โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

เปิดข้อกฎหมายชัดๆ ศึกชิงมรดก เงิน น้องแพน 4.8 ล้าน เป็นของใคร หลังพ่อแท้ๆ ขอเป็นผู้จัดการมรดก

Khaosod

อัพเดต 07 พ.ค. 2568 เวลา 11.19 น. • เผยแพร่ 07 พ.ค. 2568 เวลา 11.19 น.
เปิดข้อกฎหมายชัดๆ ศึกชิงมรดก เงิน น้องแพน 4.8 ล้าน เป็นของใคร หลังพ่อแท้ๆ ขอเป็นผู้จัดการมรดก ประกาศจะไม่ให้เงินใครทั้งนั้น

เปิดข้อกฎหมายชัดๆ ศึกชิงมรดก เงิน น้องแพน 4.8 ล้าน เป็นของใคร หลังพ่อแท้ๆ ขอเป็นผู้จัดการมรดก ประกาศจะไม่ให้เงินใครทั้งนั้น

กรณีศึกชิงมรดก “แพน” สาวป่วยมะเร็ง ได้เงินบริจาค 7 ล้าน หลังเสียชีวิต เงินเหลือติดบัญชี 4.8 ล้าน รวมทั้งมีรถกระบะ 1 คัน รถเก๋งอีก 1 คัน มีการจัดสรรปันส่วนเงิน แบ่งให้ยายและน้าตามพินัยกรรม คนละ 1.2 ล้าน และ 1.5 ล้านตามลำดับ ที่เหลือแบ่งให้พ่อแท้ๆ เป็นเงิน 1.1 ล้าน ให้น้องชายแพน 5 แสน แต่สุดท้ายพ่อกลับไม่พอใจ ร้องศาลจะขอเป็นผู้จัดการมรดกเอง ประกาศจะไม่ให้เงินใครทั้งนั้น

เมื่อวันที่ 7 พฤษภาคม ในรายการโหนกระแส ดำเนินรายการโดย “หนุ่ม กรรชัย กำเนิดพลอย” ได้สัมภาษณ์ ยายแจ๋ว ยายน้องแพน, สมจิตร – นวลจันทร์ น้าสาว, ดิเรก วิเชียรเจริญ ผู้ใหญ่บ้าน, แมน สะพานบุญ ประสานเรื่องนี้, ทนายแก้ว ดร.มนต์ชัย จงไกรรัตนกุล

ยายมีลูกกี่คน?
ยายแจ๋ว : 4 คน เหลือ 3 แพนเป็นหลาน อายุ 32

เรื่องราวเกิดอะไรขึ้น น้องแพนมีอาการป่วยมาก่อนมั้ย?
ยายแจ๋ว : มีปวดหัว เจ็บท้องบ้าง สารพัด เป็นตอนอายุ 14 เริ่มมีอาการปวดหัว จับไข้ ไปหาหมอ หมอก็ยังไม่บอก สุดท้ายหมอบอกว่าเป็นโรคไต อยู่ๆ ก็เป็นหลายอย่าง เบาหวาน ความดัน และสุดท้ายมะเร็งในช่องปาก

น้องเป็นมะเร็งช่องปากได้ยังไง?
นวลจันทร์ : อยู่ดีๆ ที่แก้มเขามีเนื้อบวมออกมา เขาเลยไปหาหมอ ตอนแรกเขาคิดไปเองว่าเป็นฝี มันบวมเหมือนโดนตัวอะไรต่อย หมอได้บอกว่าเริ่มเป็นมะเร็งระยะแรก ตอนนั้นไม่มีเงิน ก็เลยแค่กินยาอย่างเดียว แต่พอตรวจอีกที มันลุกลามจนหมอทำอะไรไม่ได้

หมอวินิจฉัยว่าเป็นมะเร็งที่ช่องปาก ทำไมอยู่ดีๆ มีคนมาบริจาค?
นวลจันทร์ : น้องแพนเขาทำคลิปกินข้าว ไม่ได้ตั้งใจว่ามันจะดังขนาดนี้ ทำกันเล่นๆ กินข้าวแล้วมีคนมาคอมเมนต์ พี่แมนเขาก็ช่วยด้วย

แมน : เบื้องต้นน้องแพนป่วย ที่รู้จักครั้งแรกน้องแพนติดต่อมา เหมือนอยากให้ช่วยเรื่องข้าวสารอาหารแห้ง แพมเพิส น้องแพนไม่เหมือนคนอื่น เขาป่วยเป็นมะเร็ง พยายามเอาคลิปเขาที่พยายามพูดโดยที่เขาไม่มีเสียง เขาพูดในเฟซบุ๊กของเขาว่าอยากได้เงินคนละ 5 บาท 10 บาท หนูอยากไปรักษา อยากไปหาหมอ ทีนี้เขาต้องเดินทางไปรพ.รามาฯ ไม่มีรถ ไม่มีค่าใช้จ่ายไปรักษา เขาอยากได้เงินสัก 2 หมื่น พวกผมก็เป็นกลุ่มเล็กๆ ที่จังหวัดระยอง ก็เอาคลิปนี้มาเผยแพร่ ได้เงินมา 4 หมื่นบาท พอได้ถึงน้องแพน น้องแพนก็พยายามไปรักษาตามที่เขาตั้งใจไว้ ทีนี้หมอวิเคราะห์ว่าถ้ารักษาเลย โอกาสเสียชีวิตตรงนั้นเลยมันมีมาก เขาเลยเลือกไม่รักษาให้แพน เขาเลยต้องอยู่แบบนั้น เงิน 4 หมื่นก็ถูกใช้ไปเรื่อยๆ จนมันหมด เราก็ไม่ได้ใส่ใจตรงนั้น ช่วยแล้วก็ช่วยกัน วันไหนว่างๆ ก็พาทีมงานสะพานบุญไปเยี่ยม พาทนายไพศาลไปเยี่ยม เจจินตัยไปเยี่ยม

วันนึงเราเห็นน้องแพนโพสต์คลิปอีก น้องแพนนอนกินข้าวบนเก้าอี้ นอนถือกระจกกินข้าว เวลานั้นน้องแพนไม่มีใคร มีแค่น้ากับยาย น้าเลยถ่ายคลิปไว้ เพื่อให้แพนไปลงเฟซ ตอนนั้นขอวัดกินข้าวแล้วนะ จากที่มีเงิน 4 หมื่น แพนต้องไปขอข้าววัดมากิน เริ่มไม่มีเงิน ผมได้ขอคลิปนี้จากน้องแพนมาลงที่เฟซผม ผมก็ไปลงในติ๊กต๊อกผม ลงไปกลางคืนผมก็นอน เช้ามาเต็มไปหมดเลย คนเขาเห็นแล้วเข้ามาคอมเมนต์เต็มไปหมดเลย มันเลยกลายเป็นกระแส มีคนทักเข้ามาขอเลขบัญชี ผมเลยทักไปหาแพนขอเลขที่บัญชีหน่อย มีคนจะร่วมบริจาค ผมก็ส่งให้คนที่ทักมา แต่ตอนหลังพอข่าวดังมากๆ นักข่าวหลายสำนักก็เข้าไป โดยเฉพาะช่อง 8 คุณพุทธก็เอาเลขบัญชีมาลง กลายเป็นคนโอนทั่วประเทศ มันก็เลยเยอะ ณ เวลาที่น้องหยกและทีมงานคุณพุทธอยู่ที่บ้าน ผมก็อยู่ด้วย ผมถามน้องแพนว่า ณ ตอนนี้ได้ยอดเงินบริจาคเท่าไหร่แล้ว แพนหยิบโทรศัพท์ขึ้นมาดู เช็กยอดเงิน ได้ 7.7 ล้าน ณ เวลานั้น น้องแพนยกมือท่วมหัว บอกพอแล้ว ไม่เอาแล้ว ปิดให้หนูหน่อย ก็เลยไปปิดบัญชีรับบริจาค

