เปิดช่องทางอันหลากหลายเพื่อให้ “บุคคลประชาธิปไตย” สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ — เส้นทางสี จิ้นผิง(169)
เปิดช่องทางอันหลากหลายเพื่อให้ “บุคคลประชาธิปไตย” สามารถแสดงความคิดเห็นได้อย่างเต็มที่ -- เส้นทางสี จิ้นผิง(169)
“การสนทนาไตรมาสอี๋ว์ซาน”นำมาซึ่งแรงสั่นสะเทือนทางความคิดแก่ผู้คนในยุคนั้นอย่างมาก------การเปิดกว้างให้แสดงความคิดเห็นต่องานแนวร่วมอย่างเต็มที่สามารถทำได้จริงถึงเพียงนี้!
ก่อนหน้านี้ หลายคนมองว่างานแนวร่วมเป็นเพียงการทำงานที่ไร้รูปธรรม------จะทำหรือไม่ทำก็ไม่เห็นความแตกต่าง จะดำเนินการหรือไม่ก็ไม่มีผลใด ๆ อย่างไรก็ตาม แท้จริงแล้ว งานแนวร่วมเป็นงานที่เกี่ยวข้องกับผู้คนโดยตรง หากต้องการให้การทำงานแนวร่วมสัมฤทธิ์ผล ก็ต้องยึดหลัก “ทำทันที ทำให้จริง" เช่นกัน จึงจะเกิดผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรมอย่างมีประสิทธิภาพได้
ภายใต้การชี้แนะของนายสี จิ้นผิง งานแนวร่วมจึงมุ่งเน้นการดำเนินงานอย่างเป็นขั้นตอน ตั้งแต่ก่อนดำเนินการ ระหว่างดำเนินงาน และหลังดำเนินการ โดยมีการขับเคลื่อนอย่างจริงจัง เช่น การวางแผนงานสำคัญและการร่างเอกสารเชิงชี้นำต้องผ่านการสำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยล่วงหน้า ระหว่างการวางแผนงานสำคญและการปฏิบัติตามเอกสารสำคัญต้องมีการตรวจสอบ และภายหลังการปฏิบัติตามมาตรการสำคัญต้องมีการประสานงาน ติดตาม และผลักดันให้เกิดผลสำเร็จ
ด้วยการยึดหลักการทำงานแนวร่วมที่มุ่งเน้นผลลัพธ์ที่เป็นรูปธรรม นายสี จิ้นผิงจึงได้สร้างช่องทางที่หลากหลายขึ้นเรื่อย ๆ เพื่อเปิดโอกาสให้“บุคคลประชาธิปไตย”สามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่และรวมพลังของผู้คนจำนวนมากขึ้นเพื่อเข้ามามีส่วนร่วมในการสร้างสรรค์การเมืองประชาธิปไตย
ขณะดำรงตำแหน่งรองเลขาธิการคณะกรรมการพรรคคอมมิวนิสต์จีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน นายสี จิ้นผิงได้เสริมสร้างระบบติดต่อประสานงานระหว่างหน่วยงานภาครัฐของมณฑลกับพรรคและบุคคลประชาธิปไตยอีกระดับ ผลักดันให้กลไกการประชุมปรึกษาหารือ เช่น การประชุมปรึกษาหารือของบุคคลภายนอกพรรค และการประชุมหารือรายปักษ์ ฯลฯ ให้มีความสมบูรณ์ยิ่งขึ้น นอกจากนี้ ยังได้เรียกประชุมหัวหน้าหน่วยงานต่าง ๆ ที่เกี่ยวข้องหลายครั้งเพื่อรับฟังผลการสำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยของบุคคลจากพรรคการเมืองประชาธิปไตยและบุคคลที่ไม่สังกัดพรรคการเมือง พร้อมทั้งกำชับให้มีการพิจารณาและตอบสนองต่อข้อเสนอเหล่านั้นอย่างจริงจัง การประชุมที่เปิดโอกาสให้บุคคลภายนอกพรรคสามารถแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่เหล่านี้ เรียกกันอย่างเสน่หาว่า “การสนทนาขณะจิบชา”
“ต้องเปิดกว้างให้มีการแสดงความคิดเห็นอย่างเต็มที่ สนับสนุนและส่งเสริมให้กรรมการ (หมายถึง สมาชิกสภาปรึกษาการเมือง) จำนวนมากแสดงความคิดเห็นและให้ข้อเสนอแนะเกี่ยวกับแนวทาง นโยบายและกิจการงานต่างๆ ของทั้งพรรคและรัฐบาล พยายามบรรลุซึ่ง ‘พูดทุกเรื่องที่รู้ พูดให้หมดเปลือกทุกครั้ง’” นี่คือ คำกล่าวของนายสี จิ้นผิงเมื่อครั้งทำงานที่เมืองฝูโจว ทุกปีในช่วงการประชุมสองสภาของประเทศ (หมายถึง การประชุมสภาผู้แทนประชาชนแห่งชาติและสภาปรึกษาการเมืองประชาชนแห่งชาติ) เขาจะมอบหมายให้ผู้แทนจากเมืองฝูโจวที่เข้าร่วมประชุมรวบรวมความคิดเห็นและข้อเสนอแนะจากผู้แทนที่มีถิ่นกำเนิดในมณฑลฝูเจี้ยนเกี่ยวกับการพัฒนาและการบริหารจัดการเมือง รวมถึงการคมนาคมและด้านอื่นๆของเมืองฝูโจว เพื่อนำกลับมารายงานให้เขาทราบ และจะต้องดำเนินการให้เกิดผลลัพธ์แบบ“ทุกเรื่องมีการดำเนินการ ทุกปัญหามีคำตอบ”
“ต้องยืนหยัดระบบปฏิบัติที่ได้ผลในรูปแบบต่างๆ เช่น การประชุมปรึกษาหารือ การประชุมสัมมนา การประชุมชี้แจง และการสนทนาแลกเปลี่ยนอย่างตรงไปตรงมาอย่างต่อเนื่อง พร้อมทั้งปรับปรุงให้ดียิ่งขึ้นผ่านการปฏิบัติจริง” ในเดือนเมษายน ปี 1998 ขณะกล่าวรายงานเรื่องการการทำงานแนวร่วมของมณฑลฝูเจี้ยน นายสี จิ้นผิงเน้นย้ำว่า “ความคิดเห็น ข้อเสนอแนะและผลการสำรวจข้อมูลประกอบการวิจัยที่พรรคการเมืองและกลุ่มประชาธิปไตยนำเสนอเพื่อมีส่วนร่วมในกิจการบ้านเมืองนั้น ต้องดำเนินการและติดตามผลอย่างจริงจัง”
เดือนเมษายน ปี 1996 เป็นวาระที่ “การให้คำปรึกษาและข้อเสนอแนะ” ซึ่งเป็นวารสารภายในของคณะกรรมการสมาคมสร้างชาติประชาธิปไตยแห่งประเทศจีนประจำมณฑลฝูเจี้ยน ครบรอบ 10 ปี นายสี จิ้นผิงได้เขียนคำจารึกให้ว่า “เสนอข้อคิดเห็นเพื่อแสวงหาสัจธรรม ติดตามตรวจตราให้เกิดผลลัพธ์ที่แท้จริง”
แปลเรียบเรียงโดย ภาคภาษาไทย ศูนย์เอเชียแอฟริกา สถานีวิทยุและโทรทัศน์กลางแห่งประเทศจีน(CMG)
ติดตามตอนก่อนหน้าได้ที่