เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง (เล่ม1อ่านฟรี)
ข้อมูลเบื้องต้น
ซูฮวา เซียนสาวพ่ายให้กับด่านเคราะห์ ถูกฟ้าผ่ากลายเป็นวิญญาณเร่ร่อน เพียงข้ามคืนได้เข้ามาอยู่ในร่างนักร้องสาวที่มีข่าวฉาวเรื่องลิปซิงค์ ถูกใส่ร้ายจนไร้อนาคตจึงตัดสินใจออกจากวงการแล้วหวนคืสู่อาชีพเดิมเปิด โปงพวกที่คิดร้ายต่อเจ้าของร่างนี้
ด้วยโชคชะตานำพา ทำให้เธอก้าวเข้าสู่เส้นทางการไลฟ์สด ไม่ว่าจะเป็นทำนายดวง จับผี หรือขายยันต์ ขอแค่มีเงิน เธอก็พร้อมให้บริการ!
ผู้ชมในไลฟ์สดต่างเฝ้ารอคอยให้เธอโดนแฉกลับบ้าง
จนกระทั่งข่าวดังระเบิดออกมา ซูฮวาทำนายดวง หลอกหลวงประธานกลุ่มธุรกิจ โจวซื่อหมิง ที่เพียงแค่ขยับตัวก็สะเทือนไปทั้งวงการธุรกิจ!
…………………………………
สวัสดีค่า ถงเยว่หลินมาแล้ว กับแนวดูดวงเหมือนเดิมเพิ่มเติมคือมีไลน์ความรักเข้ามาเกี่ยวข้องแล้ว
แต่ยังเน้นที่ตัวเอกหญิงเป็นหลักนะคะ เรื่องนี้นางเอกของเราเป็นเซียนสาวที่ประสบด่านเคราะห์
ถูกฟ้าผ่าจนกลายเป็นวิญญาณเร่รอน และได้เข้ามาอยู่ในร่างนักร้องที่มีพรสวรรค์
แต่กลับถูกกลั่นแกล้งจนเสียชื่อเสียง งานนี้ซูฮวาของเรานอกจากจะแก้แค้นให้เจ้าของร่างเดิมแล้ว
ยังคิดวิธีร่ำรวยจากการไลฟ์สดทำนายด้วยอีกด้วย
สำหรับเรื่อง เซียนสาวเกิดใหม่ขอไลฟ์สดทำนายดวง หลินหลินทำออกมาเป็น 3 เล่มจบะคะ
เล่ม1 ทำให้อ่านฟรี (26 ตอน) ส่วนเล่ม 2 - 3 เล่ม (เล่มละ 50 ตอน)
เล่ม 1 - 2 มาก่อนนะคะ หลัง 14 วัน ลงขายเล่ม 2 แบบ ebook ก่อนค่ะ
ส่วนรายตอนก็อัปเดตวันละ 1 ตอน หลังจบเล่ม 1 ติดเหรียญเล่ม 2 ล่วงหน้าวันละตอนนะคะ
ตอนนี้หลินหลินมี facebook แล้วไปกดติดตามความเคลื่อนไหวไว้น้าาาา
https://www.facebook.com/linlinauthor
บทที่1 วิญญาณข้ามภพ
ที่โรงพยาบาลประชาชนเมือง S
ในห้องผู้ป่วยที่เต็มไปด้วยผู้คนเดินเข้าออก มีหญิงสาวคนหนึ่งนอนอยู่บนเตียงหมายเลข 10 ใบหน้าของเธอซีดเซียวออกไปทางม่วงคล้ำ ไม่มีสีเลือดบนใบหน้าแม้แต่น้อย ราวกับว่าพร้อมจะสิ้นลมหายใจได้ทุกเมื่อ
เปลือกตาของหญิงสาวเริ่มกระตุกเล็กน้อย ดวงตากลอกไปมา มีท่าทีเหมือนกำลังจะฟื้นคืนสติ ครู่ต่อมาเธอลืมตาขึ้นช้าๆ ดวงตาขุ่นมัวไร้แวว มองไปยังเพดานเหมือนยังไม่มีสติสัมปชัญญะ
หลังจากตั้งสติอยู่พักหนึ่ง ก็เริ่มมองเห็นสิ่งต่างๆ รอบตัวอย่างชัดเจน ดวงตากลมหรี่ลงเล็กน้อย ความขุ่นมัวในแววตาค่อยๆ หายไป เผยให้เห็นประกายที่กระจ่างชัด ราวกับสายตานั้นสามารถมองทะลุถึงหัวใจคนได้
ดวงตาของเธอเปลี่ยนเป็นเย็นชาและแข็งกร้าว ไม่มีความหวาดกลัวหรืออ่อนโยนอย่างที่เคยมีมาก่อน ทันใดนั้นเอง ความเจ็บปวดรุนแรงก็แผ่ซ่านขึ้นมาในหัวของหญิงสาว ความทรงจำต่างๆ ทะลักเข้าสู่สมองอย่างไม่หยุดยั้ง ทำให้ศีรษะปวดตุบเหมือนใกล้ระเบิด
หญิงสาวหลับตาลงเล็กน้อย ขมวดคิ้วมุ่น พยายามอดทนต่อความเจ็บปวด มือที่กำแน่นจนขึ้นสีเขียวคล้ำ เส้นเลือดบนหลังมือปูดโปนออกมา ร่างกายของเธอสั่นสะท้านโดยไม่รู้ตัว