มีคนไปลงว่าได้ 10 ล้าน จริงมั้ย?
แมน : ผมก็ได้ยินข่าว ซึ่งมันไม่จริง
นวลจันทร์ : บางคนถามว่าได้เงิน 10 ล้านจริงเหรอ แต่มันไม่มี

ขณะนั้นน้องแพนป่วยถึงขั้นไหนแล้ว?
แมน : หนักแล้วครับ แต่น้องเป็นคนใจสู้ ไม่เคยบ่นว่าแย่ ไม่อยากอยู่แล้ว ใช้ชีวิตแบบสู้สุดๆ หนูจะสู้เพื่อยาย สู้เพื่อน้า เขาจะบอกตลอด ก็เจอแค่สองสามคนนี้ น้องเขากำลังใจดีมาก พวกผมถึงชอบน้อง น้องไม่เคยท้อเลย

เงินมีอยู่ 7.7 ล้าน ในครั้งนั้นนำเงินไปใช้อะไรบ้าง?
สมจิตร : พาน้องไปหาหมอ
นวลจันทร์ : ใช้จิปาถะของน้องเขา น้องอยากซื้ออะไรก็ซื้อเลย เช่น ผ้าพันแผลบ้าง สำลี แล้วแต่ สิ่งที่น้องต้องใช้ ก็มีตู้เสื้อผ้า เตียง ที่น้องอยากได้ แล้วก็รถ 2 คัน รถกระบะกับรถเก๋ง

ซื้อรถเพื่อพาตัวเองไปหาหมอได้?
แมน : ผมนี่แหละเป็นคนให้เขาซื้อ ผมบอกว่าซื้อเถอะ มันขี่สามล้อ โดนฝุ่นโดนควันทุกอย่าง ก็บอกให้ซื้อกระบะสักคน ซื้อรถสักคัน เอาไว้พาตัวเองไปหาหมอ จะได้ไม่ต้องขี่รถพ่วงข้าง
นวลจันทร์ : มีให้พ่อเขาบ้าง พ่อเขาไม่ได้ขอ น้องแพนเขารู้ว่าเขาไม่ค่อยไหว อยากให้พ่อกลับไปที่บ้าน ไปสร้างหลักปักฐานที่บ้านเกิดตัวเอง

พ่ออยู่ไหน?
นวลจันทร์ : มุกดาหาร บ้านเกิดแกอยู่ที่นั่น แต่น้องอยู่ระยอง แม่เป็นคนระยอง แม่เขาเสียก่อน ไม่ได้แยกทางกับพ่อ ตอนนั้นพ่อยังไม่ได้ย้าย ส่งเงินให้พ่อซื้อที่ซื้อทางทางโน้น ให้พ่อกลับไปอยู่บ้าน ช่วงน้องแพนไม่อยู่ แต่ไม่รู้เขาโอนไปเท่าไหร่

เงิน 7.7 ล้าน ส่วนนึงเคยโอนให้พ่อไปแล้ว?
นวลจันทร์ : ใช่ ซื้อที่ซื้อบ้านให้อยู่ทางโน้น

ตอนน้องแพนป่วย พ่ออยู่กับน้องแพนมั้ย?
นวลจันทร์ : อยู่บ้างไม่อยู่บ้าง เพราะเขาต้องทำงาน

ตอนน้องแพนไม่เสีย บ้านน้องแพนอยู่กันกี่คน?
นวลจันทร์ : 3 คน มียาย น้า แพน

พ่อล่ะ?
นวลจันทร์ : อยู่บ้างไม่ได้อยู่บ้าง
สมจิตร : เขาไปทำงานที่อื่น ไปทำงานต่างจังหวัด
แมน : พ่อเขาเหมือนทำงานรับเหมาก่อสร้างเป็นคนขับรถบดถนน เวลามีงานก็ไป ไม่มีงานก็กลับมานอนอยู่ที่นี่ ไม่ได้ใช้ชีวิตอยู่ที่นี่ทุกวัน
ทนายแก้ว : เดือนนึงอยู่กี่วัน
ดิเรก : ช่วงมีงานกับไม่มีงาน ถ้ามีงานเขาก็ไป ไม่มีงานเขาก็กลับมาอยู่บ้านที่ระยอง

สรุปมีพ่อในบางครั้ง ถ้าพ่อไม่มีงานก็กลับมาอยู่ที่นี่ กระทั่งแพนป่วย มีเงินบริจาคเข้ามา แพนเอาเงินส่วนนึงให้พ่อไปซื้อที่มุกดาหาร ให้พ่อไปอยู่ที่นั่น การทำรายการวันนี้มีคนมองสองมุม มุมนึงก็มองว่าเงินบริจาคให้เอาไปช่วยเหลือ อีกมุมก็มองได้ว่าเงินบางอย่างใช้ผิดวัตถุประสงค์ แต่ไม่เป็นไร เป็นสิทธิ์ที่เขาจะคิดได้ แต่หลักสำคัญตอนนี้ ยืนยันว่าตอนน้องป่วย คนดูแลคือน้ากับยาย แล้วพ่อเขาดูแลมั้ย?
สมจิตร : ดูบางช่วงตอนอยู่บ้านจ๊ะ

น้องทรุดหนักเสียชีวิตวันไหน?
นวลจันทร์ : 8 ก.ย. 67

เรื่องน่าจบไปตั้งนานแล้วนะ วันที่น้องเสียชีวิต เงินในบัญชีเหลืออยู่เท่าไหร่?
นวลจันทร์ : 4.8 ล้าน

ก่อนน้องเสียชีวิต ได้พูดคุยกันมั้ยว่าต่อไปเงินจะทำอะไรกันต่อ เขารู้ตัวมั้ยว่าจะไม่ไหวแล้ว?
สมจิตร : เขาบอกว่าแบ่งกันสามคน เขาพูดกับน้าและยาย เขาป่วยอยู่รพ. เขาพูดก่อนเสียชีวิตประมาณ 2 เดือน

ทำไมน้องพูดเรื่องมรดกขึ้นมา?
นวลจันทร์ : เขาบอกเขาจะไม่ไหวแล้ว ให้เรียกผู้ใหญ่มาทำพินัยกรรมให้หนูหน่อย หนูไม่ไหวแล้ว ทางเราก็เลยได้เรียกผู้ใหญ่มา

ก่อนนั้นถูกเรียกตัวมาจริง มีใครมาบ้าง?
ดิเรก : มีผม กับท่านผอ.เถิง เจ้าหน้าที่ประจำอบต. มาเจอน้องที่รพ. เขาก็บอกวัตถุประสงค์ที่ให้มา อยากทำหนังสือ พินัยกรรมสักฉบับนึง เวลาเขาเสียชีวิตไปแล้ว เงินตรงนี้จะได้ให้กับคนที่เขาประสงค์จะให้ ระหว่างที่ทำ น้องเขาก็บอกทุกอย่างว่ามีความประสงค์จะให้ใคร

