หุ้นไทยสัปดาห์นี้ (17-21 มี.ค.) โบรกฯให้กรอบ 1,150-1,190 จุด โผ 10 หุ้น Deep Value
หุ้นไทยสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ให้กรอบ 1,150-1,190 จุด ติดตามผลประชุมเฟด ความขัดแย้งการค้า ลุ้นจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โผ 10 หุ้น Deep Value
วันที่ 16 มี.ค.2568 บล.กสิกรไทย คาดการณ์ หุ้นไทยสัปดาห์นี้ (17-21 มี.ค.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,150-1,190 จุด โดยมีแนวรับที่ 1,150 และ 1,140 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,190 และ 1,200 จุด ตามลำดับ
ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (18-19 มี.ค.) ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)
ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์
ขณะที่ ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนมี.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น
บล. กรุงศรี มีมุมมองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ในโซน Deep Value และเริ่มสร้างฐาน ระยะสั้นมีสัญญาณบวกจากเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตร และสัปดาห์หน้าจีนเปิดเผยมาตรการกระตุ้น ฯลฯ
ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลง 16.5% รับข่าวลบไปมากแล้ว SET Index ระดับปัจจุบันอยู่ในโซน Deep Value คือ มีค่า Equity Risk Premium ที่ 4.72% ใกล้ระดับ +2 S.D. โดยเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากภาคทางเทคนิคระยะสั้นคือ สร้างฐาน 1,157 จุด และไม่ได้ทำ จุดต่ำสุดใหม่ (New low)
ขณะเดียวกัน มีแรงหนุนจาก Domestic Long term Fund อาทิ ThaiESGX รองรับเม็ดเงิน LTF เดิม และเม็ดเงินลดหย่อนพิเศษอีก 3 แสนบาทต่อคน ประเมินว่าเป็นผลบวกทั้งการชะลอการขาย LTF และเริ่มมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาพยุงตลาดหุ้น
นอกจากนี้ล่าสุดโครงการหวยเกษียณที่อาจนำมาสู่เม็ดเงินลงทุนะยะยาวใหม่ แม้ระยะแรกที่มีโอกาสเข้าสู่ตลาดหุ้นจะไม่มาก (ปีละ 2.6 พันล้านบาท) แต่เม็ดเงินที่เก็บไว้ระยะยาวสำหรับประชาชน จะช่วยให้ฐานใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ
รวมไปถึงเศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดจะเติบโต 2.7% เร่งขึ้นจากปี 2567 ที่ 2.5% แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว และ การลงทุนภาครัฐและเอกชน
บล.กรุงศรี คาดว่าหุ้นไทยมี Upside เพิ่มเติม จากมาตรการรัฐบาล อาทิ แจกเงิน 1 หมื่นบาทเฟส 3, เราเที่ยวด้วยกันในช่วงโลว์ซีซั่น เป็นต้น
นอกจากนี้ ตลาดคาดหวังสัปดาห์นี้ (17 มี.ค.) รัฐบาลจีนเตรียมจะออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ มองบวกต่อหุ้น China Play
ดังนั้น ประเมินดัชนีปี 2568 ที่ระดับ 1,418 จุด บนสมมติฐานกำไรตลาด (EPS) ปี 2568 ที่ 90 บาท, Equity Risk Premium 4.16% จะได้ P/E 15.75 เท่า
บล.กรุงศรี ยังคงแนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุน (Overweight) หุ้น 10 Deep Value ประกอบด้วยหุ้นของบมจ.ท่ากาศยานไทย(AOT) , บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS), บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์(BH), บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL), บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) , บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่(GPSC), บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO), บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) และ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP)
ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 14 มี.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,173.76 จุด ลดลง 2.35% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,271.08 ล้านบาท ลดลง 9.69% จากสัปดาห์ก่อน