาย KUB” ในช่วงที่มีการเจรจาดีลขายหุ้นให้กลุ่ม SCBX โดยมีโทษปรับ และห้ามดำรงตำแหน่งผู้บริหารในธุรกิจสินทรัพย์ดิจิทัลช่วงเวลาหนึ่ง

เคสลักษณะนี้เป็น “ธงแดง” ในสายตานักลงทุนสถาบัน เพราะสะท้อนวัฒนธรรมองค์กรและการควบคุมการใช้ข้อมูลภายใน (Insider Information Control) ยังไม่แข็งแรงพอ

1.3 คดี Volume เทียม-การดูแลทรัพย์สินลูกค้า

- มีกรณีที่ ก.ล.ต. ใช้มาตรการลงโทษทางแพ่งกับ Bitkub Online กรณีสร้างราคาหรือสร้างปริมาณซื้อขายเทียมในตลาดสินทรัพย์ดิจิทัลบางรายการ

- มีกรณี “ไม่เก็บทรัพย์สินดิจิทัลของลูกค้าตามเกณฑ์ที่กำหนด” เป็นจำนวนวันหนึ่ง จึงถูกบันทึกเป็นอีกหนึ่งคดีบังคับใช้ทางกฎหมาย

ในเชิงภาพลักษณ์ สิ่งเหล่านี้สะสมเป็น “คำถามใหญ่” ว่า…

ระบบกำกับภายใน (internal control), การแยกทรัพย์สินลูกค้า, การจัดการความเสี่ยง ดีกว่ามาตรฐานขั้นต่ำของ ก.ล.ต. แล้วหรือยัง และดีกว่าคู่แข่งในต่างประเทศหรือไม่

2. บาดแผลดีล SCBX: สะท้อนว่า “เรื่องกับ ก.ล.ต.” ยังเป็นจุดอ่อนไม่จบ

ดีลที่เคยถูกพูดถึงอย่างมากในตลาดไทยคือ การที่ SCB X (SCBX) จะเข้าซื้อหุ้น 51% ใน Bitkub Online มูลค่าประมาณ 17,850 ล้านบาท ซึ่งจะทำให้ Bitkub กลายเป็นส่วนหนึ่งของกลุ่มสถาบันการเงินใหญ่สุดของประเทศ แต่ในเดือนสิงหาคม 2565 ทั้งสองฝ่ายประกาศยุติธุรกรรม โดย SCBX ระบุชัดว่า ระหว่างการทำ Due Diligence พบว่า Bitkub “ยังอยู่ระหว่างแก้ไขประเด็นตามข้อเสนอแนะและคำสั่งของสำนักงาน ก.ล.ต. ที่ไม่แน่ชัดเรื่องระยะเวลาการแก้ไข” จึงตกลงยุติดีลร่วมกัน

สำหรับตลาดทุน เรื่องนี้ตีความได้ 2 ชั้นคือ

1) Bitkub มีศักยภาพและโอกาส - ถึงขนาดธนาคารใหญ่สนใจลงทุน

2) แต่ประเด็นด้านกำกับดูแล (Regulatory & Compliance) ยังไม่ “เคลียร์” พอ สำหรับผู้เล่นระดับธนาคารพาณิชย์

ก่อน IPO ไม่ว่าที่ไทยหรือฮ่องกง Bitkub จึงต้องแสดงให้เห็นว่า…
- ประเด็นที่ ก.ล.ต. เคยสั่งให้แก้ไข ปิดจบแล้วอย่างไร
- โครงสร้าง compliance, risk, internal audit และการทำงานกับหน่วยงานรัฐ ยกระดับจากยุคก่อนดีล SCBX ขนาดไหน

3. พิสูจน์ให้ได้ว่า “กำไร-รายได้” ไม่ได้พึ่งแต่รอบกระทิงคริปโต

จดหมายผู้ถือหุ้นของ Bitkub ระบุเองว่า กลยุทธ์ตลอด 2020-2024 คือเดินจากยุค “Wartime-Blitzscaling-Peacetime” สร้างโมเดลธุรกิจและกำไร ขยายองค์กร แล้วค่อยหันมาเน้นความยั่งยืนในระยะยาว

แต่ความท้าทายของธุรกิจเทรดสินทรัพย์ดิจิทัลคือ

- รายได้ส่วนใหญ่ยังมาจาก ค่าธรรมเนียมซื้อขาย (trading fee)

- Volume ผูกกับ วัฏจักรราคา Bitcoin / ตลาดคริปโตโลก สูงมาก

- หลังเคส Terra-FTX-Celsius ทั่วโลกจับตาเรื่องความเสี่ยงระบบและความโปร่งใสเพิ่มขึ้นอย่างหนัก

แม้ Bitkub จะพยายามขยาย S-curve ใหม่ ๆ ทั้ง…
- ICO portal
- Bitkub Chain, NFT, Loyalty Point, Web3, Masterclass, Bitkub Summit, AI Solution ฯลฯ

