โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

สุขภาพ

เปลี่ยนผักผลไม้ธรรมดา ให้กลายเป็น ‘สมูทตี้ซูเปอร์ฟู้ด’ ของคนติดแกลม

Health Addict

อัพเดต 16 ส.ค. 2567 เวลา 04.09 น. • เผยแพร่ 02 ส.ค. 2567 เวลา 09.26 น. • Health Addict
ตอนนี้ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ ‘น้ำปั่นสมูทตี้สีฟ้า’ เต็มไปหมด แถมราคาต่อแก้วก็ยังแรงสุดๆ แต่ทำไมคนยังซื้อดื่มกันอยู่ล่ะ? มาไขสูตรลับของ ‘สมูทตี้ซูเปอร์ฟู้ด’ เครื่องดื่มยอดฮิตของชาวติดแกลมกัน

จากกระแสสมูทตี้ฟีเวอร์ที่แม่ชมเอาเข้ามาในไทยเมื่อช่วงกลางปีที่ผ่านมา ไม่ว่าจะมองไปทางไหนก็เจอแต่ ‘น้ำปั่นสมูทตี้สีฟ้า’ เต็มไปหมด จนเกิดเป็นเทรนด์ทำน้ำปั่นทานเองที่บ้าน พร้อมผงสีฟ้าที่เหมือนกำลังร่ายเวทมนต์ให้เราได้รังสรรค์ผลงานศิลปะบนเมนูน้ำปั่นในแก้วใสได้ตามจินตนาการ
แล้วเพื่อนๆ รู้กันมั้ยว่า สมูทตี้สีฟ้าที่เราดื่มแท้จริงแล้วคืออะไรกันแน่ แล้วทำไมผักผลไม้ธรรมดาถึงถูกเปลี่ยนให้กลายเป็น ‘สมูทตี้ซูเปอร์ฟู้ด’ มากคุณประโยชน์สุดฮิตของชาวติดแกลมในไทยได้ มาหาคำตอบไปพร้อมกันได้เลย

‘Blue Spirulina’ เติมสีสันให้เครื่องดื่มสดใส ดับเบิ้ลประโยชน์เพียบ!
ผงสีฟ้า หรือสีน้ำเงินที่เราเห็น มีชื่อเรียกเก๋ๆ ว่า “Blue Spirulina” หรือก็คือสาหร่ายสไปรูลิน่านั่นเอง ให้รสชาติที่หวานสดชื่น จึงกลายเป็นส่วนผสมยอดนิยมในเครื่องดื่มและอาหารต่างๆ ของคนรักสุขภาพสายติดแกลม เพราะมีราคาขายที่สูง โดยเฉพาะสมูทตี้สีฟ้าสุดเก๋ที่กำลังเป็นเทรนด์ในขณะนี้
นอกจากนี้ ยังเป็นที่ยอมรับของวงการแพทย์ว่าเต็มไปด้วยสารอาหารที่มีประโยชน์หลากหลาย เช่น วิตามินต่างๆ ธาตุเหล็ก แคลเซียม และแมกนีเซียม ตัวช่วยบำรุงกระดูกให้แข็งแรง ที่เลิศไปกว่านั้น คือมีสารไฟโคไซยานิน (Phycocyanin) ซึ่งเป็นสารต้านอนุมูลอิสระ และช่วยลดการอักเสบในร่างกายได้ ลดความเครียด แถมยังช่วยเสริมภูมิคุ้มกันให้เราได้ด้วยนะ ยิ่งถ้าดื่มน้ำปั่นที่มีส่วนผสมของบลู สไปรูลิน่าในตอนเช้า ก็จะช่วยให้ร่างกายได้รับพลังงานตลอดทั้งวันเลยล่ะ
แต่การทาน Blue Spirulina เยอะๆ ก็ใช่ว่าจะดีเสมอไป เพราะผู้เชี่ยวชาญแนะนำให้ทานประมาณ 8-10 กรัมต่อวันเท่านั้น หากทานเกินปริมาณที่แนะนำก็อาจทำให้เกิดผลข้างเคียง เช่น ท้องผูก หรือเลือดแข็งตัวช้า เป็นต้น นอกจากนี้ ผู้ที่มีโรคประจำตัว หรือผู้ที่แพ้สาหร่าย ควรปรึกษาแพทย์ก่อนรับประทานทุกครั้ง