จนกระทั่งความทรงจำที่ยุ่งเหยิงเหล่านั้น ถูกจัดระเบียบได้เรียบร้อย อาการปวดตึงในศีรษะจึงเริ่มบรรเทาลง
เมื่อเธอลืมตาขึ้นอีกครั้ง หน้าผากเต็มไปด้วยเหงื่อเย็น ร่างกายที่อ่อนแรงทำให้หญิงสาว ดูบอบบางไร้เรี่ยวแรงมากยิ่งขึ้น
ในเวลาเดียวกัน ก็เริ่มเข้าใจสถานการณ์ของร่างนี้ได้ชัดเจน
เจ้าของร่างเดิมเป็นนักร้องปลายแถว ที่เข้าร่วมการแข่งขันร้องเพลงรายการหนึ่ง เธอกลายเป็นอุปสรรคต่อเส้นทางของคนอื่นและถูกใส่ร้าย ไม่เพียงแค่โดนกล่าวหาว่าลิปซิงค์เท่านั้น แต่ยังโดนโจมตีทางโลกออนไลน์อย่างหนัก
ในชั่วพริบตา เธอก็กลายเป็นคนที่ไม่มีใครต้องการ พบเจอแต่การถูกดูถูกเหยียดหยาม
ด้วยความที่เจ้าของร่างเดิมไม่มีอำนาจในการเจรจา บริษัทไม่เพียงไม่สืบหาความจริง แต่กลับเก็บเธอเข้ากรุ นักร้องสาวจึงทนไม่ไหวจนกระโดดน้ำฆ่าตัวตาย โชคดีที่มีคนพบและพาส่งโรงพยาบาล แม้จะรอดชีวิตมาได้ แต่จิตวิญญาณที่อยู่ในร่างนั้นกลับเปลี่ยนไป
ซูฮวา คือเซียนที่ไม่อาจต้านทานแรงกดดันของสายฟ้า ระหว่างการผ่านด้านเคราะห์ ทำให้วิญญาณของเธอกระจัดกระจาย และล่องลอยไปในอากาศ ก่อนจะมาพบกับร่างนี้ ที่เหมาะสมอย่างพอดิบพอดี แม้ร่างนี้จะยังไม่มั่นคงเท่าไหร่ แต่ก็ยังถือว่าได้ครอบครองอย่างสมบูรณ์แล้ว
หลังจากพักฟื้นอยู่ที่โรงพยาบาลสองวัน ซูฮวาก็ออกมาด้วยเงินที่เหลืออยู่น้อยนิด ในบัญชีของเจ้าของร่างเดิมนั้นก็ถูกใช้จนหมดเกลี้ยง ซูฮวาไปยังบ้านตามความทรงจำของร่างนี้ กลับไปที่ห้องเช่าซึ่งเป็นที่พักอาศัยชั่วคราว แต่เมื่อมาถึงประตูหน้ากลับพังจนเปิดออก ภายในห้องเต็มไปด้วยข้าวของ ที่กระจัดกระจายเกลื่อนพื้น
นอกจากการถูกคุกคามในโลกออนไลน์ ชีวิตจริงของเจ้าของร่างเดิม ก็ได้รับผลกระทบอย่างรุนแรงเช่นกัน เห็นได้ชัดว่าคนที่อยากใช้หญิงสาว เป็นตัวแทนรับเคราะห์นั้นช่างเหี้ยมโหด พวกเขาต้องการทำลายเธอจนไม่สามารถลุกขึ้นมาได้อีก
“ไม่ต้องห่วงนะ ฉันจะทวงความยุติธรรมให้เธอเอง ใครที่ใส่ร้ายเธอ คนพวกนั้นจะต้องชดใช้ในสิ่งที่พวกเขาทำแน่นอน นี่คือคำสัญญาของฉัน และเป็นสิ่งที่ฉันตอบแทนสำหรับการได้ใช้ร่างนี้”
ใบหน้าที่งดงามของซูฮวายังคงสงบนิ่ง ไม่มีความตื่นตระหนกแต่อย่างใด เธอยังคงใจเย็น ไม่แม้แต่จะกระพริบตากับสิ่งที่อยู่ตรงหน้า เหมือนทุกสิ่งรอบตัวไม่อาจสั่นคลอนเธอได้
ขณะที่เริ่มเก็บข้าวของ เจ้าของบ้านก็วิ่งเข้ามาในสภาพหอบเหนื่อย มือเท้าเอว พูดด้วยน้ำเสียงที่เต็มไปด้วยความไม่พอใจ ท่าทีดุดันเหมือนอยากจะกลืนเธอลงท้อง
“ซูฮวา! ฉันให้เธอเช่าบ้าน ตอนแรกเราตกลงกันว่าเธอจะดูแลรักษาบ้านให้ดี แต่เห็นสภาพตอนนี้ไหม! ผนังโดนหมึกสาดจนดำปี๋ เฟอร์นิเจอร์ก็โดนทุบจนพังหมด แบบนี้เธอต้องจ่ายค่าเสียหายทั้งหมด! ฉันคงทนให้เธออยู่ที่นี่ต่อไปไม่ได้แล้ว รีบจ่ายเงินแล้วออกไปซะ! ถ้ายังให้อยู่ต่อบ้านหลังนี้คงถูกพังจนหมดแน่!”