ตอนนั้นสติสัมปชัญญะครบถ้วน?
ดิเรก : ได้ทุกอย่าง ถามได้ตอบได้เซ็นชื่อได้ เขาบอกว่าเขารู้ตัวว่าไม่ไหว จะอยู่ได้ไม่นาน อยากให้เงินกับน้า ยาย หลาน ระบุชื่อเสร็จเรียบร้อย แต่ไม่ได้บอกจำนวนว่าคนละเท่าไหร่ ที่บอกว่ายายจะได้ 1.2 ล้าน น้าจะได้ 1.5 ล้าน หลานจะได้ 5 แสน เขาสั่งไว้ด้วยวาจา แต่ไม่ได้ลงเป็นลายลักษณ์อักษร เพราะเงินก้อนนี้ไม่รู้จะเหลือเท่าไหร่ เขาเลยสั่งไว้เป็นวาจา พูดเฉยๆ ตอนนั้นทำหนังสือไว้ แต่ไม่ได้ลงเป็นตัวเงิน ได้แต่พูดไว้ ผมยังถามว่าอ้าว แล้วพ่อกับน้องล่ะ เขาบอกว่าเอาแค่ 3 คน

วันที่น้องแพนเรียกผู้ใหญ่กับผอ.เถิงไป พ่อไม่อยู่เหรอ?
ดิเรก : วันนั้นพ่อไม่อยู่ ที่ผมไปคือที่รพ. ก็เห็นยาย เห็นน้า สามคนนี้แหละที่อยู่

ครั้งนั้นทำเอกสารมา 1 ฉบับ เป็นฉบับแรก มีลายเซ็นของเขาด้วย เขามีการถ่ายคลิปไว้ด้วย น้องเซ็นชื่อเองใช่มั้ย?
ดิเรก : เซ็นเอง ไม่มีใครจับมือ ไม่มีบังคับขู่เข็น ความสมัครใจของเขาเอง

ตอนนั้นได้ถามมั้ยทำไมถึงไม่ให้พ่อ?
ดิเรก : ตอนนั้นผมไม่ได้ถาม แต่เขาเรียกไปทำก็ไป ความประสงค์เขามีแค่ 3 คน แต่ผมถามอยู่ว่าทำไมไม่มีชื่อพ่อกับน้อง เขาบอกว่าเอาแค่ 3 คนเท่านั้น

เป็นไปได้มั้ย เขาอาจแบ่งเงินส่วนนึงให้พ่อไปซื้อที่ที่มุกดาหารแล้ว แต่จำวนเงินเท่าไหร่ไม่รู้?
นวลจันทร์ : ใช่

เข้าใจว่าในนี้เลยตัดพ่อออก เพราะพ่อได้ไปแล้ว อาจเป็นอย่างนั้นหรือเปล่า?
แมน : ในมุมผม พ่อเขาอาจได้แค่หลักแสนนี่แหละ ผมเคยถามแพนครั้งนึงว่าจะเอาเงินไปทำอะไรบ้าง เขาบอกว่าจะเอาเงินไปเป็นทุนการศึกษาให้หลาน ให้ยายกับน้า ผมถามว่าแล้วพ่อหนูไม่อยู่เหรอ เขาบอกว่าพ่อหนูทำงาน ไม่ค่อยได้อยู่ เขาไม่เคยพูดกับผมว่าจะให้พ่อ ผมก็ไม่เคยเห็นพ่อเขา หรืออาจเคยเห็นแต่ไม่รู้ว่าเป็นพ่อก็ไม่รู้ เพราะเขาไม่เคยแสดงตัวเลย

เงินเข้าบัญชีกี่บัญชี?
แมน : บัญชีเดียว เป็นชื่อของแพน

ตอนน้องป่วยหนักๆ ใครเบิกจ่ายเงินออกมา?
นวลจันทร์ : เขาเบิกจ่ายของเขาเอง แต่ทางเราไปส่ง เวลาน้องอยากได้อะไร จะบอกให้น้าไปส่งเบิกเงินหน่อย เราเข็นไปถึงเคาน์เตอร์เลย

น้องนอนอยู่ใครเบิก?
นวลจันทร์ : น้องจะไม่เบิกตอนป่วยแบบนี้
สมจิตร : น้องจะเบิกทิ้งไว้เป็นก้อน ถึงเวลาก็ใช้จ่าย

ที่ถามจะให้สิ้นสงสัยไปเลย มีแอปฯ ธนาคาร โอนผ่านนั้นมั้ย?
นวลจันทร์ : มี แต่โทรศัพท์น้องหายตั้งแต่น้องเขาเสีย

พินัยกรรมถูกต้องมั้ย?
ทนายแก้ว : ถูกต้องสมบูรณ์ ใช้ได้เลยครับ พินัยกรรมฉบับนี้ ผู้ใหญ่ดิเรกลงนามเป็นพยาน ผู้ใหญ่ดิเรกไม่ได้มีส่วนได้เสียในพินัยกรรมฉบับนี้ จึงลงชื่อเป็นพยานได้ พินัยกรรมฉบับนี้จึงมีผลสมบูรณ์ ส่วนเนื้อหาขึ้นต้นจะขึ้นว่าบันทึกไม่ได้เป็นสาระสำคัญ สาระสำคัญอยู่ที่เนื้อหาการแบ่ง แบ่งอย่างไร วันเวลาสถานที่ที่ทำชัดเจนมีอยู่หมด รวมถึงผอ.เถิงลงนามเป็นพยาน ก็ถูกต้องทุกประการ ถูกต้องสมบูรณ์ทุกอย่างครับ

ตอนนี้โทรศัพท์อยู่ที่ไหน?
นวลจันทร์ : หายตั้งแต่วันที่น้องเสีย แต่เงินอยู่ในธนาคารเหมือนเดิม

อยู่กับน้องตลอดมั้ย?
นวลจันทร์ : อยู่ตลอด น้องไม่เคยวางโทรศัพท์ห่างจากตัวเลย แต่พอน้องเสีย ไม่รู้มือถือหายไปไหน ตอนอยู่รพ. โทรศัพท์ยังอยู่ในกระเป๋า แต่พอเอาน้องมาทำศพที่วัด ไม่รู้โทรศัพท์หายไปได้ยังไง
แมน : เพิ่งรู้เหมือนกัน

พินัยกรรมฉบับนี้ชัดเจน?
ทนายแก้ว : ใช่ครับ เขียนดีด้วย

บัญชีตอนนี้เบิกได้มั้ย?
สมจิตร : ไม่ได้ โดนธนาคารอายัด ตั้งแต่น้องแพนตาย เขาก็อายัดเลย

มีคนอื่นไปเบิกเงินหรือเปล่า?
นวลจันทร์ : น่าจะเป็นทางพ่อเขาหรือเปล่า เพราะช่วงเราปิดบัญชีแล้ว มีข่าวว่าพ่อเขาแอบไปกดเงิน แต่ทางธนาคารไม่ให้

พ่อเอาอะไรไปกด?
นวลจันทร์ : พ่อได้สมุดบัญชีไป อาจไปยื่นกับธนาคาร แอบไปเบิก
ทนายแก้ว : พี่รู้มาแบบนั้น ธนาคารเลยอายัดไว้
แมน : ผมเคยถามทีนึง ว่าทำไมถึงอายัด เขาบอกว่าให้เรื่องคดีจบก่อนถึงถอนอายัดได้ เขาบอกมาแค่นี้

ก็ไม่คิดว่าจะมีเรื่องการมาแย่งมรดกเงินซึ่งเป็นเงินบริจาค ผมไม่เข้าใจว่ามีอย่างนี้เกิดขึ้นได้ยังไง ไม่ควรมีแบบนี้ เป็นเงินบริจาคที่เขาให้มารักษาตัว แต่พอตายปุ๊บกลายเป็นเงินก้อนนี้มีปัญหา แต่ตามกฎหมาย เงินตัวนี้เป็นทรัพย์มรดกผู้ตาย แต่ที่แน่ๆ มีเอกสารฉบับที่สองเกิดขึ้น?

