TIA แจ้งความคืบหน้าการดำเนินคดีแบบกลุ่ม สำหรับผู้เสียหาย STARK
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย (TIA) ขอแจ้งความคืบหน้าของการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) สำหรับผู้เสียหายกลุ่มผู้ลงทุนในหุ้นสามัญ STARK ครั้งที่ 5/2567
กรณีเกิดเหตุการณ์ ว่า ศาลล้มละลายกลางมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด นายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ (หนึ่งในจำเลยในคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้ ซึ่งกลุ่มผู้ถือหุ้นได้ยื่นฟ้องบริษัท สตาร์ค คอร์ปอเรชั่น จำกัด (มหาชน) กับพวก และขอดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action) ซึ่งสมาคมส่งเสริม ผู้ลงทุนไทย ทำหน้าที่ให้ความช่วยเหลือ ผู้เสียหายกลุ่มผู้ลงทุนในหุ้นสามัญตามกระบวนการยุติธรรมเพื่อให้ได้รับการเยียวยาความเสียหายที่เกิดขึ้น
โดยเมื่อวันที่ 18 ธันวาคม 2567 ศาลแพ่งกรุงเทพใต้ได้โปรดมีคำสั่งอนุญาตให้เป็นการดำเนินคดีแบบกลุ่ม (Class Action ) ผลของคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดทำให้กลุ่มผู้ลงทุนในหุ้นสามัญในฐานะเจ้าหนี้ที่ประสงค์จะได้รับชำระหนี้จากกองทรัพย์สินของนายวนรัชต์ ตั้งคารวคุณ จะต้องยื่นขอรับชำระหนี้ต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี ภายในกำหนดเวลา 2 เดือน นับแต่วันที่มีการประกาศคำส่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดใน ราชกิจจานุเบกษาเท่านั้น
ดังนั้น เพื่อเป็นการรักษาสิทธิของผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK ทุกคน สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทยจึงแนะนำให้ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK ทุกท่าน ยื่นขอรับชำระหนี้ตามความเสียหายที่ตนได้รับต่อเจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ กรมบังคับคดี ภายในวันที่ 11 เมษายน 2568 (ประกาศคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาดเมื่อวันที่ 11 กุมภาพันธ์ 2568)
สมาคมส่งเสริมผู้ลงทุนไทย ขอแนะนำให้ผู้เสียหายกลุ่มผู้ถือหุ้นสามัญ STARK ที่ประสงค์จะยื่นคำขอรับชำระหนี้ ดำเนินการและจัดเตรียมเอกสารประกอบ ดังนี้
1. ดาวน์โหลดคำขอรับชำระหนี้ แบบฟอร์ม ล.29 ของกรมบังคับคดี และบัญชีรายละเอียดแห่งทรัพย์สินและหนี้สินอันเป็นหลักประกัน (ตาม QR Code) และกรอกข้อมูลให้ครบถ้วน
2. แนบเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ ดังนี้
2.1 หลักฐานแสดงการเป็นผู้ถือหุ้น STARK เช่น ใบยืนยันการซื้อขาย หรือ รายการเคลื่อนไหวหลักทรัพย์จากโบรกเกอร์ทุกธุรกรรมที่ได้รับความเสียหายจากการที่ STARK เปิดเผยงบการเงิน อันเป็นเท็จ
2.2 ตารางคำนวณมูลค่าความเสียหายหุ้นสามัญ (เป็นแบบฟอร์มคำนวนที่สามารถกรอกรายละเอียดได้ ตาม QR Code) ตารางคำนวณความเสียหายนี้จะใช้หลักคำนวณหาส่วนต่างระหว่างราคาซื้อขายและราคาที่แท้จริง (true price) ในช่วงระหว่างวันที่ 11 พฤษภาคม 2564 (วันที่ STARK เปิดเผยข้อมูลงบการเงิน ปี 2564 ไตรมาสที่ 1) ถึงวันที่ 16 มิถุนายน 2566 (วันที่มีการเปิดเผยข้อเท็จจริงว่างบการเงินมีข้อมูลอันเป็นเท็จ) ตามหลักการคำนวณค่าเสียหายคดีหมายเลขดำที่ พ.1061/2567 ทั้งนี้ หากเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นสามัญประสงค์จะใช้วิธีการคำนวณค่าเสียหายประการอื่น ก็สามารถแนบตารางคำนวณค่าเสียหายในรูปแบบอื่นประกอบคำขอรับชำระหนี้ได้เช่นกัน
2.3 ตารางคำนวณดอกเบี้ย กรณีประสงค์จะเรียกดอกเบี้ยร้อยละ 5 (ตามอัตราที่กฎหมายกำหนด) เจ้าหนี้สามารถคำนวณได้จนถึงวันที่ศาลมีคำสั่งพิทักษ์ทรัพย์เด็ดขาด (เป็นแบบฟอร์มคำนวนที่สามารถกรอกรายละเอียดได้ ตาม QR Code)
2.4 ประกอบรายการอื่นๆ คำฟ้องคดีแพ่งหมายเลขคดีดำที่ พ.1061/2567 ของศาลแพ่งกรุงเทพใต้และเอกสารในการนี้ เนื่องจากเจ้าหนี้รายที่ 1674 ได้ยื่นคำร้องขอตั้งเอกสารสำนวนกลางให้แก่เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นสามัญได้ใช้อ้างอิงแล้ว หากเจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นสามัญรายใดประสงค์จะใช้เอกสารที่ปรากฏในสำนวนกลาง สามารถยื่นคำร้องขอใช้เอกสารร่วมและระบุชื่อเอกสารได้โดยไม่ต้องแนบเอกสารรายการดังกล่าวอีก (โดยกรอกรายละเอียดคำร้องขอใช้เอกสารร่วมได้ ตาม QR Code) เจ้าหนี้ผู้ถือหุ้นสามัญสามารถดาวน์โหลดดูตัวอย่างคำขอรับชำระหนี้ได้ (ตาม QR Code)
3. การยื่นคำขอรับชำระหนี้ สามารถดำเนินการได้ 2 วิธี ดังนี้
3.1 ยื่นคำขอรับชำระหนี้และเอกสารหลักฐานประกอบ ด้วยตนเองต่อกรมบังคับคดี ณ 189/1 ถนนบางขุนนนท์ แขวงบางขุนนนท์ เขตบางกอกน้อย กรุงเทพมหานคร 10700 หรือ สำนักงานบังคับคดีจังหวัด
3.2 ยื่นขอรับชำระหนี้ ในคดีล้มละลายผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ผ่านทาง https://reqonline.led.go.th/online/pages/login.jsp โดยกรณียื่นคำขอรับชำระหนี้ผ่านช่องทางอิเล็กทรอนิกส์ หลังจากยื่นแล้วต้องสั งพิมพ์ (Print) คำขอรับชำระหนี้และเอกสารหลักฐานประกอบคำขอรับชำระหนี้ผ่านระบบ แล้วส่งให้เจ้าพนักงานพิทักษ์ทรัพย์ตามที่อยู่ของกรมบังคับคดีทางไปรษณีย์อีกครั้ง