โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ธุรกิจ-เศรษฐกิจ

‘ลานีญา’ มาช้า ล่าไปปลายปี ฝนใต้หนัก จับตา 'พายุไต้ฝุ่น' ทะลุเข้าไทย

ประชาชาติธุรกิจ

อัพเดต 24 เม.ย. 2568 เวลา 00.23 น. • เผยแพร่ 24 เม.ย. 2568 เวลา 00.15 น.

กรมอุตุนิยมวิทยา ได้ประกาศให้ประเทศไทยเข้าสู่ช่วงฤดูร้อนประจำปี 2568 เมื่อวันที่ 28 กุมภาพันธ์ที่ผ่านมา โดยมีปริมาณน้ำใช้การได้ทั้งประเทศ ณ วันที่ 21 เมษายน อยู่ที่ 21,142 ล้าน ลบ.ม. หรือมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมา 1,833 ล้าน ลบ.ม. (ปริมาณน้ำใช้การช่วงเดียวกันของปี 2567 อยู่ที่ 19,310 ล้าน ลบ.ม.) มีเฉพาะภาคตะวันออกเฉียงเหนือกับภาคใต้เท่านั้น ที่ปริมาณน้ำใช้การได้ในขณะนี้น้อยกว่าปีที่ผ่านมา -611 ล้าน ลบ.ม. หรือ 2,582 ล้าน ลบ.ม.ในปีนี้ ขณะที่ปี 2567 อยู่ที่ 3,195 ล้าน ลบ.ม.

ส่วนปริมาณน้ำใช้การได้ของภาคใต้ขณะนี้ “น้อยกว่า” ช่วงเดียวกันของปีที่ผ่านมา -33 ล้าน ลบ.ม. (ปี 2568 อยู่ที่ 3,892 ล้าน ลบ.ม. ปี 2567 อยู่ที่ 3,925 ล้าน ลบ.ม.) ส่วนปริมาณน้ำใช้การได้ของภาคกลาง ซึ่งเป็นแหล่งปลูกข้าวสำคัญของประเทศอยู่ที่ 484 ล้าน ลบ.ม. หรือมากกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 400 ล้าน ลบ.ม.

อย่างไรก็ตาม ในส่วนของที่ลุ่ม 2 ฝั่งแม่น้ำเจ้าพระยาในปีนี้ ซึ่งมี 4 เขื่อนหลักของประเทศ (ภูมิพล-สิริกิติ์-แควน้อยบำรุงแดน-ป่าสักชลสิทธิ์) บริหารจัดการน้ำอยู่ ปรากฏทั้ง 4 เขื่อนหลักมีปริมาณน้ำใช้การรวมกัน ณ วันที่ 21 เมษายนอยู่ที่ 7,443 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 41 (ช่วงเวลาเดียวกันของปีที่ผ่านมาอยู่ที่ 5,058 ล้าน ลบ.ม. หรือร้อยละ 28) โดยเขื่อนที่มีปริมาณน้ำใช้การได้สูงสุด 2 เขื่อน ได้แก่ เขื่อนภูมิพล 3,840 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 40 กับเขื่อนสิริกิติ์ 2,955 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 44

เตรียมตัวรับมือลานีญา

นายชวลิต จันทรรัตน์ ประธานกรรมการ บริษัท ทีม คอนซัลติ้ง เอนจิเนียริ่ง แอนด์ แมเนจเมนท์ หรือ TEAMG ในฐานะวิศวกรและผู้เชี่ยวชาญแหล่งน้ำ ได้กล่าวถึงสถานการณ์น้ำในประเทศหลังเข้าสู่ช่วงฤดูแล้งว่า จากการบริหารจัดการน้ำของกรมชลประทาน เชื่อว่าจะสามารถประคับประคองการใช้น้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภค การเกษตรกรรม-อุตสาหกรรม จนผ่านเข้าสู่ช่วงฤดูฝนได้

โดยมีตัวแปรสำคัญอยู่ที่การเกิดปรากฏการณ์ลานีญา (La Nina) หรือฝนมากน้ำมาก จะเกิดขึ้นในช่วงไหนของปีนี้ โดยปรากฏการณ์นี้เกิดขึ้นต่อเนื่องหลังจากที่ประเทศไทยพึ่งผ่านพ้น ปรากฏการณ์เอลนีโญ (Ei Nino) หรือฝนน้อยน้ำน้อย ในฤดูแล้งปี 2567