ซูฮวาเงยหน้ามองอีกฝ่ายอย่างใจเย็น ไม่มีทีท่าตื่นตกใจแม้แต่น้อย
เจ้าของบ้านเป็นผู้หญิงรูปร่างธรรมดา ใบหน้าเรียบง่าย แต่โหนกหน้าผากอวบอิ่ม แสดงให้เห็นถึงความเป็นคนมีน้ำใจ ถึงปากจะคมกริบและพูดจาโผงผาง แต่ลึกๆ แล้วก็ไม่ได้เป็นคนใจร้าย แต่บริเวณรอบดวงตาหล่อนกลับมีเงาสลัวหม่นหมอง มีพลังงานด้านลบที่บ่งบอกถึงความทุกข์ยาก ที่อาจเกิดกับลูกหลานในอนาคตอันใกล้
“ฉันไม่มีเงินจ่ายค่าชดเชยให้คุณหรอกค่ะ” ซูฮวาตอบด้วยน้ำเสียงเรียบเฉย
เจ้าของบ้านได้ยินดังนั้นก็จ้องจนตาแทบถลน ใบหน้าเต็มไปด้วยความโกรธจัด “คนสมัยนี้นี่ช่างหน้าด้านจริงๆ เธอเป็นแค่เด็กสาวตัวเล็กๆ ฉันเห็นว่าเธอน่าสงสารถึงยอมให้เช่าบ้าน แล้วทำข้าวของเสียหาย ยังกล้ามาไม่จ่ายค่าเสียหายอีกหรือ? นี่มันไร้ยางอายเกินไปแล้ว!” ถ้ารู้ว่าเป็นแบบนี้ ตอนนั้นฉันไม่มีวันให้เธอเช่าบ้านเด็ดขาด”
เสียงด่าดังเป็นชุดจนไม่มีคำไหนซ้ำกัน แสดงถึงความสามารถในการด่าอย่างชัดเจน แต่ซูฮวายังคงสงบนิ่ง รอให้เจ้าของบ้านพูดจบแล้วจึงกล่าวขึ้นช้าๆ
“แม้ว่าฉันจะไม่มีเงินจ่ายค่าเสียหาย แต่ฉันสามารถดูดวงให้คุณได้ ถือว่าใช้หนี้ค่าเสียหายแล้วกัน ดูจากใบหน้าของคุณป้าแล้ว ลูกสาวของคุณน่ากำลังจะเผชิญเรื่องร้ายแรง คู่รักของเธอนอกใจ ทำให้เธอคิดสั้นกรีดข้อมือฆ่าตัวตาย”
เจ้าของบ้านฟังแล้วก็คิดว่ามั่วเหลวไหล
“เธอไม่มีเงินจ่ายแล้วจะมาเล่นเป็นหมอดูงั้นเหรอ? ชีวิตของลูกสาวฉันนึกว่าฉันไม่รู้เหรอ? ทั้งคู่รักกันดี จะถูกนอกใจจนฆ่าตัวตาย มันจะเป็นไปได้ยังไง? ลูกสาวฉันเป็นคนร่าเริงสดใส ไม่มีทางทำอะไรที่สิ้นหวังแบบนั้นหรอก”
ซูฮวายังคงมองเจ้าของบ้านด้วยท่าทีสงบ ดวงตาใสกระจ่างจนคนที่สบตาด้วยรู้สึกสงบใจโดยไม่รู้ตัว ราวกับเชื่อถือเธอได้
“จริงหรือไม่ คุณไปดูให้เห็นกับตาก็จะรู้เอง ฉันมีเงินมัดจำ และข้าวของที่เสียหายก็ไม่ได้มากมายอะไร คุณแค่ลองไปดูสักครั้ง มันไม่เสียหายหรอกค่ะ” ซูฮวากลัวว่าอีกฝ่ายจะไม่เชื่อ เสียงพูดเน้นหนักแน่นขึ้น “ฉันกล้ารับประกันว่าถ้าคุณไม่ไปดู คุณจะต้องเสียใจไปตลอดชีวิต ฉันเองก็ไม่มีที่จะไป ไม่หนีหายไปไหนแน่ค่ะ และคุณเองก็ไม่ใช่คนขาดเงิน จะเสี่ยงเอาลูกสาวตัวเองมาเสี่ยงทำไมกันล่ะ?”
เจ้าของบ้านถูกโน้มน้าวจนใจสั่น รีบคว้ารถไฟฟ้าขี่ตรงไปหาลูกสาวอย่างรวดเร็ว คิดในใจว่าถ้าสิ่งที่ซูฮวาพูดเป็นเรื่องโกหก จะต้องเอาค่าเสียหายคืนเป็นสองเท่า
ขณะเดียวกัน ซูฮวามองดูบ้านที่เลอะเทอะวุ่นวายตรงหน้า ขมวดคิ้วแน่น จุดตันเถียนของเธอว่างเปล่า ไม่สามารถรวบรวมพลังได้เลย แต่หวังจะพึ่งพลังภายนอกจัดการปัญหาคงเป็นไปไม่ได้เช่นกัน
ซูฮวาหลับตาภาวนาเรียก อาณาเขต ไม่นานพื้นที่เล็กๆ ขนาดสิบตารางเมตรก็ปรากฏขึ้น แม้ไม่กว้างขวาง แต่กลับมีบ่อน้ำวิญญาณ แม้ว่าจะช่วยได้ไม่มากในด้านการฝึกฝน แต่สำหรับคนทั่วไป น้ำนี้สามารถเสริมสร้างร่างกายได้
สิ่งนี้เหมาะกับร่างกายอ่อนแออย่างเธอที่สุด
ซูฮวาแช่ตัวในน้ำจากบ่อน้ำวิญญาณ ปล่อยให้มันชำระล้างร่างกาย เวลาผ่านไปสิบกว่านาที เธอก็ลุกขึ้นจากน้ำร่างกายมนุษย์ธรรมดา หากแช่นานเกินไปจะส่งผลเสียมากกว่าผลดี เธอจึงต้องพอแค่พอดี ร่างกายที่เคยหมดแรงกลับเต็มไปด้วยพลังในทันที ใบหน้าซีดเซียวกลับมามีเลือดฝาด ไม่ดูคล้ำม่วงอีกต่อไป แม้กระนั้น ซูฮวาก็ยังคงขมวดคิ้วอย่างไม่พอใจ เธอไม่ชอบใจร่างกายนี้เอาเสียเลย มันอ่อนแอมาก ไม่มีแม้แต่เรี่ยวแรงจะสู้กับผู้ชายที่แข็งแรง
