โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทั่วไป

จีนบูรณะ ‘วัดแบบทิเบต’ เก่าแก่ 300 ปี ด้วยเทคโนโลยีสมัยใหม่

Xinhua

เผยแพร่ 23 มี.ค. 2565 เวลา 03.52 น.
(แฟ้มภาพซินหัว : ประชาชนกราบไหว้ในวัดลาบรัง วันที่ 4 มี.ค. 2022)

หลานโจว, 22 มี.ค. (ซินหัว) -- วัดลาบรัง (Labrang Monastery) หรือที่รู้จักกันในชื่อ "สถาบันทิเบตศาสตร์แห่งโลก" ได้เริ่มดำเนินโครงการบูรณะซ่อมแซมแบบกึ่งปิดครั้งใหญ่ตั้งแต่ปี 2012 และยกระดับการปกป้องโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมด้วยวิธีการที่ทันสมัย ทำให้จนถึงขณะนี้งานซ่อมแซมหลักของอุโบสถ 14 แห่ง อันรวมถึงอุโบสถเซี่ยปู่ตันและอุโบสถพระศรีอริยเมตไตรย เสร็จสิ้นลงแล้ว และอยู่ระหว่างรอตรวจรับโดยหน่วยงานบริหารโบราณวัตถุทางวัฒนธรรมแห่งชาติ ขณะที่ภาพวาดสีน้ำมันและภาพจิตรกรรมฝาผนังภายในสิ่งปลูกสร้างบางแห่งกำลังอยู่ระหว่างการซ่อมแซม

โจวหัวต้าวจี๋ หัวหน้าโครงการฯ จากสำนักวัฒนธรรมและการท่องเที่ยวอำเภอเซี่ยเหอ เผยว่าโครงการดังกล่าวถือเป็นโครงการบูรณะซ่อมแซมขนาดใหญ่ครั้งแรกของวัดในรอบกว่า 300 ปี ด้วยเงินลงทุนรวมกว่า 400 ล้านหยวน (ราว 2.1 พันล้านบาท) โดยแบ่งเป็น 3 ส่วน ได้แก่ การคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรม การปรับปรุงโครงสร้างพื้นฐาน และการก่อสร้างสิ่งอำนวยความสะดวกเพื่อการท่องเที่ยว

โจวกล่าวว่าการซ่อมแซมยึดหลักบูรณะของเก่าให้คงสภาพเดิม โดยรักษาไว้ซึ่งลักษณะพิเศษของสถาปัตยกรรมทิเบตแบบดั้งเดิม ทั้งยังมีการประยุกต์ใช้วิธีการที่ทันสมัยในการซ่อมแซมโบราณวัตถุทางวัฒนธรรม การปรับปรุงระบบไฟฟ้า การป้องกันอัคคีภัย และระบบรักษาความปลอดภัยอื่นๆ

การปกป้องตำราโบราณยังถือเป็นส่วนสำคัญของการคุ้มครองมรดกทางวัฒนธรรมของวัดลาบรัง เนื่องจากหอพระไตรปิฎกของวัดเป็นแหล่งเก็บรักษาตำราโบราณหายากกว่า 68,000 เล่ม โดยเป็นเอกสารมากกว่า 10 ประเภท อาทิ ปรัชญา พุทธศาสนานิกายวัชรยาน ตำรายา ดาราศาสตร์ และประวัติศาสตร์ ตลอดจนคัมภีร์และหนังสือหายากอีกหลายเล่มที่เขียนด้วยน้ำแป้งล้ำค่า เช่น น้ำทองคำ น้ำเงิน ปะการัง และไข่มุก จนหอพระไตรปิฎกแห่งนี้ได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งอนุรักษ์ตำราโบราณแห่งชาติในปี 2009

มีการติดตั้งด้วยถังดับเพลิงทรงกลม เครื่องตรวจจับควันไฟ สัญญาณเตือนภัย และอุปกรณ์ป้องกันอัคคีภัยอื่นๆ ในหอพระไตรปิฎก คัมภีร์และตำราถูกจัดเรียงบนชั้นหนังสือตามประเภทอย่างเป็นระเบียบ โดยสั่วหนานมู่ สมาชิกคณะกรรมการจัดการมรดกทางวัฒนธรรมของวัด กล่าวว่าเหล่าพระสงฆ์ได้ผลัดเปลี่ยนเวรกันเข้ามาจัดเรียงพระคัมภีร์และตำราเหล่านี้อย่างสม่ำเสมอ

"การบูรณะซ่อมแซมวัดลาบรังไม่เพียงช่วยปกป้องมรดกทางวัฒนธรรมในวัดเท่านั้น แต่ยังยกระดับการก่อสร้างโครงสร้างพื้นฐานต่างๆ ทำให้วัดเก่าแก่แห่งนี้กลับมาดูใหม่เอี่ยมอีกครั้ง เพื่อจะได้ให้บริการนักท่องเที่ยวได้ดียิ่งขึ้น" สั่วเสริม

ทั้งนี้ วัดลาบรัง ซึ่งตั้งอยู่ในอำเภอเซี่ยเหอ แคว้นปกครองตนเองกานหนาน กลุ่มชาติพันธุ์ทิเบต มณฑลกานซู่ทางตะวันตกเฉียงเหนือของจีน เริ่มก่อสร้างในปี 1709 และถูกจัดให้เป็นหนึ่งในวัดขนาดใหญ่ที่สุดของพุทธศาสนาทิเบตนิกายเกลุก (Gelug) ก่อนจะได้รับการขึ้นทะเบียนเป็นแหล่งอนุรักษ์มรดกทางวัฒนธรรมที่สำคัญระดับชาติในปี 1982

(แฟ้มภาพซินหัว : ภาพวาดทังกาในวัดลาบรัง วันที่ 4 มี.ค. 2022)
(แฟ้มภาพซินหัว : สิ่งปลูกสร้างในวัดลาบรัง วันที่ 4 มี.ค. 2022)
(แฟ้มภาพซินหัว : สิ่งปลูกสร้างในวัดลาบรัง วันที่ 4 มี.ค. 2022)
(แฟ้มภาพซินหัว : บรรยากาศภายในวัดลาบรัง วันที่ 4 มี.ค. 2022)
  • ggsfshc007001_20220322_cbvsn0a001_2186k_l-mp4
ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...