จุดเริ่มต้นกระแสสุดฟีเวอร์ ‘สมูทตี้ซูเปอร์ฟู้ด’
จุดเริ่มต้นของน้ำปั่นสีฟ้านั้น อาจเกิดขึ้นจากกระแสของร้านซูเปอร์มาร์เก็ตออร์แกนิก Erewhon ที่ขายสินค้าราคาแพงที่สุดในสหรัฐอเมริกา และตั้งราคาสินค้ามากกว่าราคาตลาดถึง 10 เท่า เพราะ Erewhon ไม่ได้เป็นเพียงแค่ซูเปอร์มาร์เก็ตธรรมดาเท่านั้น แต่ยังเป็นเหมือนสวรรค์สำหรับคนที่ใส่ใจสุขภาพและอยากมีไลฟ์สไตล์ชีวิตที่ดีที่สุดนั่นเอง
โดยเฉพาะเมนูสมูทตี้ (Erewhon Smoothie) ที่ทางร้านจะออกแบบสูตรใหม่ทุกเดือน และทำการตลาดหนักมาก โดยการเชิญดาราดังเบอร์ใหญ่ เซเลบริตี อินฟลูเอนเซอร์ มาคิดสูตรเมนูสมูทตี้ให้ หรือชวนมาปั่นน้ำกันตัวเป็นๆ แล้วถ่ายรูปเพื่อโปรโมทลงในโซเชียล จนเกิดเป็นกระแสสุดฮิตอย่าง ‘น้ำปั่นเซเลป’ ซึ่งมีราคาสูงถึง 700 - 800 บาท แต่ก็ยังมีกลุ่มลูกค้าเข้ามาต่อแถวซื้อกันอย่างไม่ขาดสาย
ยิ่งตอกย้ำการเป็น ‘น้ำผลไม้ปั่นระดับไฮเอนด์’ โดยเฉพาะเมนูยอดฮิตอย่าง Strawberry Glaze Skin ซึ่งถูกคิดขึ้นโดย Hailey Bieber’s รวมทั้งเมนูซิกเนเจอร์สีฟ้าอย่าง Coconut Cloud Smoothie ที่ใส่ Blue Spirulina ก็กลายเป็นเมนูขายดีในร้านด้วยเช่นกัน
ด้วยเหตุนี้เองจึงทำให้สมูทตี้ของร้าน Erewhon ติดแกลมได้แบบไม่ต้องสงสัย ใครซื้อทานก็ดูแพงดูรวยแบบไม่ต้องตะโกน เพราะแค่ถือแก้ว Erewhon ก็ตะโกนให้เองแล้ว แน่นอนว่าคนไทยชาวติดแกลมทั้งหลายไม่ยอมพลาดกระแสรักสุขภาพนี้อย่างแน่นอน
เริ่มกันเลยที่ตัวแม่ตัวมัมอย่าง ‘ชมพู่ อารยา’ ที่โชว์กินเมนู Coconut Cloud Smoothie ของร้าน Erewhon ทุกวัน จนถึงวินาทีสุดท้ายเมื่อต้องขึ้นเครื่องบินกลับก็ยังซื้อมาดื่มอยู่ จนทำให้ใครหลายๆ คนเกิดความสงสัยว่ามันอร่อยขนาดนั้นเลยหรอ? และเริ่มไปหาข้อมูลของน้ำปั่นสุดฮอตตัวนี้ จากนั้นก็มีหลายคนเริ่มทำเมนูนี้ขึ้นมาทานเอง โดยปรับสูตรใส่ผักผลไม้ที่ชื่นชอบและหาได้ง่ายในประเทศไทย จนในที่สุดก็ได้กลายเป็นไวรัลเมนูยอดฮิตของคาเฟ่หรือร้านดังๆ เช่น Plaintiful, Oh! Juice, VE/LA เป็นต้น
สุดท้ายนี้ สมูทตี้สีฟ้าไม่ใช่แค่เครื่องดื่มธรรมดาๆ หรือมีเพียงสีสันสวยงามทั่วไป แต่ยังเป็นการรวมตัวกันของรสชาติผักและผลไม้ที่อร่อยกลมกล่อม แถมยังมีคุณค่าทางโภชนาการที่หลากหลาย โดยเฉพาะผงสาหร่ายสไปรูลิน่า (Blue Spirulina) ที่มีส่วนช่วยให้ร่างกายแข็งแรงและมีสุขภาพที่ดีขึ้น ใครอยากลองชิมก็จัดได้เลย หรือจะลองคิดสูตรปั่นสมูทตี้แบบใหม่ๆ เป็นของตัวเองก็น่าสนุกไม่แพ้กัน

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...