สำหรับเธอแล้ว นี่เป็นสิ่งที่ทำให้รู้สึกไม่มีความปลอดภัย หญิงสาวถอนหายใจ ไม่สามารถเปลี่ยนแปลงอะไรได้ จึงต้องอยู่รอดไปก่อน จึงเริ่มเก็บกวาดบ้านที่เลอะเทอะ หยิบของที่ควรเก็บ ทิ้งของที่ควรทิ้ง ยังคงท่าทางสงบเยือกเย็นเหมือนเดิม ดูเหมือนไม่มีสิ่งใดที่จะทำให้เธอหวั่นไหวได้
ในตอนนี้หญิงสาวยากจนไร้เงิน ทำได้เพียงอยู่ในบ้านเล็กๆ นี้ไปก่อน หากหาเงินได้เมื่อไร ค่อยวางแผนเรื่องต่อไป ค่อยๆ ก้าวไปทีละก้าว พรุ่งนี้เมื่อเจ้าของบ้านกลับมา เธอจะไม่ติดหนี้อีกต่อไป สำหรับเซียนที่ฝึกฝนมาอย่างเคี่ยวกรำ สิ่งที่ต้องระวังที่สุดคือการมีกรรมติดตัว เธอจะไม่เป็นหนี้ใคร เพราะไม่เช่นนั้นจะต้องจ่ายในราคาที่สูงกว่าเดิม
ตอนแรกมาแล้วค่ะทุกคนน ฝากซูฮวาไว้ในอ้อมใจด้วยน้าา
เล่ม 1 ปล่อยฟรีกำลังรีไรท์อยู่ เมื่อเสร็จแล้วจะเอามาลงแบบ ebook ให้อ่านกันน้า
สำหรับรายตอนก็รอติดตามกันได้เลย อัปเดตทุกวันค่า
บทที่2 ตกอับในวงการ
เจ้าของบ้านเชื่อครึ่งไม่เชื่อครึ่งในคำพูดของหญิงสาว แม้ในใจจะมองว่าเป็นเรื่องไร้สาระ แต่ลึกๆ กลับรู้สึกหวั่นใจไม่น้อย เมื่อสบตากับสายตาที่สงบนิ่ง และใสกระจ่างของซูฮวา ราวกับถูกชักนำโดยบางสิ่ง เจ้าของบ้านจึงยอมขี่รถไฟฟ้าไปยังห้องพักของลูกสาวด้วยใจตุ้มๆ ต่อมๆ
แม้ว่าจะไม่ได้เจอหน้าลูกสาวมากว่าสิบวัน แต่ยังคิดว่าคำพูดของซูฮวาเป็นเพียงข้ออ้าง เพื่อหลีกเลี่ยงการจ่ายค่าซ่อมแซมเท่านั้น
“ไหนๆ ก็มาถึงแล้ว” เจ้าของบ้านคิดในใจ
เธอตั้งใจแค่จะมาเยี่ยมลูกสาวสักหน่อย และถือโอกาสพิสูจน์ว่าคำพูดของซูฮวานั้นผิด เมื่อไขกุญแจเปิดประตูเข้าไป ก็เดินสำรวจรอบห้องพร้อมตะโกนเรียกลูกสาวไปด้วย แต่พอเดินเข้าไปถึงห้องน้ำ เธอก็ต้องตะลึงเมื่อเห็น เฉินเสี่ยวเจิน นอนอยู่ในอ่างอาบน้ำ มือทั้งสองข้างมีรอยกรีดลึก เลือดสดๆ ไหลหยดลงพื้น
เจ้าของบ้านหน้าซีดเผือด รีบวิ่งเข้าไปกดห้ามเลือดและโทรแจ้งรถพยาบาลทันที
ในขณะที่ลูกสาวถูกส่งตัวเข้าห้องฉุกเฉิน เจ้าของบ้านถึงกับหมดแรง ทรุดลงนั่งกับพื้นเก้าอี้ในโรงพยาบาล เธอยังไม่อยากเชื่อว่า ลูกสาวที่สดใสร่าเริงขนาดนั้นจะคิดสั้นได้
“มันเกิดอะไรขึ้นกันแน่?”
สองวันหลังจากเฉินเสี่ยวเจินฟื้นขึ้นมาและได้พูดคุยกัน เจ้าของบ้านจึงได้รู้ว่าเรื่องทั้งหมด เกิดจากการหลงรักผู้ชายคนหนึ่ง ชายคนนี้มีบุคลิกอบอุ่นนุ่มนวล และพวกเขาคบกันอย่างหวานชื่นมาสองเดือน โดยที่ไม่เคยบอกใคร
จนกระทั่งวันหนึ่ง ภรรยาของชายคนนั้นมาหา ทำให้ลูกสาวของเธอ รู้ว่าตนเองตกเป็นมือที่สามโดยไม่รู้ตัว ความเจ็บปวดและเสียใจอย่างรุนแรง ทำให้ตัดสินใจกรีดข้อมือตัวเอง
หลังจากเฉินเสี่ยวเจินออกจากโรงพยาบาล เจ้าของบ้านจึงพาลูกสาวมาขอบคุณซูฮวา
เซียนหญิงเพียงแค่เหลือบมองลูกสาวของเจ้าของบ้าน ก่อนเอ่ยอย่างราบเรียบ “เส้นทางชีวิตของเธอเปลี่ยนไปแล้ว หลังผ่านวิกฤตนี้ อีกสามปีข้างหน้าจะพบรักแท้ ใช้ชีวิตกับครอบครัวอย่างมีความสุข เลี้ยงลูกสองคนอย่างอบอุ่น”
เมื่อได้ยินเช่นนั้น เจ้าของบ้านจึงมอบซองแดงใบโตใส่มือของซูฮวา แต่หญิงสาวปฏิเสธอย่างสุภาพ
“ฉันบอกแล้วว่าจะดูดวงชดเชยค่าเสียหายของบ้าน เราถือว่าหายกันค่ะ ฉันไม่รับเงินนี้”
แต่เจ้าของบ้านกลับไม่ยอมง่ายๆ “หากไม่ได้คำเตือนจากเธอ ฉันคงต้องเสียลูกสาวไป ฉันเป็นหนี้บุญคุณเธออย่างมหาศาล ถือว่าเป็นคำขอบคุณ บ้านฉันเองก็ไม่ได้เสียหายอะไรใหญ่โต ต่อไปนี้เธอจะอยู่ที่นี่โดยไม่ต้องกังวลเรื่องค่าเช่าอีกแล้ว”
ท้ายที่สุด ซูฮวาทำได้เพียงถือซองแดงที่หนักอึ้งไว้ในมือ พลางคิดในใจอย่างสับสน
“ยังมีคนมาเร่งยัดเงินให้แบบนี้อีกเหรอ?”
ในซองแดงนั้นมีเงินถึง 20000 หยวน!
