ย้ายศพสลับร่างไปไว้วัด 2 ครอบครัวปลอบใจเศร้า แม่คนตาย เผยเหตุทำให้รู้ คนที่ไปเฝ้าไข้ไม่ใช่ลูก
ย้ายศพสลับร่างไปไว้วัด ญาติสุดสลด 2 ครอบครัวปลอบใจเศร้า แม่คนตาย ขอโรงพยาบาลตรวจสอบให้ชัดเจนกว่านี้ เผยเหตุทำให้รู้ คนที่ไปเฝ้าไข้ไม่ใช่ลูก
วันที่ 27 มี.ค.2568 ที่บ้านหลังหนึ่ง ในพื้นที่ หมู่ 3 ต.ควนพัง อ.ร่อนพิบูลย์ จ.นครศรีธรรมราช บ้านของนายนายวัชรินทร์ ธานีรัตน์ รอง นายก อบต.ควนพัง สถานที่ตั้งศพ นายธนฤกิต (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ซึ่งก่อนหน้านั้น นายวัชรินทร์ เข้าใจว่าผู้เสียชีวิต คือ นายพงศภัค (สงวนนามสกุล) อายุ 17 ปี ลูกชายที่ประสบอุบัติเหตุที่ ต.ชะมวง อ.ควนขนุน จ.พัทลุง โดยทั้ง 2 ขี่รถ จยย.ชนท้ายพ่วงรถบรรทุกที่จอดไว้ริมถนน เมื่อวันที่ 23 มี.ค.68 ที่ผ่านมา
ต่อมานายวัชรินทร์ ไปรับร่างผู้เสียชีวิตมาบำเพ็ญกุศลศพที่บ้านเป็นเวลา 3 คืนแล้ว จนรู้ภายหลังว่าศพที่นำมานั้นไม่ใช่ลูกชาย แต่เป็นนายธนฤกิต อายุ 17 ปี เพื่อนลูกที่ไปด้วยกัน ซึ่ง รพ.พัทลุง ระบุว่าได้รับบาดเจ็บสาหัส ต่อมาแม่ของนายธนฤกิต ที่ไปเฝ้าไข้สังเกตเห็นว่าลูกเจาะระเบิดหู แต่คนเจ็บนั้นไม่ได้ระเบิดหูแต่อย่างใด เมื่อตรวจเช็กจนแน่ชัด จึงประสานกับนายวัชรินทร์ มาดูรายละเอียดจนเรื่องแดงขึ้น
- แม่ยันไม่ติดใจรพ. หลังแจ้งรับศพลูกผิด ทั้งที่ลูกยังมีชีวิตรักษาตัวอยู่ไอซียู
- แม่เล่าสติแตก ตร.แจ้งลูกตายรับศพสวด3คืนถึงรู้ยังอยู่รพ. แม่เพื่อนเศร้าเฝ้าผิดคน3วันไม่ใช่ลูกเรารอด
- ศพในโลงไม่ใช่ลูก รับจากรพ.มาสวด 3 คืนถึงรู้ยังไม่ตายอยู่รพ. ญาติไปเยี่ยมชนเจ็บด้วยกันทรุดแทนผิดคน
ล่าสุดหลังจากทราบเรื่องแน่ชัด นางโสภิตา (สงวนนามสกุล) แม่ของนายธนฤกิต มาทำการเคลื่อนย้ายศพเพื่อนำไปไว้ที่วัดโคกกรูด โดยมีญาติพี่น้องมาร่วมทำพิธีทางศาสนา โดยก่อนเคลื่อนย้ายออกจากบ้านดังกล่าวมีการทำพิธีเชิญวิญญาณไปด้วย เมื่อถึงวัดได้นำศพไปไว้ในศาลาการเปรียญท่ามกลางบรรดาญาติพี่น้องของนายธนฤกิต ที่อยู่ในความโศกเศร้า