ดิเรก : หนังสือฉบับนี้ที่เขาระบุว่าทำบุญร้อยวันเสร็จสิ้น ให้ผู้ใหญ่กับน้าสาวเป็นผู้จัดการมรดก แบ่งสันปันส่วน พอทำบุญร้อยวันเสร็จ ผมก็เรียกคุยเลย เรียกทางฝ่ายพ่อ และพี่น้องทางพ่อมาด้วย เรียกทางยาย มารวมกันหมด ผมก็เอาตัวบันทึกถ้อยคำ วันที่ 8 ก.ค. 67 เอามาอ่านในที่ประชุม ให้ญาติฝ่ายพ่อ พ่อฟังด้วย พี่น้องทางพ่ออยู่ น้องชายอยู่ ทางยายก็อยู่หมด วันนั้นมีผม ผู้ช่วยสองคน สมาชิกอบต.1 คน ผอ.เถิงอยู่ด้วย เอาตัวนี้มาอ่าน บอกว่ามีแค่ 3 คนที่เขาระบุจะให้ เขาจะให้น้าสาว 1.5 ล้าน ให้ยาย 1.2 ล้าน ให้หลาน 5 แสน แต่วันนั้นเงินตัวนี้ยอดที่ชี้แจงกัน หลังน้องแพนเสียชีวิต ยอดเหลือ 4.8 ล้าน ก็เอามาแจงแล้วหักจากที่ว่าแล้วจะเหลืออีก 1.6 ล้าน ผมก็เลยถามในที่ประชุม ปรึกษากัน ว่า 1.6 ล้าน ฝ่ายพ่อกับน้องยังไม่ได้ ทุกคนจะให้เขาไปมั้ย ทุกคนในที่ประชุมก็บอกว่าให้ ถามพ่อว่ารับได้มั้ย 1.6 ล้าน พ่อบอกว่าได้ ผมก็บอกว่าน้องชายยังไม่ได้เลย พ่อเสียสละสัก 5 แสน ให้ลูกคนเล็กได้มั้ย พ่อรับไปแค่ 1.1 ล้าน พ่อก็บอกว่าได้ ยอม เลยเกิดหนังสือฉบับที่สองขึ้น

รถสองคันใครได้?
นวลจันทร์ : พ่อเขาเอาไปคันนึง ชื่อเป็นของน้อง เขาเอากระบะสีดำไป รถเก๋งอยู่ที่บ้าน

หลานเป็นลูกของน้องชาย ครอบครัวนี้ได้ไป 1 ล้าน ทำไมมีบัญชีเงินฝาก 3 บัญชี?
นวลจันทร์ : น้องแพนเขามีของเขาเองส่วนตัว มีสมุดต่างหาก น้องแพนเขามี 2 บัญชี เขาเอาไว้ส่วนตัวบัญชีนึง บัญชีที่มีเงินมาก เขาเอาไว้รักษา

ในพินัยกรรมระบุไว้แค่บัญชีบ้านค่าย?
ดิเรก : ที่ระบุบัญชีเดียว คือยอดบริจาค บริจาคแค่บัญชีเดียวคือบ้านค่าย แต่น้องโยกย้ายไปใส่อีกสาขานึง แบ่งเงินในบัญชีไปไว้ที่อีกสาขานึง คือบิ๊กซีด้วย มันเลยเป็นสองบัญชี แต่ยอดเงินบริจาคเขาบริจาคแค่บัญชีเดียวคือบ้านค่าย

ฉบับที่สอง จริงๆ แล้วเป็นอะไร?
ทนายแก้ว : ไม่ใช่พินัยกรรม เป็นเรื่องหลักฐานการรับเงินเท่านั้นเอง ฉบับที่สองผู้ตายที่เป็นผู้เขียนเขาเสียชีวิตไปแล้ว จะมาเปลี่ยนแปลงเจตนารมณ์เขาไม่ได้ ฉบับที่สองเป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่จัดการตามข้อสองที่ระบุในพินัยกรรม
ดิเรก : เป็นแค่ข้อตกลงกันระหว่างญาติ

เงิน 4.8 ล้าน หลายคนอาจมองว่าเป็นเงินบริจาค แต่ด้วยข้อกฎหมาย พอบริจาคไปแล้ว น้องแพนคือเจ้าของเงินนี้ พอเจ้าของเงินตาย เงินนี้ก็เป็นทรัพย์มรดก และถูกส่งต่อให้ทายาท หรือผู้สืบสันดาน ด้วยข้อกฎหมายเงินนี้เลยเป็นของน้องแพนโดยตรง แต่อีกมุมก็เข้าใจได้ มันคือเงินบริจาคนั่นแหละ แต่พอให้แล้วมันก็เปลี่ยนมือเป็นแบบนั้น แต่ให้จับตาว่าใครจะได้สิทธิ์นี้ไปดีกว่า แต่จริงๆ แล้ว ที่มีชื่อพ่อทีหลัง เขาจะไม่ให้ก็ได้ เพราะความประสงค์เจ้าพินัยกรรม ไม่ได้ประสงค์ให้พ่อ?
ทนายแก้ว : เขาเจตนาตัดพ่อ

แต่เขามาใส่ทีหลัง หลังแพนตายไปแล้ว ก็ไม่ตรงกับเจตจำนงของเจ้าพินัยกรรม แต่ที่แน่ๆ พ่อไม่สน พ่อทางอ้อมเลย พ่อฟ้อง เงิน 4.8 ล้านเป็นของพ่อ แก้วจะอธิบายฉบับที่สองตรงนี้ยังไง?
ทนายแก้ว : ตรงนี้เขาไม่ได้เรียกว่าพินัยกรรม อย่างเข้าใจผิดกัน เป็นรายละเอียดการแบ่งทรัพย์ โดยผู้ใหญ่ดิเรก อ้างสิทธิ์ตามพินัยกรรม ที่ตัวน้องแพนมอบให้ แต่ความเป็นจริง ถ้าดูตามพินัยกรรมในข้อสอง จะเห็นได้ชัดว่าเงินที่เหลือหลังทำบุญร้อยวัน ให้ผู้ใหญ่เป็นผู้จัดการแบ่งสันปันส่วนให้ญาติ 3 คนดังนี้ หมายความว่าในส่วนนี้ผู้ใหญ่ห้ามแบ่งให้คนอื่น ต้องแบ่งให้ 3 คนเท่านั้น จะไปจัดการตามนอกสั่งไม่ได้ นี่คือตามกฎหมาย แต่ด้วยความที่ผู้ใหญ่มีมิตรภาพที่ดีต่อกันก็อาจแบ่งให้พ่อ เขาไม่ใช่เจ้ามรดก จะมาประชุมกันเองไม่ได้ นี่คือหลักกฎหมาย กรณีผู้ใหญ่เรียกประชุมทายาททำได้ แต่ต้องแบ่งเฉพาะ 3 ชื่อเท่านั้น มีคุณยาย น้าสมจิตร และหลาน แต่กรณีผู้ใหญ่ให้พ่อกับน้องชาย ตามหลักทำไม่ได้ สามคนนี้มีสิทธิ์ร้องเพิกถอนเอกสารฉบับนี้ได้ครับ หลักกฎหมายเป็นแบบนี้ครับ