หญิงสาวยักไหล่เล็กน้อยก่อนเก็บเงินเข้ากระเป๋าเป้ โดยคิดว่าจะบริจาคครึ่งหนึ่งในภายหลัง ตอนนี้สิ่งที่จำเป็นต้องทำคือไปบริษัทเพื่อยกเลิกสัญญา แม้ตัวเธอในอดีตจะเป็นนักร้องที่ไม่ค่อยมีชื่อเสียง แต่ก็ไม่ยอมให้ใครมาควบคุมชีวิตอีกต่อไป
ซูฮวาคว้ากระเป๋า ใส่หน้ากากอนามัย แล้วมุ่งหน้าไปที่บริษัททันที
บริษัทฮั่วอวี้มิวสิค
เมื่อก้าวเท้าเข้าไปในบริษัท เธอก็สัมผัสได้ถึงสายตาแปลกๆ จากพนักงานต้อนรับที่อยู่ด้านหน้า จึงกวาดตามองรอบๆ ด้วยสัญชาตญาณ ที่มุมขวามีรูปปั้นเทพเจ้าตั้งอยู่ ดูเหมือนว่าผู้บริหารบริษัทจะเชื่อเรื่องศาสตร์ลี้ลับ แต่การจัดวางดูผิดที่ผิดทาง
ใกล้ๆ กับรูปปั้นเทพเจ้ามีตู้ปลาขนาดใหญ่ตั้งอยู่ ซึ่งตามหลักฮวงจุ้ยแล้ว การตั้งตู้ปลาไว้ใกล้รูปปั้นเทพเจ้า อาจส่งผลให้เทพเจ้าถูกดึงลงน้ำ เป็นลางที่ไม่ดีและอาจทำให้โชคลาภรั่วไหล ไม่น่าแปลกใจเลยที่นักร้องจากบริษัทนี้ไม่เคยมีชื่อเสียงโด่งดัง
ขณะที่เธอดึงสายตากลับมา ก็ได้ยินเสียงพูดคุยด้วยน้ำเสียงเหยียดหยาม
พนักงานต้อนรับคนที่หนึ่ง “นี่มันคนแบบไหนกัน? ยังกล้ามาที่บริษัทอีก หน้าหนาขนาดนี้เลยเหรอ?”
พนักงานต้อนรับคนที่สอง “ใช่เลย! ถ้าไม่มีความสามารถก็ควรหลบไปให้ไกลๆ ทำไมยังกล้ามาโผล่หน้าอีกล่ะ? ทำเรื่องหน้าอายบนเวทีไว้ยังกล้ามาอีก ไม่เจียมตัวเลยจริงๆ”
พนักงานต้อนรับคนที่หนึ่ง “คนแบบนี้อยู่ในบริษัทเรา มีแต่จะลดระดับความน่าเชื่อถือ! ถ้าเป็นฉันคงไม่กล้าออกจากบ้านแล้วล่ะ”
ซูฮวาหูไวได้ยินทุกคำพูดชัดเจน เธอเงยหน้าขึ้นเล็กน้อย ส่งสายตาเย็นชาและเต็มไปด้วยความดูถูก มองไปยังพนักงานต้อนรับทั้งสอง ทั้งคู่หน้าตาธรรมดา รูปหน้าแหลม มีริ้วรอยจากสิวเต็มหน้า ยิ่งแต่งหน้ายิ่งดูแย่
คนแบบนี้จะทำอะไรได้มากกว่านี้ล่ะ? นอกจากมาเป็นพนักงานต้อนรับ
หญิงสาวหันไปมองพนักงานต้อนรับคนที่สองด้วยสายตาที่เย็นชา ก่อนพูดด้วยน้ำเสียงเรียบแต่เฉียบขาด “พูดจาไร้สาระแบบนี้ แถมยังชอบเหยียดคนอื่นเพื่อยกตัวเอง มันแค่ทำให้ดูโง่เท่านั้นแหละ คนที่หน้ามีแต่รอยสิว แถมยังทำแท้งจนเป็นนิสัย สร้างเวรสร้างกรรมมาเยอะแล้ว อย่าพูดจาปากเสียอีกเลย จะได้ไม่ต้องเจอเรื่องโชคร้ายซ้ำซาก”
“เธอไม่รู้สึกหรือไง? ทั้งที่อากาศร้อน แต่กลับมีความเย็นยะเยือกแผ่รอบตัว นั่นเพราะลูกๆ ของเธอกำลังยืนเบียดกันอยู่รอบตัวไง พวกเขาอยากอุ่นและเข้ามากอดเธอ สามคนเป็นผู้หญิง อีกคนเป็นผู้ชาย ทุกคนเกาะแขนขาเธออยู่ คืนนี้ยังคิดว่าจะนอนหลับสบายอยู่หรือเปล่า?”
“ตอนกลางคืนเหมือนถูกภูเขาไท่ซานหล่นทับ นอนหลับเหมือนไม่ได้หายใจ พยายามตื่นแต่ก็ลืมตาไม่ขึ้น ยิ่งนอนยิ่งรู้สึกหมดแรง แม้แต่รองพื้นหนาเตอะ ก็ยังปกปิดความอ่อนล้าไม่มิด เอาเวลาที่ยุ่งเรื่องคนอื่น ไปหาวิธีช่วยตัวเองดีกว่า!”
พนักงานต้อนรับคนที่สองหรือ เสี่ยวอวี้ ได้ยินแล้วตัวสั่นสะท้าน ความรู้สึกเย็นวาบไล่ขึ้นมาจากในใจ ขนลุกซู่ทั่วร่าง สายตาเริ่มมองไปรอบๆ อย่างระแวดระวัง เธอเอ่ยปากพูดด้วยน้ำเสียงสั่นเครือ
“เลิกพูดเรื่องไร้สาระเถอะ! เธอมันบ้าไปแล้ว! ตัวเองลิปซิงค์จนเสียชื่อเลยสติแตก แล้วมาพูดจาใส่ร้ายคนอื่น เธอนั่นแหละควรหัดพูดอะไร ให้มันเป็นมงคลกับตัวเองบ้าง!”