แต่ในมุมของนักลงทุนตลาดหลักทรัพย์ โจทย์คือ…
1) งบกำไร-ขาดทุนใน 3-5 ปีข้างหน้า เสถียร แค่ไหนถ้า Crypto winter กลับมาอีก
2) สัดส่วนรายได้จาก “บริการที่ไม่ผูกกับราคาคริปโตโดยตรง” โตขึ้นจริงหรือยัง

ถ้า Bitkub อยากได้ valuation แบบ “บริษัทเทค-โครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล” ไม่ใช่แค่ “โบรกเกอร์ฟีผันผวนตามราคาเหรียญ” ประเด็นนี้ต้องตอบให้ชัดมากก่อน IPO

4. เลือกสนามให้เหมาะ: ตลาดหุ้นไทยที่ซบเซา vs ฮ่องกงที่อยากเป็น Digital-Asset Hub

ตอนแรก Bitkub พูดชัดว่าตั้งเป้าเข้าตลาดหลักทรัพย์ไทยภายในสิ้นปี 2025 และยืนยันว่าผ่านเกณฑ์ IFRS, profit test, market cap test แล้วในเชิงหลักการ แต่ปี 2025 กลายเป็นปีที่ ตลาดหุ้นไทย underperform หนัก

- SET ดัชนีร่วงแตะจุดต่ำสุดในรอบหลายปี
- บริษัทไทยที่เข้าตลาดใหม่ได้ valuation ไม่หวือหวา
- นักลงทุนต่างชาติขายสุทธิอย่างต่อเนื่องทั้งปี

ในขณะที่ฮ่องกงกำลัง “เร่งสร้างภาพ” ว่าเป็น ศูนย์กลางสินทรัพย์ดิจิทัลในเอเชีย และเปิดกว้างต่อธุรกิจคริปโตมากกว่าหลายตลาด ทำให้มีข่าวว่า Bitkub กำลังพิจารณา IPO ที่ฮ่องกง วงเงินราว 200 ล้านดอลลาร์สหรัฐภายในปี 2026 แทน หรือควบคู่กับไทย

แปลว่าก่อนเข้าตลาดหลักทรัพย์ Bitkub ต้องตอบโจทย์ 3 เรื่องนี้ให้ตัวเองและผู้ถือหุ้นได้ก่อน…

1) ลิสต์ที่ไหนได้ “มูลค่าเหมาะสม” ที่สุด - valuation, demand, liquidity

2) กติกาดิจิทัลแอสเส็ตของแต่ละตลาด (ไทย vs ฮ่องกง) ตรงกับโมเดลธุรกิจและความเสี่ยงที่บริษัทรับได้มากกว่ากัน

3) ในระยะยาว Bitkub อยากถูกมองเป็น
- “Tech จากไทยที่เติบโตในระดับภูมิภาค” หรือ
- “Exchange ไทยที่ใหญ่สุดเฉพาะในประเทศ”

คำตอบตรงนี้จะกำหนดทั้งโครงสร้างกลุ่มบริษัท การย้ายสำนักงานใหญ่บางส่วน การตั้งบอร์ด และการวางเกมระดมทุนรอบต่อ ๆ ไป

5. จากเว็บเทรดสู่ “สถาบัน” - เกมภาพลักษณ์และธรรมาภิบาลรอบใหม่

Bitkub ใช้เวลาหลายปีสร้างชื่อในฐานะ
- เว็บเทรดคริปโตอันดับต้น ๆ ของไทย
- เคยถูกพูดถึงในฐานะยูนิคอร์นดิจิทัลของไทย
- ได้รางวัลบริษัทน่าทำงานด้วย / ด้าน Digital Excellence / Customer Experience / Contact Center อีกจำนวนมากในปี 2023-2024

ฝั่งผลิตภัณฑ์ก็ออก Proof of Reserve, ฟีเจอร์ด้านความปลอดภัย (Passkey, NFC verification), บริการลูกค้า 24/7 ฯลฯ เพื่อสร้างความเชื่อมั่นเชิงเทคนิคมากขึ้น แต่การจะ “เข้าตลาดหลักทรัพย์” โดยเฉพาะในฐานะธุรกิจการเงิน-เทคโนโลยี สิ่งที่นักลงทุนมองหาเพิ่มจากเดิมคือ…

- โครงสร้างบอร์ดที่มี กรรมการอิสระแข็งแรง
- คณะกรรมการตรวจสอบ-บริหารความเสี่ยง-บรรษัทภิบาล ที่ทำงานจริงจัง
- นโยบาย ESG, การจัดการข้อมูลลูกค้า, Cybersecurity, Data Privacy ที่เทียบชั้นสถาบันการเงิน
- การสื่อสารกับสาธารณะที่บาลานซ์ดีระหว่าง “สตอรีแรง” กับ “ตัวเลขและความเสี่ยงจริง”

พูดง่าย ๆ คือ Bitkub ต้อง “รีแบรนด์ภาพในหัวนักลงทุน” จาก เว็บเทรดคริปโต-สตาร์ตอัปที่สตอรีแรง
ให้กลายเป็นสถาบันโครงสร้างพื้นฐานการเงินดิจิทัล ที่มีธรรมาภิบาลและระบบควบคุมความเสี่ยงระดับบริษัทจดทะเบียน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...