โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

แฟชั่น บิวตี้

ยกกระชับหน้าแบบไหนคุ้มค่าที่สุด รวมทุกคำตอบสำหรับข้อสงสัยที่นี่

INN News

อัพเดต 18 เม.ย. 2568 เวลา 14.22 น. • เผยแพร่ 18 เม.ย. 2568 เวลา 07.22 น. • INN News

ปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อยเป็นปัญหาที่หลายคนกังวล เพราะทำให้ดูแก่กว่าวัยและส่งผลต่อความมั่นใจในการใช้ชีวิตประจำวัน ปัจจุบันมีวิธีการยกกระชับใบหน้าหลากหลายรูปแบบให้เลือก ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด แต่ละวิธีก็มีข้อดีและข้อจำกัดแตกต่างกัน วันนี้บทความของเราขอชวนคุณมาทำความรู้จักกับการยกกระชับหน้าแต่ละแบบ เพื่อเลือกวิธีที่เหมาะกับตัวคุณมากที่สุด

ยกกระชับคืออะไร?

การยกกระชับใบหน้า คือการรักษาเพื่อแก้ไขปัญหาผิวหน้าหย่อนคล้อย ริ้วรอย และร่องแก้มลึก ซึ่งเกิดจากการเสื่อมสภาพของคอลลาเจนและอีลาสตินใต้ผิวหนังตามวัย ทำให้ผิวหนังสูญเสียความยืดหยุ่น เกิดการหย่อนคล้อย การยกกระชับจะช่วยฟื้นฟูโครงสร้างผิวให้กลับมากระชับ ตึง เต่งขึ้น ทำให้ใบหน้าดูอ่อนเยาว์

วิธีการเลือกรูปแบบการยกกระชับหน้า

ในการเลือกวิธียกกระชับใบหน้าเพื่อให้ตอบโจทย์ตนเอง ควรพิจารณาจากปัจจัยต่าง ๆ ดังนี้

  • ระดับความรุนแรงของปัญหาผิวหย่อนคล้อย
  • งบประมาณที่มี
  • ระยะเวลาพักฟื้นที่ยอมรับได้
  • ความเสี่ยงและผลข้างเคียงที่อาจเกิดขึ้น
  • ความคงทนของผลลัพธ์ที่ต้องการ

รูปแบบยกกระชับหน้าที่ควรรู้จัก

ปัจจุบันหัตถการการยกกระชับหน้าก็มีหลายแบบด้วยกัน โดยรูปแบบที่ควรรู้จักสามารถแบ่งออกได้เป็น 2 หัวข้อใหญ่ ๆ ด้วยกัน ได้แก่

1. การยกกระชับหน้าแบบผ่าตัด

การผ่าตัดยกกระชับใบหน้า (Facelift) เป็นการผ่าตัดศัลยกรรมที่ให้ผลลัพธ์ชัดเจนและคงทนที่สุด เหมาะสำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก แพทย์จะทำการตัดและดึงผิวหนังส่วนเกิน พร้อมจัดโครงสร้างกล้ามเนื้อและเนื้อเยื่อใต้ผิวหนังให้กระชับขึ้น โดยค่าใช้จ่ายจะอยู่ที่ประมาณ 200,000 - 500,000 บาท ขึ้นอยู่กับความซับซ้อนของการผ่าตัดและชื่อเสียงของสถานพยาบาล มีข้อดีคือ ให้ผลลัพธ์ชัดเจน ผลการรักษาคงทนยาวนาน 5 - 10 ปี และสามารถแก้ไขปัญหาได้ครอบคลุมทั้งใบหน้า อย่างไรก็ตามมีข้อควรพิจารณาคือ มีความเสี่ยงจากการผ่าตัดและการดมยา รวมถึงมีค่าใช้จ่ายค่อนข้างสูง

2. การยกกระชับหน้าแบบไม่ผ่าตัด

สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยไม่มาก หรือต้องการหลีกเลี่ยงการผ่าตัด สามารถเลือกการยกกระชับแบบไม่ผ่าตัดได้ เช่น อัลเทอร่า (Ulthera) ซึ่งใช้พลังงานอัลตราซาวด์กระตุ้นการสร้างคอลลาเจนใหม่ โดย Ulthera ราคาจะอยู่ที่ประมาณ 9,990 - 119,990 บาทขึ้นอยู่กับจำนวนช็อตและพื้นที่การรักษา นอกจากนี้ยังมีเทคโนโลยีอื่น ๆ สำหรับการรักษาการยกกระชับหน้าพร้อมราคาโดยประมาณ ได้แก่

  • HIFU (High-Intensity Focused Ultrasound) :15,000 - 40,000 บาท

  • RF (Radio Frequency) :3,000 - 100,000 บาทต่อครั้ง ขึ้นกับประเภทของ RF

  • เทอร์มาจ (Thermage) :50,000 - 150,000 บาท ขึ้นกับรุ่น จำนวนช็อต บริเวณที่ทำ และสถานพยาบาล

  • ร้อยไหม (Thread Lift) :20,000 - 100,000 บาท ขึ้นอยู่กับจำนวนเส้นและชนิดของไหม

โดยมีข้อดี คือ ไม่ต้องผ่าตัด ไม่ต้องพักฟื้นนาน มีความเสี่ยงน้อย และราคาไม่สูงมากเมื่อเทียบกับการผ่าตัด อย่างไรก็ตาม อาจเหมาะกับคนที่ไม่ได้มีผิวหนังส่วนเกินมาก หรือความหย่อนคล้อยรุนแรง แต่จะได้ความยกกระชับพร้อมคุณภาพผิวที่ดีขึ้นด้วย

สรุปบทความ

การยกกระชับใบหน้ามีให้เลือกหลายวิธี ทั้งแบบผ่าตัดและไม่ผ่าตัด รวมถึงมีงบประมาณและราคาที่แตกต่างกันขึ้นอยู่กับแต่ละวิธีการ การเลือกวิธีที่เหมาะสมขึ้นอยู่กับปัจจัยหลายอย่าง ทั้งความรุนแรงของปัญหา งบประมาณ และความพร้อมในการพักฟื้น สำหรับผู้ที่มีปัญหาผิวหย่อนคล้อยมาก การผ่าตัดอาจเป็นทางเลือกที่ให้ผลลัพธ์ดีที่สุด แต่หากปัญหายังไม่รุนแรง การรักษาแบบไม่ผ่าตัดก็สามารถช่วยชะลอความเสื่อมและฟื้นฟูผิวได้อย่างมีประสิทธิภาพ ทั้งนี้ ควรปรึกษาแพทย์ผู้ชำนาญการเพื่อประเมินสภาพผิวและเลือกวิธีการรักษาที่เหมาะสมที่สุดสำหรับคุณ

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...