ซูฮวาเผยรอยยิ้มบางๆ บนใบหน้าเย็นชา แต่กลับแฝงไปด้วยความดูถูกอย่างชัดเจน “เหรอ? ก็ขอให้เธอปากแข็งแบบนี้ได้ตลอดนะ ถ้าถูกพวกเขาตามติดจริงๆ ต้องการความช่วยเหลือมาหาฉันได้ ฉันยินดีดูดวงให้ สามพันต่อหนึ่งครั้ง รับรองไม่หลอกลวง”
พูดจบซูฮวาก็ยืดตัวตรง เดินมุ่งหน้าไปที่ลิฟต์อย่างไม่สนใจ เธอไม่อยากเสียเวลา กับคนที่ชอบพูดจาเหยียดหยามและไม่ใส่ใจข้อเท็จจริง พวกนี้เป็นแค่ตัวตลกเท่านั้น
“ไม่รู้จักพูดให้มันเป็นมงคล ชอบพูดให้คนอื่นเสียหาย วันหนึ่งต้องชดใช้ในสิ่งที่ทำไว้แน่ๆ”
หลังจากซูฮวาเดินจากไป พนักงานต้อนรับคนแรกหันไปมองคนข้างๆ ด้วยสีหน้าดูถูก
“ดูเหมือนชีวิตส่วนตัวเธอจะวุ่นวายน่าดูเลยนะ”
เสี่ยวอวี้หน้าแข็งกระด้าง พยายามเถียงกลับ “ก็แค่คำพูดไร้สาระ! ถ้าเธอเก่งขนาดนั้นจริง ทำไมถึงถูกดองในวงการ? ถ้ารู้อนาคตได้ขนาดนั้นก็คงดังไปแล้ว เธอแค่ทำอะไรไม่สำเร็จ เลยมาพูดใส่ร้ายคนอื่น!”
แม้ปากจะพูดว่าไม่เชื่อ แต่ในใจกลับรู้สึกหวาดกลัว จนแทบอยากวิ่งไปหาเครื่องรางมาคุ้มครองทันที คำพูดนักร้องตกอับคนนั้นช่างน่าขนลุก จนเธอรู้สึกหนักอึ้งไปทั้งตัว แขนขาเริ่มชาเหมือนมีอะไรมากดทับไว้
อย่าซ่ากับอาจารย์ซูนะจ๊ะ โดนทักทีมีสะดุ้ง!
บทที่3 ยกเลิกสัญญา
ซูฮวาเดินขึ้นบันไดไปด้วยท่าทีสงบนิ่ง บริษัทฮั่วอวี้มิวสิคตั้งอยู่บนชั้น 3 มีศิลปินระดับปลายแถวแบบเจ้าของร่างเดิมนับไม่ถ้วนที่เข้ามาเพื่อหาโอกาสแจ้งเกิด แต่ถ้าคว้าโอกาสไม่ได้ ก็มีแต่จะกลายเป็นคนธรรมดาที่ไม่มีใครสนใจ
เจ้าของร่างเดิมเป็นหนึ่งในคนที่ถูกทอดทิ้ง แน่นอนว่าคงไม่มีใครมองเขาอีก
ดังนั้นเมื่อซูฮวาไปพบผู้จัดการส่วนตัว สีหน้าอีกฝ่ายแทบไม่มีการเปลี่ยนแปลง ราวกับว่าการมองเธอเพิ่มอีกเพียงเสี้ยววินาที เป็นการสิ้นเปลืองพลังงาน
“ใครให้เธอมาที่นี่? โอกาสดีๆ ยังคว้าไม่ได้ กลายเป็นหมากตัวแทนให้คนอื่น แล้วคิดจะมาทำตัวขวางหูขวางตาอีกเหรอ?”
ซูฮวาจ้องมองอีกฝ่ายด้วยสายตาเยือกเย็น ไม่แยแสต่อคำเหน็บแนม ผู้จัดการมีคิ้วบาง และยังมีรอยแหว่งตรงกลาง บ่งบอกชัดเจนว่าเป็นคนเย็นชาไร้น้ำใจ อีกทั้งหางตายังชี้ขึ้น ยิ่งแสดงถึงความเห็นแก่ตัว คนแบบนี้สนใจแค่ผลประโยชน์ของตัวเอง ไม่เคยใส่ใจชีวิตคนอื่น
ซูฮวากล่าวจุดประสงค์ของเธอด้วยน้ำเสียงราบเรียบ “ฉันมายกเลิกสัญญาค่ะ”
ผู้จัดการหัวเราะเยาะหลังฟังจบ “เธอมีเงินเหรอ? อยากยกเลิกก็ได้ 50000 หยวน ถึงแม้ว่าเธอจะไม่มีวันได้แจ้งเกิด แต่การยกเลิกสัญญา ก็ไม่ใช่เรื่องที่ใครจะทำได้ง่ายๆ ฮั่วอวี้ไม่ใช่ที่ที่อยากมาก็มา อยากไปก็ไป”
ซูฮวาจ้องอีกฝ่ายนิ่งๆ แล้วตอบกลับทันที “10000 หยวน ยกเลิกสัญญา”
ผู้จัดการมองหญิงสาวเหมือนมองคนบ้า “ฝันไปเถอะ! คิดว่าที่นี่เป็นบ้านเธอเหรอไง? อยากยกเลิกก็ยกเลิก อยากจ่ายเท่าไหร่ก็จ่าย นี่เธอมันโง่จริงๆ”
ซูฮวาพูดด้วยน้ำเสียงเรียบเฉยเช่นเดิม “ผู้จัดการคะ คุณรู้ดีอยู่แก่ใจ ว่าลูกชายของคุณเป็นลูกที่เกิดกับแฟนเก่า สามีของคุณไม่เคยรู้ใช่ไหมล่ะ ถ้าคุณไม่อยากให้เรื่องนี้รั่วไหลออกไป ก็จัดการยกเลิกสัญญาให้ฉันซะ ค่าชดเชยการยกเลิกสัญญาคือ 10000 หยวน แม้แต่หยวนเดียวก็ไม่เพิ่มไม่ลด ส่วนเรื่องที่คุณจะไปพูดคุยกับบริษัทอย่างไร นั่นก็เรื่องของคุณ”