ล่าสุดพ่อเขาประกาศจะเอาทั้งหมด เขาประกาศทางไหน?
แมน : เขาให้ทนายโทรมาแจ้งทางน้าครับ
สมจิตร : ทนายบอกว่าที่ตกลงกันไว้ เขาไม่ให้แล้ว โมฆะไปเลย ต้องเป็นของพ่อคนเดียว 4.8 ล้าน

ทนายแก้ว : ไม่มีทางครับ จริงๆ พ่อได้เงิน 1.1 ล้านกับรถกระบะ ผมก็ถือว่ามากแล้วครับ เพราะจริงๆ พ่อกับน้องชายไม่มีสิทธิ์ได้รับเลย พินัยกรรมตามหลักแล้ว มันมี 3 แบบใหญ่ๆ แบบที่หนึ่งเขียนเองทั้งฉบับ แต่พินัยกรรมฉบับนี้ดูผิวเผิน ดูเหมือนแบบที่หนึ่ง แต่พอดูไปดูมา น้องแพนไม่ได้เป็นคนเขียน ก็ต้องตัดทิ้ง แบบที่สองเป็นแบบพินัยกรรมฝ่ายเมือง ต้องไปทำที่อำเภอ แบบนี้เรียกว่าเป็นแบบที่สาม เป็นพินัยกรรมธรรมดา ลงชื่อสองคนเป็นพยาน และสองคนนี้ต้องไม่มีส่วนได้เสียในพินัยกรรมฉบับนี้ ฉะนั้นพินัยกรรมฉบับแรก ค่อนข้างสมบูรณ์ร้อยเปอร์เซ็นต์ครับ กรณีผู้ใหญ่ดิเรกจะไปซอยแบ่งทรัพย์ให้พ่อเขา จริงๆ ไม่ได้เลยครับ

ถ้าพ่ออ้างสิทธิ์เป็นพ่อ?
ทนายแก้ว : ต้องถามกลับไปว่าเป็นพ่อแล้วได้มีการจดทะเบียนรับรองบุตร ได้จดทะเบียนสมรสกับแม่หรือเปล่า
ยายแจ๋ว : ไม่ได้จด

จดทะเบียนรับรองบุตรมั้ย?
นวลจันทร์ : อันนี้ไม่แน่ใจ
ทนายแก้ว : ถ้าไม่ได้รับรองบุตรก็ถือว่าเป็นบุคคลภายนอกครับ แต่พ่อก็จะมีสิทธิ์นอกเหนือจากทรัพย์ที่ระบุไว้ ต้องเข้าใจว่าพินัยกรรมฉบับนี้ ตัดสิทธิ์ของพ่อออกไป หมายความว่าถ้าเป็นทรัพย์สินอื่น ผู้สืบสันดานถึงมีสิทธิ์ เช่น บัญชีธนาคารอื่น หรือทรัพย์สินอื่นที่ไม่ได้ระบุในพินัยกรรมฉบับนี้ ทายาทหรือผู้สืบสันดาน หรือพ่อมีสิทธิ์ แต่ต้องเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย เน้นตรงนี้ครับ

พ่อไม่ได้จดทะเบียน สองรับรองบุตรหรือเปล่าเราจะรู้ได้ยังไง?
ทนายแก้ว : ไม่ยาก ไปเช็กที่อำเภอได้

ผู้ใหญ่รู้มั้ยเรื่องนี้?
ดิเรก : ไม่รู้เลยเรื่องนี้
ทนายแก้ว : ทำไมผู้ใหญ่มั่นใจว่าเขาเป็นพ่อ
ดิเรก : ที่เห็นเป็นพ่อ เพราะเขาอยู่มานาน น้องก็บอกว่าเป็นพ่อ
ทนายแก้ว : ตามหลักต้องดูตามกฎหมายด้วยว่ามีการรับรองบุตรมั้ย มีเรื่องของการจดทะเบียนสมรสกับมารดาน้องแพนมั้ย ถ้าไม่มีรับรองบุตรต้องมีคำสั่งศาลมาก่อน พ่อถึงมีสิทธิ์ในทรัพย์มรดกอันอื่นที่ไม่มีในนี้

ตอนนี้ยึดพินัยกรรมฉบับแรกอย่างเดียว ในนี้ระบุว่าธ.กรุงไทย สาขาบ้านค่าย มีลายเซ็น มีพยานทุกอย่าง ถือว่าสมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์ แต่ถ้าเกิดพ่อจะพิสูจน์สิทธิ์ตัวเอง ต่อให้พิสูจน์ได้ พ่อก็ไม่มีสิทธิ์ได้รับเงินจากกรุงไทย สาขานี้ แต่ถ้าน้องแพนมีกรุงไทยสาขาระยอง กสิกร อันนั้นพ่อไปร้องเอา?
ทนายแก้ว : แต่ต้องเป็นพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย เอกสารฉบับที่สองที่เกิดขึ้นหลังน้องแพนเสียชีวิต เป็นเรื่องที่ผู้ใหญ่เขาทำขึ้นเอง

คิดว่าจะไปเพิกถอนพ่อออกมั้ย?
ทนายแก้ว : ก็ต้องเพิกถอน
นวลจันทร์ : ถ้าเขาไม่มีสิทธิ์ ก็ต้องเพิกถอนออก

แมน : จริงๆ แล้วเงินตัวนี้ก่อนน้องแพนยังไม่ได้เข้ารพ.ด้วยซ้ำ น้องแพนได้พูดกับผู้ใหญ่ว่าอยากเอาเงินตัวนี้แบ่งให้น้ากับยายไว้เลย เพราะตัวเองรู้ว่าอยู่ได้ไม่นาน เขาพยายามทำให้เสร็จด้วยการแบ่งเงินให้น้ากับยาย แต่ผู้ใหญ่บอกว่าเงินตัวนี้เป็นเงินบริจาคให้แพนเอาไปรักษาตัวเอง อย่าเอาไปใช้ผิดวัตถุประสงค์ น้องแพนเขาเลยไม่ได้ทำ แต่พอจะทำมันไม่ทัน

ดิเรก : แรกเริ่มน้องแพนบอกว่าจะโอนเงินให้น้ากับยายแล้วหลานเลยได้มั้ย โดนบอกว่าได้เท่านั้นเท่านี้ ผมก็บอกว่าตรงนั้นมันได้ แต่มันต้องหลับน้องแพนไม่อยู่ หรือน้องแพนเสียชีวิตไปแล้วถึงจะได้ ถ้าให้ตอนนี้มันจะผิดวัตถุประสงค์คนที่เขาบริจาคมา เพราะเขาบริจาคให้เรามาเพื่อรักษาตัว ไม่ได้บริจาคเพื่อให้แบ่งให้ญาติพี่น้อง ก็บอกว่าให้ทำพินัยกรรมไว้ แล้วค่อยมีผลตอนเราไม่อยู่ ผมค้านเขาตอนนั้น ก็เลยมีผลถึงทุกวันนี้