ทั้งนี้ จากแบบจำลองล่าสุดขององค์การบริหารมหาสมุทรและชั้นบรรยากาศแห่งชาติสหรัฐ (NOAA) หรือ IRI/CPC Pacific Nino 3.4 SST Model Outlook ณ วันที่ 14 เมษายน 2568 ชี้ว่า สภาพภูมิอากาศปัจจุบันอยู่ในสภาวะที่เป็นกลาง หรือ ENSO-neutral หรือเป็นปีภูมิอากาศปกติ มีโอกาส “มากกว่า” ร้อยละ 50 ที่สภาพภูมิอากาศปกตินี้จะต่อเนื่องไปจนถึงเดือนสิงหาคม-ตุลาคม โดยอุณหภูมิของผิวน้ำทะเล ณ จุดต่าง ๆ ในเขตศูนย์สูตร-ตอนกลางของมหาสมุทรแปซิฟิก มีค่าใกล้เคียงในทางต่ำกว่าค่าเฉลี่ยของปีปกติ ส่วนในด้านตะวันออกมีค่าสูงกว่าค่าเฉลี่ย

ภาวะค่าเฉลี่ยตามแบบจำลองนี้สามารถอธิบายได้ว่า โอกาสที่สภาพภูมิอากาศในประเทศไทยจะเข้าสู่ช่วงฝนมากน้ำมาก หรือ “ลานีญา” อาจจะต้องเป็นช่วงหลังเดือนสิงหาคม-ตุลาคม ดังนั้นในช่วงฤดูแล้งตั้งแต่เดือนเมษายน-พฤษภาคม-มิถุนายน-กรกฎาคม ก็จะเกิดฝนตกภายในประเทศตามปีปกติ (สภาพเป็นกลาง-ENSO-neutral) ซึ่งต้องอาศัยการบริหารจัดการน้ำจากอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่และขนาดกลางของประเทศเพื่อประคับประคองสถานการณ์น้ำให้ผ่านพ้นช่วงฤดูแล้งไปให้ได้

“กรณีที่ลานีญาอาจจะเกิดขึ้นในช่วงปลายปี หรือหลังจากเดือนสิงหาคมเป็นต้นไป ภาคใต้ของประเทศจะได้รับผลกระทบจากฝนมากน้ำมาก เพราะช่วงเดือนพฤศจิกายน-ธันวาคม เป็นช่วงฤดูฝนของภาคใต้ ขณะที่ภาคอีสานก็จะเกิดฝนตกตามปกติ ไม่มีฝนมากน้ำมากจากปรากฏการณ์ลานีญาเข้ามาเติมให้ จากเดิมที่ NOAA เคยคาดการณ์กันไว้ว่า ลานีญาจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนเป็นต้นไป อย่างไรก็ตาม หากติดตามสภาพน้ำในภาคตะวันออกเฉียงเหนือในฤดูแล้งนี้ คาดการณ์จะประสบปัญหาภัยแล้งในบริเวณอีสานตอนใต้ แถบจังหวัดบุรีรัมย์-สุรินทร์ และที่น่าเป็นห่วงมากที่สุดจะเป็นที่บริเวณโคราช ที่อ่างเก็บน้ำหลัก ๆ มีปริมาณน้ำน้อยมาก” นายชวลิตกล่าว

อีสานใต้เกิดภัยแล้ง

ในภาคตะวันออกเฉียงเหนือ ซึ่งประกอบไปด้วยอ่างเก็บน้ำหลักขนาดใหญ่ 12 แห่ง กับขนาดกลางอีก 226 แห่ง ปัจจุบันเหลือน้ำใช้การได้ 2,585 ล้าน ลบ.ม. หรือน้อยกว่าช่วงเวลาเดียวกันของปี 2567 ที่ -611 ล้าน ลบ.ม. เฉพาะที่บริเวณอีสานใต้เกิดวิกฤตน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่ลดลงต่ำมาก โดยเฉพาะอย่างยิ่ง เขื่อนลำตะคอง ซึ่งเป็นแหล่งน้ำหลักของ อ.เมือง จ.นครราชสีมา ปัจจุบันเหลือน้ำใช้การได้แค่ 30 ล้าน ลบ.ม. หรือคิดเป็นร้อยละ 10 เท่านั้น

ในขณะที่อ่างเก็บน้ำในเขื่อนบริเวณใกล้เคียงอย่าง เขื่อนลำนางรอง มีปริมาณน้ำใช้การได้เหลือ 35 ล้าน ลบ.ม. หรือ 29%, เขื่อนลำแชะ 103 ล้าน ลบ.ม. หรือ 30%, เขื่อนมูลบน 97 ล้าน ลบ.ม. หรือ 35% และเขื่อนสิรินธร 213 ล้าน ลบ.ม. หรือ 19%