ผู้จัดการตกใจจนลุกขึ้นยืน ดวงตาเต็มไปด้วยความหวาดกลัว ความลับที่เก็บไว้มิดชิดขนาดนั้น ซูฮวาไปรู้มาได้ยังไง? เรื่องราวที่ไม่มีใครล่วงรู้ ถูกปกปิดไว้อย่างแนบเนียน
เธอรู้จักกับสามีจากการนัดดูตัว หลังแต่งงานสามีช่วยเหลือเธอมากมาย แม้แต่งานนี้ก็เป็นสามีที่ช่วยหาให้
แต่เพราะงานยุ่งจนไม่มีเวลา ทำให้เธอต้องอยู่คนเดียวบ่อยครั้ง ครั้งหนึ่งในขณะที่ดื่มเหล้าปลดทุกข์ บังเอิญเจอแฟนเก่า และด้วยอารมณ์ชั่ววูบจึงพลาดพลั้งไป หากไม่ใช่เพราะมารู้ภายหลัง ว่ากรุ๊ปเลือดของลูกชายไม่ตรงกับสามี เธอคงเชื่อมาตลอดว่าเป็นลูกของเขา
ตอนนี้เรื่องถูกเปิดโปง จะไม่ตกใจได้อย่างไร? เรื่องนี้จะเปิดเผยไม่ได้เด็ดขาด ชีวิตที่สงบสุขเช่นนี้ เธอไม่อยากเสียมันไป
“เธอก็ใจเย็นๆ หน่อยเถอะ ฉันจะไปคุยกับบริษัทให้เอง เดี๋ยวจัดการเสร็จแล้วจะโทรหา”
ซูฮวาไม่สนใจสีหน้าที่เปลี่ยนไปมาอย่างกะทันหันของอีกฝ่าย เธอพูดอย่างเย็นชา “ไปตอนนี้เลยค่ะ ฉันไม่อยากเสียเวลารอ ถ้าคุณทำไม่ได้ ก็มาดูกันว่าใครจะอดทนกับผลลัพธ์ได้มากกว่ากัน สำหรับฉันที่ไม่มีอะไรจะเสีย ฉันไม่สนอะไรอยู่แล้ว แต่สำหรับคุณ ชีวิตที่สบายๆ แบบนี้ยังจะมีอยู่อีกหรือเปล่าก็ไม่แน่ใจ คุณคงไม่อยากปล่อยมือจากผู้ชายที่ทุ่มเทให้แบบนี้หรอกใช่ไหมล่ะ? ไหนจะลูกชายคุณอีก เร็วๆ นี้ สามีของคุณกำลังจะได้เลื่อนตำแหน่ง อนาคตไกลเชียวนะ”
น้ำเสียงของซูฮวาฟังเหมือนไม่ได้ใส่ใจอะไร แต่กลับแฝงด้วยคำขู่บางอย่าง
ผู้จัดการตกใจจนเหงื่อแตกพลั่ก รับปากซ้ำแล้วซ้ำอีกก่อนจะรีบร้อนออกไปจัดการ อันที่จริงการยกเลิกสัญญาไม่ใช่เรื่องใหญ่โตอะไร แต่การถูกจับจุดอ่อนแบบนี้ กลับเป็นเรื่องที่น่ากลัวที่สุด จึงไม่กล้าชักช้ารีบไปหาคนมาเจรจา
ไม่นานนัก ผู้จัดการก็ได้เอกสารสัญญายกเลิกมาในมือ พร้อมกับรีบวิ่งกลับมาอย่างเร่งรีบ เพราะกลัวว่าหากช้ากว่านี้อีกฝ่ายจะเปิดโปงความลับ ช่วงเวลาราวหนึ่งชั่วโมงนั้นทำให้ผู้จัดการตื่นตระหนกจนเหงื่อชุ่มแผ่นหลัง
ซูฮวาไม่ได้รู้สึกสงสารแต่อย่างใด คนที่น่าสงสารก็มักจะมีส่วนที่น่ารังเกียจเสมอ โดยเฉพาะคนที่เหยียบคนล้มเพื่อยกตัวเองขึ้นมาแบบนี้ จึงไม่คิดจะเสียเวลาไปกับคนพวกนี้แม้แต่น้อย
หลังจากตรวจสอบสัญญาเรียบร้อย ซูฮวาก็เซ็นชื่อและประทับตราให้มีผลทันที เธอหยิบเงิน 10000 หยวนวางลงบนโต๊ะ จ้องมองผู้จัดการอย่างจริงจัง
“อย่าสร้างเวรกรรมให้มากเกินไป แทงข้างหลังศิลปินบ่อยๆ ระวังจะไม่มีใครอยากจ้างคุณอีกในอนาคต อย่าคิดว่าไม่มีหลักฐานแล้วจะอยู่สุขสบายได้ตลอดเวลา ทำกรรมไว้มาก ระวังผลกรรมจะย้อนกลับมาหา”
สายตาของซูฮวาเย็นเฉียบดุจใบมีดน้ำแข็ง ราวกับแทงทะลุถึงกระดูก อีกฝ่ายถึงกับตัวสั่น หดถอยหลังไปโดยไม่รู้ตัวและไม่กล้าสบตา ซูฮวายกมุมปากขึ้นเล็กน้อยเผยรอยยิ้มเย้ยหยัน ก่อนจะเดินจากไป
ไม่ถึงหนึ่งสัปดาห์ ความโชคร้ายก็มาเยือนผู้จัดการคนนั้น ตอนนี้ซูฮวากับเจ้าของร่างเดิมกลายเป็นคนคนเดียวกันแล้ว ผลกรรมที่ได้รับล่วงหน้า ก็ถือว่าเป็นสิ่งที่สมควรอยู่แล้ว หลังจากออกจากบริษัท หญิงสาวได้นำเงินทั้งหมดไปบริจาค
จากนั้นเธอก็เริ่มสืบหาข้อมูล ของคนที่เคยกดขี่ร่างเดิม
