สอนลูกทำรายรับรายจ่าย : 5 เทคนิคสอนลูกบริหารเงินด้วยตัวเองตั้งแต่ยังเล็ก
หากคุณพ่อคุณแม่เคยคิดว่า คงจะไม่สามารถสอนให้ลูกในวัยเด็กเล็กให้เข้าใจเรื่องการเงินได้ งานวิจัยจากมหาวิทยาลัยเคมบริดจ์ (University of Cambridge) โดย Dr. David Whitebread นักจิตวิทยาด้านพัฒนาการเด็ก ได้เผยข้อมูลที่น่าสนใจว่า เด็กอายุ 3 ขวบ เริ่มเข้าใจแนวคิดพื้นฐานบางอย่าง เช่น การแลกเปลี่ยน การรอคอย และแม้กระทั่งการออมเล็กๆ ได้ และพอเข้าใกล้ช่วงอายุ 5-7 ปี เด็กๆ จะเริ่มมีพฤติกรรมเกี่ยวกับการใช้เงินที่สะท้อนแนวโน้มทางการเงินในอนาคตได้เลย เช่น เด็กที่ใช้เงินเก่ง มักเติบโตเป็นผู้ใหญ่ที่มีปัญหากับการออม ในขณะที่เด็กที่สามารถรอและอดใจได้นั้น มีแนวโน้มจะจัดการการเงินได้ดีเมื่อโตขึ้นดังนั้น การ สอนลูกทำรายรับรายจ่าย จึงเป็นอีกหนึ่งวิธีที่จะช่วยให้เด็กเรียนรู้เรื่องการจัดการเงินด้วยตัวเองตั้งแต่เล็ก และปลูกฝังให้มีวินัยทางการเงินเมื่อโตขึ้นได้อีกด้วยนอกจากนี้ การ สอนลูกทำรายรับรายจ่าย ไม่ได้ส่งผลดีต่อความเข้าใจและวินัยในการใช้เงินเท่านั้น แต่ยังเป็นบทเรียนที่สอนให้ลูกเรียนรู้เรื่องความอดทน (อยากได้แล้วไม่ได้) การวางแผน (เก็บเงินตามเป้าหมาย) การมีวินัย (รู้จักเก็บออมอย่างสม่ำเสมอ) และการรับผิดชอบต่อการตัดสินใจของตัวเองอีกด้วยรู้ข้อดีอย่างนี้แล้ว เรามาดูวิธีสอนแบบง่ายๆ ที่คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกเรียนรู้และทำตามได้จริงในชีวิตประจำวันกันดีกว่าค่ะ1. เริ่มต้นจากเรื่องใกล้ตัว
คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนลูกทำรายรับรายจ่าย ด้วยการทำให้เป็นกิจวัตรประจำวันและเป็นเรื่องง่ายใกล้ตัว เช่น ลองให้ลูกบันทึกว่าแต่ละวัน ได้รับเงินจากพ่อแม่เท่าไร และใช้เงินนั้นไปกับอะไรบ้าง เช่น ซื้อขนมวันละกี่บาท เหลือเงินกี่บาท ค่อยๆ จดบันทึกทุกวัน แล้วมาลองดูว่าในหนึ่งสัปดาห์ ลูกได้เงินจากคุณพ่อคุณแม่กี่บาท ใช้จ่ายเงินไปกับค่าอะไรบ้าง และสุดท้ายลูกมีเงินเหลือพอที่จะเอาไปซื้ออย่างอื่นที่ลูกอยากได้หรือไม่แค่นี้ก็ทำให้เด็กๆ เริ่มเห็นภาพแล้วว่าการใช้เงินของตัวเองเป็นอย่างไร หากวันไหนมีรายจ่ายเยอะ เงินก็จะหมด หากวันไหนรายจ่ายน้อย ก็จะมีเงินออมนั่นเอง2. ส่งเสริมให้ลูกจดด้วยตัวเองทุกวัน (ถ้าทำได้)
