ญี่ปุ่น อัตราเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ วิกฤตประชากรรุนแรง กดดันภาคธุรกิจรับมือภาวะขาดแคลนแรงงาน
ญี่ปุ่น อัตราเกิดต่ำสุดเป็นประวัติการณ์ วิกฤตประชากรรุนแรง กดดันภาคธุรกิจรับมือภาวะขาดแคลนแรงงาน-รายได้ภาษีของรัฐบาลลดลง
วันที่ 27 กุมภาพันธ์ 2568 สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า จำนวนการเกิดในญี่ปุ่นลดลงสู่ระดับต่ำสุดเป็นประวัติการณ์อีกครั้ง สะท้อนถึงความท้าทายที่เพิ่มขึ้นของประเทศในการแบกรับภาระค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมที่พุ่งสูงขึ้น ท่ามกลางจำนวนแรงงานที่เสียภาษีลดลงอย่างต่อเนื่อง
กระทรวงสาธารณสุขของ ญี่ปุ่น เผยแพร่ข้อมูลเบื้องต้นเกี่ยวกับประชากรว่า จำนวนเด็กเกิดใหม่ในปี 2567 ลดลง 5% จากปีก่อนหน้า เหลือ 720,988 คน นับเป็นปีที่ 9 ติดต่อกันที่จำนวนการเกิดลดลง ตามข้อมูลประชากรเบื้องต้นที่กระทรวงสาธารณสุขญี่ปุ่นเผยแพร่เมื่อวันพฤหัสบดี ซึ่งถือเป็นตัวเลขต่ำที่สุดนับตั้งแต่เริ่มมีการบันทึกในปี 1899
ในขณะเดียวกัน จำนวนผู้เสียชีวิตเพิ่มขึ้น 1.8% สู่ระดับสูงสุดเป็นประวัติการณ์ที่ 1.62 ล้านคน ส่งผลให้จำนวนประชากรโดยรวมลดลงมากที่สุดในรอบปีตามรายงานที่เผยแพร่ออกมา
การลดลงของอัตราการเกิดที่ต่อเนื่องนี้เป็นปัญหาเร่งด่วนของรัฐบาล ซึ่งต้องเผชิญกับภาระหนี้สูงสุดในบรรดาประเทศพัฒนาแล้ว โดยกองทุนการเงินระหว่างประเทศ (IMF) คาดการณ์ว่ายอดหนี้สาธารณะของญี่ปุ่นในปีนี้จะอยู่ที่ 232.7% ของผลิตภัณฑ์มวลรวมภายในประเทศ (GDP)
แนวโน้มนี้ยังเป็นส่วนหนึ่งของปรากฏการณ์ที่เกิดขึ้นทั่วโลก เกาหลีใต้อัตราการเกิดเพิ่มขึ้นเล็กน้อยในปีที่ผ่านมาเป็นครั้งแรกในรอบ 9 ปี แต่อยู่ที่ 0.75 ซึ่งยังต่ำกว่าระดับที่จำเป็นต่อการรักษาจำนวนประชากร ในขณะที่ฝรั่งเศสเผชิญกับอัตราการเกิดที่ลดลงเร็วที่สุดในรอบครึ่งศตวรรษ ส่วนจีนก็กำลังเผชิญกับการลดลงของประชากรเป็นปีที่ 3 ติดต่อกัน
โดยจำนวนแรงงานที่ลดลงส่งผลให้รายได้ภาษีของรัฐบาลลดลง และเพิ่มแรงกดดันต่อภาคธุรกิจที่ต้องรับมือกับภาวะขาดแคลนแรงงาน
นับตั้งแต่จำนวนประชากรวัยทำงานของญี่ปุ่นถึงจุดสูงสุดในปี 1995 ตลาดแรงงานของประเทศก็อยู่ในภาวะตึงตัวมาโดยตลอด โดยอัตราการว่างงานอยู่ที่ 2.4% ซึ่งต่ำที่สุดในบรรดาประเทศสมาชิก OECD และยังคงต่ำกว่า 3% มาเกือบสี่ปี คาดการณ์ว่าในปี 2040 ญี่ปุ่นจะเผชิญกับปัญหาขาดแคลนแรงงานถึง 11 ล้านคน ตามข้อมูลจากสถาบัน Recruit Works Institute
ในปี 2567 บริษัทญี่ปุ่นจำนวน 342 แห่งต้องล้มละลาย เนื่องจากวิกฤตขาดแคลนแรงงาน ซึ่งเป็นตัวเลขสูงสุดเป็นประวัติการณ์ ตามรายงานจากบริษัทวิจัย Teikoku Databank
ขณะที่ ค่าใช้จ่ายด้านสวัสดิการสังคมของ ญี่ปุ่น ยังคงเพิ่มขึ้น เนื่องจากสัดส่วนของประชากรที่เข้าสู่วัยเกษียณเพิ่มขึ้นอย่างต่อเนื่อง สำหรับปีงบประมาณที่เริ่มต้นในเดือนเมษายน รัฐบาลได้จัดสรรงบประมาณ 37.7 ล้านล้านเยน (253 พันล้านดอลลาร์) สำหรับสวัสดิการสังคม ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 20% ในช่วงทศวรรษที่ผ่านมา
ระบบบำนาญของญี่ปุ่นยังเผชิญแรงกดดัน เนื่องจากมีผู้จ่ายเงินสมทบลดลง ขณะที่จำนวนผู้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้น ในช่วงสองทศวรรษที่ผ่านมา จำนวนผู้จ่ายเงินเข้ากองทุนบำนาญลดลงประมาณ 3 ล้านคน ในขณะที่จำนวนผู้รับผลประโยชน์เพิ่มขึ้นเกือบ 40% ตามข้อมูลของกระทรวงสวัสดิการ
การลดลงของอัตราการเกิดส่วนหนึ่งเป็นผลมาจากความลังเลของคนรุ่นใหม่ในการมีบุตร แม้ว่ารัฐบาลจะพยายามกระตุ้นให้ประชาชนมีบุตรเพิ่มขึ้น โดยนายกรัฐมนตรีชิเกรุ อิชิบะ กำลังเดินหน้ามาตรการสนับสนุนมูลค่า 3.6 ล้านล้านเยน ซึ่งครอบคลุมการช่วยเหลือพ่อแม่มือใหม่ และการปรับปรุงสภาพการทำงานของเจ้าหน้าที่ดูแลเด็ก
แม้รัฐบาลจะเพิ่มงบประมาณสนับสนุนด้านการเกิด แต่จำนวนทารกเกิดใหม่ยังต่ำกว่าตัวเลขคาดการณ์หลักของสถาบันวิจัยประชากรและความมั่นคงทางสังคมแห่งชาติ ซึ่งเคยคาดการณ์ว่าจะมีทารกเกิดใหม่ 779,000 คนในปี 2567
อ้างอิง : bloomberg.com