โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

“ดาวโจนส์” ปิดเด้ง 74.80 จุด รับความหวังทางออก “ชัตดาวน์” เริ่มคืบหน้า

ข่าวหุ้นธุรกิจ

อัพเดต 08 พ.ย. 2568 เวลา 02.18 น. • เผยแพร่ 08 พ.ย. 2568 เวลา 02.18 น. • ข่าวหุ้นธุรกิจออนไลน์

ผู้สื่อข่าวรายงานวันนี้ (8 พ.ย.68) ดัชนีดาวโจนส์ และ S&P 500 ที่ตลาดหุ้นนิวยอร์กปิดบวกเล็กน้อยในวันศุกร์ (7 พ.ย.) ขณะที่ดัชนี Nasdaq ปิดลดลง หลังการซื้อขายที่เป็นไปอย่างผันผวนในสัปดาห์นี้ ท่ามกลางความกังวลเกี่ยวกับภาวะเศรษฐกิจ, การปิดทำการของรัฐบาลกลางสหรัฐฯ ที่ยาวนานที่สุดเป็นประวัติการณ์ และการประเมินมูลค่าหุ้นเทคโนโลยีที่สูงลิ่วซึ่งกดดันความเชื่อมั่นในการลงทุน

ทั้งนี้ ดัชนีเฉลี่ยอุตสาหกรรมดาวโจนส์ปิดที่ 46,987.10 จุด เพิ่มขึ้น 74.80 จุด หรือ +0.16%, ดัชนี S&P500 ปิดที่ 6,728.80 จุด เพิ่มขึ้น 8.48 จุด หรือ +0.13% และดัชนี Nasdaq ปิดที่ 23,004.54 จุด ลดลง 49.45 จุด หรือ -0.21%

สำหรับดัชนีหุ้นหลักทั้งสามตัวเคลื่อนไหวในแดนลบเกือบตลอดทั้งวัน แต่ฟื้นตัวในช่วงท้ายตลาด โดยดัชนี S&P500 และดัชนีดาวโจนส์พลิกกลับมาปิดในแดนบวกได้ หลังมีรายงานความคืบหน้าเกี่ยวกับการหาทางออกจากทางตันในสภาคองเกรส ซึ่งเป็นสาเหตุของการปิดหน่วยงานรัฐบาลกลางที่ยาวนานที่สุดในประวัติศาสตร์สหรัฐฯ

อย่างไรก็ตาม นักวิเคราะห์กล่าวว่า แม้ดัชนี S&P500 และดัชนีดาวโจนส์ปิดบวกในวันศุกร์ แต่เมื่อเทียบกับสัปดาห์ก่อนหน้านี้แล้ว ทั้งหมดยังคงปรับตัวลง โดยดัชนี Nasdaq ร่วงลงรายสัปดาห์มากที่สุดนับตั้งแต่ปลายเดือนมี.ค.ถึงต้นเม.ย. จากความกังวลเกี่ยวกับการประเมินมูลค่าที่สูงเกินจริงของหุ้นที่เกี่ยวข้องกับปัญญาประดิษฐ์ (AI) ซึ่งเป็นแรงขับเคลื่อนหลักของตลาดในช่วงหลายเดือนที่ผ่านมา

ความกังวลเกี่ยวกับการปิดหน่วยงานรัฐบาลยังสะท้อนในผลสำรวจความเชื่อมั่นผู้บริโภคเบื้องต้นของมหาวิทยาลัยมิชิแกนประจำเดือนพ.ย. ซึ่งลดลงแตะระดับต่ำสุดในรอบกว่า 3 ปี โดยผู้ตอบแบบสอบถามประเมินภาวะเศรษฐกิจปัจจุบันในแง่ลบมากที่สุดเท่าที่เคยมีมา ความเชื่อมั่นโดยรวมลดลง 29.9% นับตั้งแต่เดือนพ.ย. 2567 ซึ่งเป็นช่วงที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ผู้นำสหรัฐฯ ชนะการเลือกตั้งสมัยที่สอง

การปิดหน่วยงานรัฐบาลยังส่งผลให้ขาดข้อมูลเศรษฐกิจทางการ ซึ่งจะทำให้ธนาคารกลางสหรัฐฯ (เฟด) ดำเนินภารกิจในการรักษาการจ้างงานอย่างเต็มที่และเสถียรภาพด้านราคาได้ยากขึ้น

บรรดาบริษัทที่อยู่ในดัชนี S&P500 มีจำนวน 446 บริษัทที่รายงานผลประกอบการไตรมาส 3 ออกมาแล้ว โดย 83% ทำกำไรได้ดีกว่าที่คาดการณ์ไว้ ตามข้อมูลจาก LSEG

นักวิเคราะห์คาดว่า กำไรของบริษัทใน S&P500 จะเติบโต 16.8% เมื่อเทียบรายปีในช่วงเดือนก.ค.-ก.ย. ซึ่งเพิ่มขึ้นอย่างมากจากอัตราเติบโต 8.0% ในปีก่อนหน้า

สำหรับความเคลื่อนไหวของหุ้นรายตัวนั้น หุ้น Microchip Technology ร่วง 5.2% หลังคาดการณ์ยอดขายรายไตรมาสต่ำกว่าที่ประเมินไว้

ผู้ถือหุ้นของ Tesla อนุมัติแพ็กเกจค่าตอบแทนผู้บริหารสูงสุดในประวัติศาสตร์ให้กับ อีลอน มัสก์ ซีอีโอของบริษัท อย่างไรก็ตาม หุ้นของผู้ผลิตรถยนต์ไฟฟ้ารายนี้ร่วงลง 3.7%

หุ้น Expedia พุ่งขึ้น 17.6% หลังจากแพลตฟอร์มท่องเที่ยวรายงานยอดจองแข็งแกร่งจากธุรกิจแบบ B2B

หุ้น Block ร่วง 7.7% หลังเปิดเผยผลกำไรไตรมาส 3 ต่ำกว่าคาด ส่วนหุ้น Take-Two Interactive ร่วง 8.1% หลังจากบริษัทประกาศเลื่อนเปิดตัวเกมยอดนิยม Grand Theft Auto VI ไปเป็นเดือนพ.ย. 2569

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...