หนึ่งในนั้นคือซุนเหนียนเหนียน
ในฐานะนักร้องที่กำลังถ่ายทำรายการแข่งขันร้องเพลง เพื่อชิงตำแหน่งแชมป์ประจำซีซั่นนี้ การสืบข้อมูลของเธอไม่ใช่เรื่องยาก ซุนเหนียนเหนียนเป็นคนที่สร้างภาพลักษณ์ได้อย่างสมบูรณ์แบบ ใบหน้าหวาน บุคลิกอ่อนโยน ทำให้ได้รับความนิยมจากผู้ชมเป็นจำนวนมาก
นักร้องคนนี้เหยียบย่ำคนอื่นเพื่อไต่เต้า จนกลายเป็นนักร้องอันดับหนึ่ง อัลบั้มที่ปล่อยออกมาก็ขายหมดเกลี้ยงในเวลาไม่นาน เธอกลายเป็นนักร้องที่มีชื่อเสียงโด่งดังระดับประเทศ นี่คือความสำเร็จที่เธอควรจะได้รับตามเส้นทางชีวิตเดิม
แต่เมื่อซูฮวาเข้ามาครอบครองร่างนี้ ความสำเร็จนั้นจะไม่เกิดขึ้นอีก
ในฐานะเซียน การใช้ร่างของผู้อื่นย่อมต้องชดเชย สิ่งที่เจ้าของร่างเดิมไม่อาจแก้ไขได้ เธอต้องจัดการกับความอัดอั้น และความไม่ยุติธรรมทั้งหมดเพื่อให้ทุกอย่างลงตัว รอบชิงชนะเลิศของรายการนี้จะมีขึ้นในอีกสองวัน ซึ่งเป็นวันมะรืน ช่วงเย็นวันนี้จะเปิดระบบจองบัตรเข้าชม
ซูฮวาไม่ได้เพียงแค่ต้องการไป เธอต้องการไปเปิดโปงซุนเหนียนเหนียนต่อหน้าทุกคน ดึงหล่อนลงมาจากบัลลังก์อันหอมหวาน ให้หล่อนได้สัมผัสถึงความรู้สึกของการถูกคนอื่นเล่นงาน ดังนั้นสิ่งสำคัญที่สุดในตอนนี้ คือการจองบัตรให้ได้
หลังจากร่างนี้ผ่านการชำระล้างด้วยน้ำศักดิ์สิทธิ์ ร่างกายที่เปราะบางก็เปลี่ยนไปอย่างสิ้นเชิง แม้จุดตันเถียนยังว่างเปล่า แต่การใช้พลังเล็กๆ น้อยๆ อย่างการจองบัตรนั้นง่ายดาย
ในที่สุดซูฮวาก็ได้บัตรเข้าชมมาครอบครอง ตราบใดที่เธอได้เข้าไปในงาน ไม่ว่าจะนั่งตรงไหนก็ไม่สำคัญ การจ่ายเงินราคาแพงเพื่อนั่งแถวหน้า ให้กับอีกฝ่ายนั้นช่างไร้ค่าเกินไป ไม่คิดว่าอีกฝ่ายสมควรได้รับสิ่งนั้น
ซูฮวาลูบท้องที่ยังคงว่างเปล่าของตัวเอง ในเมื่อร่างนี้เป็นเพียงมนุษย์ธรรมดา การหาอาหารเติมพลังเป็นสิ่งจำเป็น แต่เธอไม่ใช่คนที่ถนัดทำอาหาร และฝีมือการทำอาหารของเจ้าของร่างเดิมก็เข้าขั้น "สิ้นหวัง"
ดังนั้น เธอตัดสินใจที่จะออกไปหาอะไรกินข้างนอก ตอนเย็นแผงขายอาหารข้างทาง ตั้งเรียงรายเต็มสองข้างถนน มองไปทางไหนก็มีแต่ของกินน่าลิ้มลอง ซูฮวาเดินเรื่อยเปื่อยไปตามถนน จนกระทั่งกลิ่นหอมเย้ายวน จากร้านหนึ่งทำให้เธอหยุดเดินโดยไม่รู้ตัว
หญิงสาวมาหยุดอยู่หน้าร้านที่ขายบะหมี่เย็น มองดูเจ้าของร้านคนหนึ่ง กำลังคนเส้นบะหมี่อย่างคล่องแคล่ว กลิ่นหอมยิ่งกระตุ้นต่อมน้ำลายจนเธอรู้สึกหิวมากขึ้น ซูฮวาไม่ใช่คนที่ชอบอดกลั้นความต้องการของตัวเอง ถ้าอยากกินเธอก็กิน สั่งหนึ่งชามแล้วไปนั่งรอที่โต๊ะ
ขณะที่กำลังกินอยู่นั้น กลิ่นหอมและรสชาติอร่อยของบะหมี่เย็น ทำให้จดจ่ออยู่กับอาหาร จนลืมสิ่งรอบข้างไปหมด ชามแรกหมดไปอย่างรวดเร็ว แต่ความรู้สึกหิวก็ยังไม่หายไป จึงไม่ลังเลที่จะสั่งอีกชาม เมื่อกินจนรู้สึกอิ่มท้องเต็มที่แล้ว ความหิวที่เคยกวนใจก็หายไป ทำให้เธอรู้สึกอารมณ์ดีขึ้นอย่างเห็นได้ชัด
ใบหน้าของหญิงปรากฏรอยยิ้มบางๆ ให้ความรู้สึกสดชื่น และมีเสน่ห์จนใครมองก็รู้สึกสะดุดตา
เซียนสาวของเราไม่ใช่ร่างใครฟรีๆ ใครที่เคยรังแกเจ้าของร่างเตรียมตัวเตรียมใจไว้เลย
***แก้ไขจำนวนเงินยกเลิกสัญญาค่ะ พิมพ์ 0 ตกไปตัว***