ทนายแก้ว : คนอาจสงสัยว่าเงินที่มีการให้พ่อไปตอนแรก จะอยู่ในนี้หรือเปล่า พินัยกรรมจะมีผลสมบูรณ์ เมื่อผู้เขียนพินัยกรรมเสียชีวิต กรณีมีการให้เงินก่อนผู้เขียนจะตาย ถือเป็นการให้โดยเสน่หา กรณีทรัพย์ที่โอนไปให้ก่อนน้องแพนเสียชีวิต ถือว่าให้แล้วให้เลย ไม่ถือว่าเป็นทรัพย์ในมรดก ตรงนี้ที่เราแบ่งกันเอง ถือว่าคุณพ่อได้รับตามสิ่งที่ผู้ใหญ่จะแบ่งให้ ไม่ได้รับตามพินัยกรรมนะ

มุมของรถ ไม่ได้อยู่ในพินัยกรรม แต่เป็นชื่อของน้อง?
ทนายแก้ว : เหมือนผู้ใหญ่ไปแบ่งเอง เขาบอกเลยว่าเงินที่เหลือให้แบ่งสันปันส่วน ถ้ารถไม่ได้ระบุในนี้ ก็ถือว่าเป็นเรื่องที่พ่อต้องไปพิสูจน์เอาเอง ร้องเป็นผู้จัดการมรดก ข้อหนึ่งในพินัยกรรมระบุว่าให้ผู้ใหญ่ดิเรก และน้าสมจิตร เป็นผู้มีอำนาจจัดการดูแล เจตนารมณ์ผู้เขียน ต้องการให้สองท่านนี้เป็นผู้จัดการมรดก กรณีนี้เราต้องมีการร้องต่อศาลให้เราสองคนเป็นผู้จัดการมรดก

คิดว่าพ่อน่าจะไปยื่นแล้ว?
ทนายแก้ว : เรามีสิทธิ์คัดค้าน โดยเอาพินัยกรรมนี้ไปยื่นคัดค้าน ความประสงค์ผู้ตาย ต้องการให้ผู้ใหญ่กับน้าเป็นผู้จัดการมรดก พ่อไม่เกี่ยว

เงินที่อยู่ในธ.กรุงไทย สาขาบ้านค่าย มีอยู่เท่าไหร่?
แมน : ไม่รู้แพนโยกไปอยู่สาขาบิ๊กซีเท่าไหร่
ดิเรก : สาขาบ้านค่ายน่าจะมีไม่เท่าไหร่

ต่อสายหา “ทนายไพศาล เรืองฤทธิ์” เข้ามาดูแลเรื่องนี้?
ไพศาล : เพจสะพานบุญดูแล แล้วเขาเข้ามาบอก ตอนแรกเคสนี้พี่แมนบอกว่าน้องแพนโดนชาวบ้านบอกว่าได้เงินบริจาคไป 3-4 หมื่นแล้วไม่เอาไปรักษา เขาจะขอเงินคืน นี่คือเบื้องต้น เข้าไปถามแพน แพนบอกว่าถ้าผ่าตัดเขาอาจเสียชีวิต ผมก็ไปช่วยเขาตั้งแต่มิ.ย.ปี 23 เราก็บริจาคไปด้วยและบอกชาวบ้าน ผู้ใหญ่ อสม.ก็ช่วยกันเยอะ เข้าไปกับเจจินตัยอีกทีปี 24 แล้วก็เข้าไปงานศพน้อง

พินัยกรรมยึดใบไหน?
ไพศาล : ใบแรกถือเป็นพินัยกรรมที่สมบูรณ์แล้ว ใบที่สองคือการเป็นผู้จัดการมรดกใครต่อให้มีพินัยกรรม คุณต้องไปให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก แล้วการที่ตัวน้า ผู้ใหญ่ ไปตกลงกับพ่อกับน้องมันโมฆะหมด เพราะไม่ใช่เจตนารมณ์เจ้ามรดก ฉะนั้นใบที่สองต่อให้มีคลิปก็ใช้ไม่ได้ หลักกฎหมาย ต่อให้มีพินัยกรรม คุณต้องไปให้ศาลแต่งตั้งเป็นผู้จัดการมรดก แค่นี้เลย ฉะนั้นใบที่สองเลิกคุย จบแล้ว

จะส่งทนายมาช่วยเขาดูแล?
ไพศาล : ใช่ จัดการแน่นอน ดูสิจะเอาอะไรมาสืบ พูดตรงๆ ผมไม่เคยเห็นพ่อเลย พูดอะไรกับศาลเอาให้ตรงนะ มี 177 รออยู่นะ

ในพินัยกรรมเขียนว่าเงินที่ข้าพเจ้ามีอยู่ทั้งหมด ในบัญชีธนาคารกรุงไทย สาขาบ้านค่าย แล้วกรุงไทยสาขาอื่นทำยังไง มันไม่ได้ถูกระบุอยู่ในพินัยกรรม?
ไพศาล : อย่างอื่นตกอยู่ที่ทายาท เขาต้องมาตกลงกันให้ได้ ถ้าสืบเจอแล้วไม่ได้เขียนไว้ เป็นเรื่องของทายาท

สมมติถ้าเขามีอยู่สองบัญชี บัญชีนึงบ้านค่าย อีกบัญชีบ้านเพ สมมติบ้านค่ายมี 8 แสน บ้านเพมีอยู่ 4 ล้านทำไง?
ไพศาล : ก็สืบให้เห็นว่าเป็นเงินบริจาค วัตถุประสงค์ถือว่าน้ากับยายมีส่วนได้ส่วนเสีย วัตถุประสงค์คือเอามาดูแล รักษา ผู้จัดการมรดก ต่อให้เป็นทายาท แต่ถ้าไม่เคยดูแล ก็ต้องนำสืบให้ถึง แล้วเอาเจตนารมณ์ประชาชนไปนำสืบให้เห็นเลย ว่าเจตนารมณ์นี้ ศาลมีวิธีการพิจารณา เป็นดุลยพินิจของท่าน มองว่าไม่ได้ง่ายๆ เขาเอาวัตถุประสงค์ของเงินเป็นหลัก ก็นำสืบแบบนี้เลย แต่ฝากเตือนพ่อก่อน ถ้าเขาไม่ได้ยินยอม แต่เอาออกไปโดยเขาไม่ได้ยินยอม ก็ถือว่าเป็นลักทรัพย์นะ ผมไม่ได้ยืนยันข้อเท็จจริง แต่พ่อก็เตรียมไว้หน่อย

ท้ายข้อหนึ่งระบุว่า ตัวผู้ตาย มีการมอบหมายให้ผู้ใหญ่ดิเรก กับนางสาวสมจิตร คือน้า ให้สองคนนี้เป็นผู้มีอำนาจ จัดการดูแลเงินทั้งหมด ในส่วนของนางสาวจิดาภา?
ไพศาล : เรียบร้อย เป็นของน้ากับยาย