เด็กๆ อาจจะขาดความสม่ำเสมอในการทำบันทึกรายรับรายจ่าย แต่คุณพ่อคุณแม่สามารถช่วยสร้างแรงจูงใจและกระตุ้นให้ลูกลงมือบันทึกด้วยตัวเอง เช่น เลือกซื้อสมุดเล่มเล็กที่ลูกชอบ ในแต่ละสัปดาห์อาจนำสมุดมาเปิดดูเพื่อให้คำชม หรือช่วยลูกวางแผนเก็บเงินเพื่อเป้าหมายบางอย่าง เช่น เอาไว้ซื้อของเล่นช่วงปิดเทอม หรือให้รางวัลเล็กๆ น้อยๆ เช่น สติกเกอร์สะสมคะแนนที่ลูกสามารถจดรายรับรายจ่ายของตัวเองได้อย่างสม่ำเสมอได้3. เปลี่ยนการทำรายรับรายจ่ายให้เป็นเรื่องสนุก
การทำบัญชีรายรับรายจ่ายไปเรื่อยๆ อาจไม่ใช่เรื่องสนุกสำหรับเด็กๆ คุณพ่อคุณแม่จึงต้องมีกลยุทธ์มาช่วยให้ลูกรู้สึกสนุกตื่นเต้นและมีแรงจูงใจที่จะบันทึกรายรับรายจ่ายของตัวเองต่อไป เช่น ลองชวนลูกนั่งจดบัญชีรายรับรายจ่ายด้วยกันทุกเย็น คุณพ่อคุณแม่ก็มานั่งสรุปการใช้เงินของตัวเองให้ลูกรับรู้ด้วย แล้วคุยกันว่าพรุ่งนี้จะวางแผนใช้เงินยังไง หรือจะออมเงินไปซื้อของที่อยากได้อย่างไร นอกจากจะเป็นการฝึกการคิดวางแผนไปด้วยแล้ว ยังทำให้ลูกเห็นคุณพ่อคุณแม่ออมเงินอย่างมีเป้าหมาย คิดก่อนใช้จ่าย ลูกก็จะเรียนรู้พฤติกรรมเหล่านั้นอย่างเป็นธรรมชาติ4. ฝึกให้ลูกรู้จักเป้าหมายทางการเงินแบบง่ายๆ
คุณพ่อคุณแม่สามารถสอนให้ลูกรู้ว่าการจดบันทึกรายรับรายจ่าย จะทำให้ลูกมองเห็นเป้าหมายทางการเงินของตัวเองได้ชัดเจน เช่น ถ้าลูกอยากได้ของเล่นราคา 300 บาท จากบันทึกการใช้เงินของลูกที่ผ่านมา ลูกจะมีเงินค่าขนมเหลือกลับมาจากโรงเรียนวันละ 10 บาท งั้นลองมาคำนวณกันว่าลูกจะต้องใช้เวลากี่วันถึงจะเก็บเงินได้ครบ 300 บาท หรือถ้าลูกคิดว่ามันนานเกินไป ลูกต้องการเก็บเงินวันละ 20 บาท จะสามารถลดค่าใช้จ่ายในแต่ละวันส่วนไหนได้บ้าง สิ่งเหล่านี้ลูกสามารถใช้บันทึกรายรับรายจ่ายของตัวเองเป็นเครื่องมือช่วยในการวางแผนได้อย่างดีเลยล่ะค่ะ5. สอนเรื่องเงินด้วยการให้เงินแบบมีจุดประสงค์
สำหรับลูกที่เริ่มโต เช่น ขึ้นชั้นประถม แทนที่คุณพ่อคุณแม่จะให้เงินเป็นรายวัน อาจลองเปลี่ยนเป็นให้เงินค่าขนมลูกเป็นรายสัปดาห์ แล้วปล่อยให้ลูกลองบริหารจัดการเงินทั้งสัปดาห์เองว่าจะใช้อย่างไร ใช้วันละเท่าไร หากลูกใช้เงินเยอะเกินไปตั้งแต่วันแรกๆ ก็ต้องอดทนรอให้ถึงวันที่จะได้เงินของสัปดาห์หน้า การทำเช่นนี้เด็กๆ จะได้เรียนรู้เรื่องการควบคุมตัวเองและการวางแผนการใช้เงินล่วงหน้าอีกด้วยอ่านบทความ: ลูกชอบเล่นขายของ: 4 เทคนิค สอนแนวคิดทางธุรกิจและการเงินให้ลูกตั้งแต่ยังเล็กอ้างอิงpbs.orgPrimewayfcuWealthbuilders