โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หุ้น การลงทุน

หุ้นไทยสัปดาห์นี้ (17-21 มี.ค.) โบรกฯให้กรอบ 1,150-1,190 จุด โผ 10 หุ้น Deep Value

การเงินธนาคาร

อัพเดต 16 มี.ค. 2568 เวลา 12.36 น. • เผยแพร่ 16 มี.ค. 2568 เวลา 05.34 น.

หุ้นไทยสัปดาห์นี้ นักวิเคราะห์ให้กรอบ 1,150-1,190 จุด ติดตามผลประชุมเฟด ความขัดแย้งการค้า ลุ้นจีนออกมาตรการกระตุ้นเศรษฐกิจ โผ 10 หุ้น Deep Value

วันที่ 16 มี.ค.2568 บล.กสิกรไทย คาดการณ์ หุ้นไทยสัปดาห์นี้ (17-21 มี.ค.) เคลื่อนไหวในกรอบ 1,150-1,190 จุด โดยมีแนวรับที่ 1,150 และ 1,140 จุด แนวต้านอยู่ที่ 1,190 และ 1,200 จุด ตามลำดับ

ศูนย์วิจัยกสิกรไทยประเมิน ปัจจัยสำคัญที่ต้องติดตาม ได้แก่ ผลการประชุมเฟด (18-19 มี.ค.) ประเด็นความขัดแย้งทางการค้าระหว่างสหรัฐฯ และประเทศคู่ค้า รวมถึงทิศทางเงินทุนต่างชาติ (ฟันด์โฟลว์)

ส่วนข้อมูลเศรษฐกิจสหรัฐฯ ที่สำคัญ ได้แก่ ยอดค้าปลีก ข้อมูลการเริ่มสร้างบ้าน ผลผลิตภาคอุตสาหกรรม ยอดขายบ้านมือสองเดือนก.พ. และจำนวนผู้ขอรับสวัสดิการว่างงานรายสัปดาห์

ขณะที่ ปัจจัยเศรษฐกิจต่างประเทศอื่น ๆ ได้แก่ การประชุมธนาคารกลางญี่ปุ่น(BOJ) และธนาคารกลางอังกฤษ (BOE) อัตราดอกเบี้ยเงินกู้ LPR เดือนมี.ค. และข้อมูลเศรษฐกิจเดือนม.ค.-ก.พ. ของจีน อาทิ ยอดค้าปลีก การลงทุนในสินทรัพย์ถาวร ตลอดจนดัชนีราคาผู้บริโภคเดือนก.พ. ของยูโรโซนและญี่ปุ่น

บล. กรุงศรี มีมุมมองว่า ดัชนีตลาดหุ้นไทยปัจจุบันอยู่ในโซน Deep Value และเริ่มสร้างฐาน ระยะสั้นมีสัญญาณบวกจากเงินไหลเข้าตลาดพันธบัตร และสัปดาห์หน้าจีนเปิดเผยมาตรการกระตุ้น ฯลฯ

ทั้งนี้ดัชนีหุ้นไทยนับตั้งแต่ต้นปี 2568 ถึงปัจจุบันได้ปรับตัวลง 16.5% รับข่าวลบไปมากแล้ว SET Index ระดับปัจจุบันอยู่ในโซน Deep Value คือ มีค่า Equity Risk Premium ที่ 4.72% ใกล้ระดับ +2 S.D. โดยเริ่มเห็นสัญญาณบวกจากภาคทางเทคนิคระยะสั้นคือ สร้างฐาน 1,157 จุด และไม่ได้ทำ จุดต่ำสุดใหม่ (New low)

ขณะเดียวกัน มีแรงหนุนจาก Domestic Long term Fund อาทิ ThaiESGX รองรับเม็ดเงิน LTF เดิม และเม็ดเงินลดหย่อนพิเศษอีก 3 แสนบาทต่อคน ประเมินว่าเป็นผลบวกทั้งการชะลอการขาย LTF และเริ่มมีเม็ดเงินใหม่เข้ามาพยุงตลาดหุ้น

นอกจากนี้ล่าสุดโครงการหวยเกษียณที่อาจนำมาสู่เม็ดเงินลงทุนะยะยาวใหม่ แม้ระยะแรกที่มีโอกาสเข้าสู่ตลาดหุ้นจะไม่มาก (ปีละ 2.6 พันล้านบาท) แต่เม็ดเงินที่เก็บไว้ระยะยาวสำหรับประชาชน จะช่วยให้ฐานใหญ่ขึ้นเป็นลำดับ

รวมไปถึงเศรษฐกิจไทยปี 2568 คาดจะเติบโต 2.7% เร่งขึ้นจากปี 2567 ที่ 2.5% แรงหนุนจากภาคการท่องเที่ยว และ การลงทุนภาครัฐและเอกชน

บล.กรุงศรี คาดว่าหุ้นไทยมี Upside เพิ่มเติม จากมาตรการรัฐบาล อาทิ แจกเงิน 1 หมื่นบาทเฟส 3, เราเที่ยวด้วยกันในช่วงโลว์ซีซั่น เป็นต้น

นอกจากนี้ ตลาดคาดหวังสัปดาห์นี้ (17 มี.ค.) รัฐบาลจีนเตรียมจะออกมาตรการกระตุ้นการบริโภคภายในประเทศ มองบวกต่อหุ้น China Play

ดังนั้น ประเมินดัชนีปี 2568 ที่ระดับ 1,418 จุด บนสมมติฐานกำไรตลาด (EPS) ปี 2568 ที่ 90 บาท, Equity Risk Premium 4.16% จะได้ P/E 15.75 เท่า

บล.กรุงศรี ยังคงแนะนำเพิ่มน้ำหนักลงทุน (Overweight) หุ้น 10 Deep Value ประกอบด้วยหุ้นของบมจ.ท่ากาศยานไทย(AOT) , บมจ.กรุงเทพดุสิตเวชการ (BDMS), บมจ.โรงพยาบาลบำรุงราษฎร์(BH), บมจ.ธนาคารกรุงเทพ (BBL), บมจ.ซีพี ออลล์ (CPALL) , บมจ.โกลบอล เพาเวอร์ ซินเนอร์ยี่(GPSC), บมจ.โฮม โปรดักส์ เซ็นเตอร์(HMPRO), บมจ.ธนาคารกสิกรไทย (KBANK), บมจ.ไมเนอร์ อินเตอร์เนชั่นแนล (MINT) และ บมจ. เอสซีจี แพคเกจจิ้ง (SCGP)

ทั้งนี้ในวันศุกร์ที่ 14 มี.ค. 2568 ดัชนี SET ปิดที่ระดับ 1,173.76 จุด ลดลง 2.35% จากระดับปลายสัปดาห์ก่อน ขณะที่มูลค่าการซื้อขายเฉลี่ยต่อวันอยู่ที่ 40,271.08 ล้านบาท ลดลง 9.69% จากสัปดาห์ก่อน

อ่านข่าวที่เกี่ยวข้องกับ ตลาดหุ้นทั้งไทยและเทศ ได้ที่นี่

คลิกเพื่อลงทะเบียนเข้าร่วมงาน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...