ฝั่งพ่อไม่มีสิทธิ์อ้างตัวเองเป็นผู้จัดการมรดก เพราะเขาเขียนไว้ชัดเจนแล้วว่าเขาให้สองคนนี้เป็นผู้จัดการ ถูกมั้ย?
ไพศาล : ถูกต้อง ถ้าใช้คำว่าทั้งหมด แสดงว่าผู้ใหญ่กับน้าเป็นผู้จัดการมรดกตามพินัยกรรม เดี๋ยวไปคัดค้านคำร้องผู้จัดการมรดกของพ่อ และต้องจัดการทรัพย์สินทั้งหมดด้วย วันที่ 16 มิ.ย. เขามีนัดไกล่เกลี่ย ก็ฝากบอกพ่อคิดหน้าคิดหลังให้ดีแล้วกัน ผมแค่นำสืบว่าตอนเจ็บป่วยได้มาดูแลหรือเปล่า เขาเขียนว่าให้น้ากับผู้ใหญ่จัดการทั้งหมด ก็ต้องเป็นน้ากับผู้ใหญ่จัดการ ส่วนรับรองบุตรมั้ย ก็เป็นเรื่องทายาท แต่ประเด็นคือเขาจะได้หรือเปล่า เพราะมีพินัยกรรมฉบับนั้นให้ 3 คน

ทนายแก้ว : แต่พินัยกรรมระบุแค่สาขาบ้านค่าย กังวลว่าเงินบางส่วนจะไปอยู่สาขาที่ไม่ได้ระบุอยู่ในพินัยกรรม
ไพศาล : ก็ไล่ตามเจตนารมณ์เขาเลย ไล่พฤติการณ์ นำสืบไปเลย ว่าเขาต้องการแบบไหน ให้ใครล่ะที่ระบุชื่อ พ่อจะมาอ้างเป็นทายาทต้องได้ส่วนนั้นส่วนนี้ ไม่อยากพูดเยอะ ให้ไปว่ากันในศาลดีกว่า

ถ้าดูแล้วพ่อไม่ได้รับรองบุตรก็จะจบเลย?
ไพศาล : เขามีพฤติการณ์เหมาะสมกับการได้รับมรดกมั้ย เป็นปรปักษ์กับเจ้ามรดกมั้ย ถึงแม้เป็นทายาท เคยมาดูแลมั้ย

เรื่องนับหนึ่งต้องเริ่มจากเขารับรองบุตรหรือเปล่า ถ้าเขาไม่รับรองบุตรก็ไม่มีสิทธิ์โต้แย้งหรอก?
ไพศาล : ก่อนพ่อรับมรดก พ่อมารับทราบข้อกล่าวหาก่อนนะ ผมเอาแน่
ทนายแก้ว : ยังไม่ได้มีการตั้งผู้จัดการมรดก จริงๆ ยังแบ่งทรัพย์กันไม่ได้ ต้องผ่านทีละขั้นตอนไปก่อน

พยายามประสานพ่อให้ชี้แจง ส่งทีมข่าวไปถึงบ้านพ่อที่มุกดาหาร พ่อเดินออกมาตอบคำเดียวว่าไปคุยที่ศาล แล้วเดินเข้าไปเลย แต่ก่อนหน้านี้ ฝั่งพุทธ อภิวรรณ ได้ให้น้องหยก นักข่าวลงพื้นที่ ไปสัมภาษณ์พ่อ เขาบอกว่าทางยายไล่เขา ไล่เขามั้ย?
ยายแจ๋ว : ไม่ได้ไล่ เขาไปเองเลย
สมจิตร : ขนของก็ไม่รู้ขนตอนไหน รู้อีกทีก็ขนตอนเย็นแล้ว ขนขึ้นรถเรียบร้อยแล้ว ไปไม่ลา ไม่พูด

มีใครพูดมั้ยว่าจะไม่ให้เขาแล้ว?
สมจิตร : ไม่เคยพูดเลย
ยายแจ๋ว : ไม่เคยพูดเล้ย สักคำนึง

เขาบอกเขาเป็นพ่อ เขาต้องได้?
ทนายแก้ว : หลักพินัยกรรมต้องเป็นสิทธิ์คนที่เขาเขียน จะเสมอภาคเท่าเทียมไม่ได้ครับ

พ่อต้องเข้าใจอย่างนึงว่ากรณีที่เกิดขึ้น เขาไม่ให้พ่อ ต่อให้พ่อเป็นพ่อแท้ๆ รับรองบุตร แต่ในเมื่อพินัยกรรมเขียนว่าไม่ให้พ่อ พ่อก็ไม่มีสิทธิ์ สมมติวันนี้แพนตายไป เขาเขียนว่าให้แฟนเขา โดยผู้ชายคนนี้ยังไม่ได้แต่งงาน ก็เป็นไปตามพินัยกรรมเลย ต่อให้เป็นโคตรพ่อโคตรแม่ก็ไม่ได้ เพราะเขาไม่ได้ให้ไง?
ดิเรก : ที่ร้องนี่ตกลงพ่อเป็นคนร้อง หรือน้องชายเป็นคนร้อง น้องชายแพน เป็นคนร้องศาล หรือพ่อเป็นคนร้องศาล ดูให้ดีนะ หลังจากผมถอนตัว ผมก็ไม่ได้เข้าไปยุ่งอีกเลย

ทนายแก้ว : ดูตามเอกสารที่พี่แมนเอามา นายวิชิต เป็นคนร้อง วิชิตคือใคร
ดิเรก : น้องชาย
ทนายแก้ว : ร้องที่ศาลจังหวัดระยอง เขาร้องว่าเขาเหมาะสมที่จะเป็นผู้จัดการมรดกน้องแพน

วิชิตต้องดูพินัยกรรม มันมีลายเซ็นพี่สาวคุณ บอกว่าให้ดิเรก ผู้ใหญ่บ้าน และอีกคน นางสาวสมจิตร น้าสาวแพน เขาเขียนไว้เลยว่าให้สองคนนี้เป็นผู้มีอำนาจดูแลเงินทั้งหมด และจัดงานเงินทั้งหมดของแพน?
ทนายแก้ว : เขาตั้งใจให้เป็นผู้จัดการมรดก โดยให้แบ่งเงินตามข้อสอง ส่วนรถกระบะเป็นทรัพย์นอกพินัยกรรมแล้ว

ที่แน่ๆ วิชิตไม่มีสิทธิ์ร้องเป็นผู้จัดการมรดกไง?
ทนายแก้ว : ใช่ครับ เผือกไม่ได้ ไม่จำเป็นผู้จัดการมรดกต้องเป็นสายเลือดเสมอไป บุคคลภายนอกก็เป็นได้หมด ตามพินัยกรรม มันเปลี่ยนแปลงไม่ได้ เพราะเป็นความต้องการของผู้ตาย แต่ถ้าไม่มีพินัยกรรม วิชิต พ่อเขามาร้องได้ แต่ต้องเป็นเรื่องการรับรองบุตรหรือพ่อที่ชอบด้วยกฎหมาย แต่ตอนนี้เรามีพินัยกรรม ทรัพย์นอกพินัยกรรมไปว่ากันอีกเรื่อง เราก็มาว่ากันตามนี้ก่อน