“ตอนนี้ที่นครราชสีมาเกิดการขาดแคลนน้ำขึ้น จนการประปาส่วนภูมิภาคร่วมกับหน่วยงานที่เกี่ยวข้องต้องผันน้ำจากเขื่อนลำแชะ-เขื่อนมูลบน ปริมาณ 20 ล้าน ลบ.ม. ผ่านทางลำน้ำมูลเป็นระยะทางกว่า 140 กม. เข้ามาช่วยโคราชให้ผ่านพ้นฤดูแล้งนี้ไปให้ได้ ส่วนความหวังที่ว่าลานีญาจะทำให้เกิดฝนตกเร็วขึ้นมากขึ้นในช่วงเดือนมิถุนายนนั้นก็คงต้องเลื่อนออกไป เพราะแบบจำลองล่าสุดเชื่อว่าจะเกิดขึ้นหลังเดือนสิงหาคม

แต่เชื่อว่ากรมชลประทานจะสามารถบริหารจัดการในการจัดสรรน้ำเพื่อการอุปโภค-บริโภคได้ ส่วนภาคตะวันออกยังมีปริมาณน้ำในอ่างเก็บน้ำขนาดใหญ่มาก ยกเว้น อ่างเก็บน้ำคลองสียัด ที่มีปริมาณน้ำใช้การได้น้อย เหลือแค่ 20 ล้าน ลบ.ม. หรือ 5% แต่ก็ไม่เป็นปัญหาเพราะเป็นอ่างขนาดเล็ก ส่วนอ่างขนาดใหญ่อย่าง หนองปลาไหล มีปริมาณน้ำใช้การได้ถึง 107 ล้าน ลบ.ม. หรือ 71%, บางพระ 55 ล้าน ลบ.ม. หรือ 52% ดังนั้นในฤดูแล้งนี้ ในเขตพัฒนาพิเศษภาคตะวันออก (EEC) ก็จะไม่เกิดปัญหาการขาดแคลนน้ำเพื่อการอุตสาหกรรม”

ทีม กรุ๊ป

ระวังพายุพัดทะลุเข้าไทย

อย่างไรก็ตาม การเกิดปรากฏการณ์ลานีญาในช่วงตั้งแต่เดือนสิงหาคมครอบคลุมไปจนถึงปลายปี 2568 จะมีผลต่อปริมาณพายุที่จะพัดผ่านประเทศไทยหรือไม่ ในเรื่องนี้ นายชวลิตกล่าวว่า จำนวนพายุไต้ฝุ่นที่จะเกิดขึ้นแถบทะเลแปซิฟิก-ประเทศฟิลิปปินส์ ยังเหมือนเดิมหรือประมาณ 30 ลูกต่อปี แต่ปรากฏการณ์ลานีญาจะทำให้ “โอกาส” ที่พายุจะพัดเข้าถึงบริเวณประเทศไทยมากขึ้น จากปี 2567 ที่อยู่ในช่วงของเอลนีโญพายุส่วนมากจะพัดเข้าสู่บริเวณเกาะไหหลำ-จีนตอนใต้-เกาหลีใต้ และญี่ปุ่น หรืออย่างมากก็จะเข้าสู่บริเวณชายฝั่งประเทศเวียดนาม-สปป.ลาว แล้วก็อ่อนกำลังลงไป

“ลานีญาจะทำให้เกิดโอกาสที่พายุจะพัดทะลุเข้ามาถึงภาคตะวันออกเฉียงเหนือ-ภาคตะวันออกมากขึ้น ถ้าเกิดในช่วงเดือนมิถุนายน ที่พายุจะทะลุเข้ามาถึงเป็นเพราะเกิดลมแรง กล่าวคือ ลานีญาทำให้ลมที่เส้นศูนย์สูตร หรือเหนือเส้นศูนย์สูตร พัดแรงขึ้นกว่าปกติ ลมจะวิ่งจากทะเลแปซิฟิกเข้าประเทศฟิลิปปินส์มาถึงเวียดนาม-กัมพูชา”

“ดังนั้น โอกาสที่พายุจะเข้ามาถึงไทยก็มากขึ้น ส่วนความแรงของพายุยังเป็นปกติ ลานีญาไม่ได้ทำให้ความแรงหรือจำนวนพายุเพิ่มขึ้น แต่มีโอกาสที่พายุจะเข้าสู่บริเวณประเทศไทยตรง ๆ มากกว่าปีที่ผ่านมา ซึ่งเราต้องติดตามการเกิดปรากฏการณ์ลานีญาอย่างใกล้ชิด ว่าจะเกิดขึ้นในช่วงเดือนไหนแน่ เพราะจะมีผลต่อสภาพภูมิอากาศ-สถานการณ์น้ำของประเทศไทยในปีนี้โดยตรง” นายชวลิตกล่าว

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ‘ลานีญา’ มาช้า ล่าไปปลายปี ฝนใต้หนัก จับตา ‘พายุไต้ฝุ่น’ ทะลุเข้าไทย

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
– Website : https://www.prachachat.net

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...