Apple เร่งย้ายฐานการผลิต iPhone ไปอินเดีย หวังหลีกเลี่ยงภาษีทรัมป์
Apple เร่งย้ายฐานการผลิต iPhone ไปอินเดีย หวังหลีกเลี่ยงภาษีทรัมป์-ลดความเสี่ยงภูมิรัฐศาสตร์ ตั้งเป้านำเข้าสินค้าสำหรับตลาดสหรัฐฯ จากอินเดียเกินครึ่งภายในสิ้นปี 2569
วันที่ 25 เมษายน 2568 เวลา 13.22 น. สำนักข่าวบลูมเบิร์กรายงานว่า Apple Inc. ตั้งเป้านำเข้า iPhone ส่วนใหญ่ที่ขายในสหรัฐจากอินเดียภายในสิ้นปี 2569 เพื่อเร่งการเปลี่ยนฐานการผลิตออกจากจีน ลดความเสี่ยงจากภาษีและความตึงเครียดทางภูมิรัฐศาสตร์
Apple ตั้งเป้าหมายให้นำเข้าiPhone ที่ขายในตลาดสหรัฐ ส่วนใหญ่มาจากอินเดียภายในสิ้นปี 2569 ซึ่งหมายความว่าบริษัทจะต้องเพิ่มกำลังการผลิตiPhone ในอินเดียเป็น 2 เท่า โดย Apple จำหน่าย iPhone มากกว่า 60 ล้านเครื่องต่อปีในสหรัฐ
แผนการดังกล่าวเป็นสัญญาณล่าสุดของความพยายามจาก Apple และซัพพลายเออร์ในการย้ายฐานการผลิตจากจีนมายังอินเดีย ซึ่งเริ่มต้นตั้งแต่ช่วงล็อกดาวน์จากโควิด-19 ที่ส่งผลกระทบต่อสายการผลิตในโรงงานหลัก โดยปัจจัยสำคัญอีกประการหนึ่งคือภาษีนำเข้าที่ประธานาธิบดีโดนัลด์ ทรัมป์ ออกมาตรการไว้ รวมถึงความตึงเครียดระหว่างสหรัฐกับจีนที่ยังคงอยู่
ส่วน Financial Times รายงานก่อนหน้านี้ว่า Apple มีเป้าหมายจะจัดหาทุกเครื่องiPhone ที่จำหน่ายในสหรัฐฯ จากอินเดียภายในปี 2026 ขณะที่ Bloomberg News เคยรายงานเช่นกันว่า Apple วางแผนจะใช้ห่วงโซ่อุปทานจากอินเดียเป็นหลักสำหรับลูกค้าในสหรัฐ
Apple ซึ่งมีสำนักงานใหญ่ในเมืองคูเปอร์ติโน รัฐแคลิฟอร์เนีย ได้ประกอบiPhone มูลค่ารวม 22,000 ล้านดอลลาร์ในอินเดีย ในช่วง 12 เดือนสิ้นสุดเดือนมีนาคมที่ผ่านมา ซึ่งเพิ่มขึ้นเกือบ 60% จากปีก่อน โดยในขณะนี้ Apple ผลิตiPhone ถึง 20% หรือประมาณ 1 ใน 5 ของปริมาณทั้งหมดในอินเดีย แม้ว่าจีนจะยังคงเป็นฐานการผลิตหลักก็ตาม
iPhoneส่วนใหญ่ที่ผลิตในอินเดียประกอบในโรงงานของ Foxconn Technology Group ในภาคใต้ของประเทศ นอกจากนี้ บริษัทย่อยของ Tata Group ซึ่งซื้อกิจการท้องถิ่นของ Wistron Corp. และดำเนินงานร่วมกับ Pegatron Corp. ก็เป็นซัพพลายเออร์รายสำคัญเช่นกัน
ในปีงบประมาณที่สิ้นสุดเดือนมีนาคม 25568 Apple ส่งออกiPhone มูลค่า 1.5 ล้านล้านรูปี หรือ 1.75 หมื่นล้านดอลลาร์จากอินเดีย ตามข้อมูลของรัฐมนตรีว่าการกระทรวงเทคโนโลยีของอินเดียเมื่อวันที่ 8 เมษายน
ยอดจัดส่งiPhone จากอินเดียไปยังสหรัฐเร่งตัวขึ้นหลังจากที่ทรัมป์ประกาศใช้มาตรการ“ภาษีตอบโต้” (reciprocal tariffs) เมื่อเดือนกุมภาพันธ์ โดยในช่วงปีงบประมาณที่ผ่านมา ปริมาณการผลิตและการส่งออกจากอินเดียก็พุ่งขึ้นอย่างต่อเนื่อง แม้ทรัมป์จะออกมาตรการยกเว้นภาษีสำหรับสินค้าอิเล็กทรอนิกส์ เช่น สมาร์ตโฟนและคอมพิวเตอร์เมื่อต้นเดือนเมษายน ซึ่งถือเป็นข่าวดีสำหรับบริษัทอย่าง Apple แต่อาจไม่ได้ครอบคลุมถึงภาษี 20% แยกต่างหากที่ทรัมป์เรียกเก็บกับจีน เพื่อกดดันให้จีนควบคุมปัญหาเฟนทานิล
ดังนั้น iPhone ที่ผลิตในอินเดียจะยังไม่ถูกเก็บภาษีนำเข้าในตอนนี้ ในขณะที่ภาษีนำเข้าจากจีนตามที่ทรัมป์ประกาศไว้ยังคงอยู่ที่ระดับสูงถึง 145% ซึ่งจะยิ่งผลักดันให้บริษัทอย่าง Apple ต้องเร่งย้ายฐานห่วงโซ่อุปทานมากยิ่งขึ้น
ปัจจุบัน Apple ได้ประกอบiPhone ทุกรุ่นในอินเดียแล้ว รวมถึงรุ่นระดับพรีเมียมอย่างiPhone Pro ที่ใช้วัสดุไทเทเนียม ความสำเร็จของ Apple ในประเทศที่มีประชากรมากที่สุดในโลกนี้ ยังได้รับแรงสนับสนุนจากเงินอุดหนุนของรัฐบาลภายใต้แผนผลักดันให้ อินเดียเป็นศูนย์กลางการผลิตของโลก ตามนโยบายของนายกรัฐมนตรีนเรนทรา โมดี
อ้างอิง : bloomberg.com