ฝากบอกพ่อ ด้วยความเคารพ เงินนี้ความจริงไม่น่ามีปัญหาเลย ถ้ารู้จักแบ่งปันกัน มันไม่ใช่เงินที่แพนหามาด้วยตัวเอง ไม่ใช่เงินที่พ่อทำงานแล้วให้แพนเก็บไว้ มันเป็นเงินบริจาคจากประชาชนที่ให้แพน การที่พ่อทำแบบนี้ก็ไม่เหมาะหรอก ทางนี้บาปบุญ เขาได้รับเงินตามพินัยกรรมไม่มีชื่อพ่อ เขายังแบ่งให้พ่อเลย แล้วพ่อล่ะ พ่อกำลังแย่งเงินบริจาคของลูกตัวเอง?
แมน : ในฐานะที่ผมอยู่มา ผมว่าเขาไม่ต้องการเงิน ซื้อรถเขายังไม่ซื้อเป็นชื่อพวกเขาเลย ซื้อเป็นชื่อแพน ทั้งที่รู้ว่าแพนอยู่ได้อีกไม่นาน ถ้าคนจะเอา เขาสามารถซื้อเป็นชื่อเขาก็ได้ พูดยังไงก็ได้ให้เป็นชื่อเขา เขาไม่ได้ต้องการ แต่ตอนนี้มันไม่ได้เป็นไปตามที่แพนต้องการ

ทั้งพ่อทั้งน้องชาย อยากรู้ถือสิทธิ์อะไรมาเบียดบังเงินบริจาค ถ้าผมเป็นพ่อ ผมมีอำนาจอย่างที่พ่อพูด ลูกตายใช่มั้ย 4.8 ล้านจะเอาเงินมากองตรงกลาง เงินส่วนนึงทำบุญให้รพ. กองทุนหรืออะไรก็แล้วแต่ เพราะนี่คือจุดประสงค์ผู้บริจาคต้องการให้เอาเงินไปรักษา ไม่ได้ต้องการให้มาเป็นแบบนี้ นี่คุณมาแย่งเงินบริจาค มันอะไรเนี่ย มันถูกต้องเหรอ?

แมน : ผู้ใหญ่ทำด้วยเจตนาดี
ทนายแก้ว : เข้าใจ อาจมองว่าแบ่งปัน แต่จริงๆ ผู้ใหญ่ไม่มีอำนาจไปแบ่งแบบนั้น
แมน : พลาดไปหน่อยตรงไม่มีอำนาจ

แต่ไม่เป็นไร เป็นเจตนาที่ดี ก็ชื่นชม มันก็สามารถไปยื่นเรื่องเพิกถอนได้ ผมว่าต้องมีคนที่ได้บทเรียนจากเรื่องนี้ โอเคมั้ยยาย?
แมน : ทนายไพศาลช่วยเต็มที่อยู่แล้ว

ถ้าเขาช้าก็มาบอกผม ผมกระตุ้นให้?
ยายแจ๋ว : (หัวเราะ)

อยากให้พ่อกับวิชิต น้องชาย ไปคุยกันให้ดีๆ ไม่ได้ก้าวล่วง บางทีทนายความเขาอาจแนะนำอะไรคุณ แต่ต้องดูรูปธรรม ความเป็นจริงด้วย ว่าสุดท้ายแล้วคุณจะได้จริงหรือไม่ได้จริง จากที่คุณกำขี้ คุณจะกำตด จะไม่เหลืออะไรเลย จาก 1.1 ล้าน กับรถที่เขาให้คุณ วิชิตได้ 5 แสน จากที่คุณไม่มีชื่ออยู่ในนั้นเลย เขาเขียนให้ เขายอมแบ่งให้ แต่มาวันนี้บอกไม่เอาแล้ว กูจะเอาทั้งหมด ผมว่าก็ไม่เป็นธรรมนะ เพราะเงินพวกนี้เป็นเงินบริจาค ไม่ใช่เงินที่คุณทำมาหาได้กันมา แล้วลูกคุณทำมาหาได้ หรือคุณทำมาหาได้แล้วอยู่ในบัญชีลูกคุณ มันไม่ได้เป็นแบบนั้น?
แมน : แพนเขาไม่อยากให้น้ากับยายลำบาก ตอนนี้กลายเป็นว่าเงินถูกอายัดไปเลย สองคนนี้ไม่มีเงิน ต้องทำงานหาเงิน

น้ากับยายไม่มีเงินเลย?
นวลจันทร์ : ไม่มี ก็ต้องขายของต่อไป
ทนายแก้ว : ถ้าจะสู้ ต้องมี 5 ปีอย่างน้อย ถ้าตกลงกันไม่ได้นะ
ยายแจ๋ว : พอดีตายก่อน ยายไปก่อนแล้ว (หัวเราะ)

แมน : เขาจะกลับมารื้อหลังคาบ้านยาย เขาทำไม่ได้เนอะ
ทนายแก้ว : ถ้ายังทะเลาะ ก็ต้องอยู่กันแบบนี้

ไม่รู้ใครไปปั่นวิชิตกับพ่อ แกไม่เข้าใจข้อกฎหมาย คนตายให้สองคนนี้เป็นผู้จัดการมรดก?
แมน : เขาก็เห็นพินัยกรรม แต่ทนายฝั่งโน้นบอกว่าใช้ไม่ได้ ไม่มีตราครุฑ
ทนายแก้ว : พินัยกรรมหลักๆ มี 5 แบบ แต่ที่ยึดมีอยู่ 3 แบบ แบบเขียนเองทั้งฉบับ ต้องเขียนเอง ลงลายมือชื่อ ไม่ต้องมีพยาน ฉบับนี้คล้ายๆ เขียนเองทั้งฉบับ แต่เขาไม่ได้เขียน ก็ตัดทิ้งไป แบบที่สองคือพินัยกรรมฝ่ายเมือง ต้องไปที่อำเภอ แบบที่สามคือแบบนี้คือแบบธรรมดา มักทำที่สำนักงานทนายความ มีพยาน 2 คน แบบที่สามมีจุดเน้นตรงที่พยานลงลายมือชื่อ ต้องไม่มีส่วนได้เสียในพินัยกรรม ถ้าดิเรกมีชื่อเป็นผู้รับพินัยกรรมคือจบเลย แต่ดิเรกเป็นเพียงผู้จัดการ ผอ.เถิงนี่ไม่เกี่ยวอะไรเลย พินัยกรรมนี้สมบูรณ์ 100 เปอร์เซ็นต์

ไม่กลัวหน้าแตกเหรอแก้ว?
ทนายแก้ว : โห พี่ ผมถนัดเลย
แมน : เขากังวลว่าจะแพ้
ทนายแก้ว : บ้า พินัยกรรมฉบับนี้เขียนดีจริงๆ จะขอไปสอนเด็กนักเรียน ภาษาที่ใช้เป็นภาษาบ้านๆ เข้าใจง่าย ผู้ใหญ่เข้าไปคุยกับพ่อแพนเขาหน่อยสิครับ

ดิเรก : ผมก็เคยคุย บอกว่าถ้าไม่ทะเลาะ ตกลงกันได้ ก็โอเคทั้งสองฝ่าย
ทนายแก้ว : ตัวน้องชายแรงมั้ย
ดิเรก : น้องชายยิ่งไม่ค่อยพูดใหญ่เลย น่าจะพ่อมากกว่าที่เป็นคนพูด

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : เปิดข้อกฎหมายชัดๆ ศึกชิงมรดก เงิน น้องแพน 4.8 ล้าน เป็นของใคร หลังพ่อแท้ๆ ขอเป็นผู้จัดการมรดก

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...