โดย นายวัชรินทร์ เข้าไปพูดคุยกับ นางโสภิตา ว่า ต่างคนต่างเสียใจกับเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น ซึ่งน้องธนฤกิตฯ นั้นมาอยู่กับตน 3 วัน ขณะที่นางโสภิตา ก็ไปเฝ้าไข้น้องพงศภัค เป็นเวลา 3 วันเช่นกัน ซึ่งตอนที่ไปรับร่างลูกไม่ได้เอะใจอะไร เนื่องจากรูปพรรณของลูกและนายธนฤกิต คล้ายกัน และอยู่ในอาการเสียใจจึงเกิดการผิดพลาดขึ้น หากตนทำผิดพลาดอะไรไปอย่าถือโกรธ และต้องขอโทษซึ่งที่ผ่านมาตนเองก็รักน้องธนฤกิต เหมือนลูกเช่นกัน
ขณะที่ นางโสภิตา กล่าวว่า เหตุการณ์สลับร่างระหว่างน้องธนฤกิต และน้องพงศภัค ไม่ได้ถือโกรธแต่อย่างใด แต่ครั้งต่อไปให้ทาง รพ.ตรวจสอบให้ชัดเจนกว่านี้ ซึ่งก่อนที่จะรู้ว่าคนเจ็บเป็นน้องพงศภัค นั้นเห็นว่าไม่ได้เจาะหูเหมือนน้องธนฤกิต ลูกของตน รวมทั้งดูมือดูเท้าแล้วเลยรู้ว่าคนเจ็บที่ตนเองมาเฝ้าป่วยอยู่ 3 วันเป็นน้องพงศภัค แน่แล้ว จึงแจ้งให้นายวัชรินทร์ ทราบว่า และได้รับการยืนยันชัดเจนว่าสลับร่างกัน
ด้าน นายวัชรินทร์ กล่าวด้วยว่า อยากฝากเรื่องอุบัติเหตุที่เกิดขึ้นขอทางตำรวจจัดการเรื่องนี้ด้วยว่าพ่วงรถบรรทุกนั้นเป็นของใคร จะผิดจะถูกอย่างไรก็ให้ดำเนินการไปตามกฏหมาย เพราะเหตุเกิดขึ้นนั้นทำให้ทั้งบาดเจ็บและเสียชีวิต
ส่วนอาการน้องพงศภัค ลูกชายต้องดูอาการวันต่อวัน ยังไม่ตอบสนองเท่าที่ควร ในคืนเกิดเหตุลูกชายกับน้องธนฤกิต ไปกัน 2 คน แต่มาทราบภายหลัง ซึ่งหากทราบในคืนนั้นอาจจะมีการตรวจสอบให้มากกว่านี้และอาจจะไม่เกิดความผิดพลาดได้
“ที่เร่งรีบนำร่างผู้เสียชีวิตกลับบ้านนั้น ได้เปิดดูแค่ครั้งเดียวไม่ได้สังเกตอะไรไปมากกว่านั้น เพราะเมื่อปี 2558 ลูกคนโตของตนก็ประสบเหตุจมน้ำเสียชีวิตมาแล้ว จึงทำใจไม่ได้ ส่วนเรื่องเกิดความผิดพลาดจาก รพ.หรือไม่นั้น
ตนคิดว่าเขาสรุปง่ายเกินไป เพียงแต่บอกว่ามีคนตัวโตและคนตัวเล็ก แต่ไม่ได้บอกรูปพรรณแต่อย่างใด ในความเป็นจริงถ้ารู้ว่า 2 คนนี้ไปด้วยกันคิดว่าสามารถจำได้ และขอฝากถึง รพ.ว่าหากเกิดเหตุการณ์ครั้งต่อไปให้ดูให้ดีกว่านี้” นายวัชรินทร์ฯ ระบุ.
อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : ย้ายศพสลับร่างไปไว้วัด 2 ครอบครัวปลอบใจเศร้า แม่คนตาย เผยเหตุทำให้รู้ คนที่ไปเฝ้าไข้ไม่ใช่ลูก
ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th