โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

รู้จัก​ 'เครื่องบินวันสิ้นโลก'​ ศูนย์บัญชาการลอยฟ้าของสหรัฐฯ พร้อมทะยาน​ หากเกิดสงครามนิวเคลียร์

THE STATES TIMES

อัพเดต 26 มี.ค. 2565 เวลา 04.46 น. • เผยแพร่ 26 มี.ค. 2565 เวลา 04.47 น. • Hard News Team

ท่ามกลางคำขู่ของรัสเซียว่าหากนาโตเข้ามาแทรกแซง​ 'สงครามรัสเซีย-ยูเครน'​ อาจเกิดสงครามนิวเคลียร์ ส่วนปูตินก็สั่งให้กองกำลังนิวเคลียร์เตรียมพร้อมเต็มอัตรา ก็มีผู้พบเห็น เครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch หรือเครื่องบินวันสิ้นโลก (Doomsday Plane) ของสหรัฐฯ​ บินป้วนเปี้ยนแถวอังกฤษ

จากข้อมูลของ FlightRadar24 พบว่า หลังจากเทกออฟจากสหรัฐฯ​ แยกต่างหากจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ส่งไบเดนไปร่วมประชุมกับพันธมิตรในยุโรป เครื่องบินวันสิ้นโลกบินผ่านมหาสมุทรแอตแลนติกทางตอนใต้ของไอร์แลนด์ ก่อนจะบินวนอยู่ทางตอนเหนือของเมืองเคมบริดจ์ ประเทศอังกฤษ และคาดว่าจะมุ่งหน้าสู่ RAF Mildenhall ซึ่งเป็นสถานีกองทัพอากาศของอังกฤษ แต่ทำหน้าที่สนับสนุนการปฏิบัติการของกองทัพอากาศสหรัฐฯ (USAF) เป็นหลัก

ที่เครื่องบินลำนี้มีชื่อน่ากลัวว่า 'เครื่องบินวันสิ้นโลก'​ ก็เพราะมันถูกสร้างขึ้นมาเพื่อให้ใช้งานในวันที่เกิดสงครามนิวเคลียร์หรือเหตุไม่คาดฝันอื่นๆ ขึ้นจนศูนย์บัญชาการภาคพื้นดินของสหรัฐถูกฯ​ ทำลายหมดไม่ต่างจากวันสิ้นโลก

ด้วยเหตุนี้เครื่องบินวันสิ้นโลกจึงมีนิกเนมว่า 'เพนตากอนลอยฟ้า'​ ที่จะทำหน้าที่เป็นศูนย์บัญชาการลอยฟ้าเพื่อให้การทำงานของคณะรัฐบาล ประธานธิบดี, รัฐมนตรีกระทรวงกลาโหม, เจ้าหน้าที่ระดับสูง และประธานเสนาธิการทหารร่วมยังคงดำเนินต่อไปได้

เครื่องบินวันสิ้นโลกถูกสร้างขึ้นตั้งแต่ยุคสงครามเย็น โดยได้รับการออกแบบให้ทนต่อคลื่นแม่เหล็กไฟฟ้าจากแรงระเบิดของนิวเคลียร์ มีรายงานว่าหน้าต่างของเครื่องบินโบอิง 747 E4-B Nightwatch ลำนี้มีลวดตะแกรงติดอยู่เพื่อเสริมความแข็งแกร่งไม่ให้แตก ส่วนอุปกรณ์และระบบสายไฟก็ถูกทำให้แข็งแรง และยังมีระบบป้องกันความร้อนและนิวเคลียร์ในกรณีที่เกิดการระเบิด

ภายในตัวเครื่องแบ่งออกเป็น 3 ส่วน จุคนได้มากถึง 112 คน มีห้องนอน 18 ห้อง ห้องน้ำ 6 ห้อง ห้องบรรยายสรุป 1 ห้อง ห้องประชุม พื้นที่สำหรับทำงาน และส่วนของเจ้าหน้าที่ระดับสูง

เครื่องบินลำนี้สามารถบินได้นานถึง 12 ชั่วโมงโดยไม่ต้องหยุดพัก และด้วยความที่สามารถเติมน้ำมันได้กลางอากาศจึงทำให้อยู่บนน่านฟ้าได้นานหลายวัน โดยสถิติล่าสุดอยู่ที่ 35.4 ชั่วโมง

จุดที่แตกต่างจากเครื่องบินแอร์ฟอร์ซวันที่ตกแต่งอย่างหรูหราเน้นความสบายคือ การตกแต่งเครื่องบินลำนี้เน้นฟังก์ชั่นการใช้งานเป็นหลัก โดยจะติดตั้งอุปกรณ์แบบอะนาล็อกแทนที่จะเป็นเครื่องมือดิจิทัลทันสมัย เพื่อให้เครื่องบินสามารถทำงานต่อไปได้หากถูกพลังแม่เหล็กไฟฟ้าจากระเบิดนิวเคลียร์รบกวน ทั้งยังเสี่ยงต่อการถูกโจมตีทางไซเบอร์น้อยกว่า

ส่วนหัวของเครื่องบินมีส่วนที่นูนขึ้นมาเรียกว่า 'Ray dome'​ ที่บรรจุจานดาวเทียมหลายสิบจานและเสาอากาศสำหรับติดต่อสื่อสารกับเรือ, เรือดำน้ำ และอากาศยานของสหรัฐฯ​ ได้ทุกที่ทั่วโลก

สื่อท้องถิ่นของอังกฤษคาดว่าเครื่องบิน 747 E4-B Nightwatch ลำนี้ ซึ่งดัดแปลงมาจากเครื่องบินโบอิง 747-200B มีมูลค่าราว 180 ล้านยูโร หรือราว 6,650 ล้านบาท

นอกจากนี้ ฝูงบินเครื่องบินวันสิ้นโลกของสหรัฐฯ​​ยังมีหลายลำ โดยอย่างน้อย 1 ลำต้องเตรียมพร้อมขึ้นบินตลอดเวลา อาทิ โบอิง E-6 Mercury เป็นฐานบัญชาการทางอากาศและถ่ายทอดการสื่อสารโดยใช้เครื่องโบอิง 707-320 โดยเครื่องรุ่น E-6A เข้าประจำการในกองทัพเรือสหรัฐฯ​ เมื่อเดือน ก.ค. 1989 แทนที่ EC-130Q

ขณะนี้ได้รับการโมดิฟายเป็นรุ่น E-6B เข้าประจำการเมื่อเดือน ต.ค. 1998 สามารถควบคุมขีปนาวุธข้ามทวีป Minuteman ด้วยระบบควบคุมการยิงขีปนาวุธทางอากาศ

และ Northrop Grumman E-10 MC2A ที่สร้างจากเครื่องบินพาณิชย์โบอิง 767-400ER

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...