"พิธา" ผู้มีบารมีนอกพรรคคนต่อไป
ผู้มีบารมีนอกพรรคตรงเผงตามผลสำรวจนิด้าโพล ทั้งนายทักษิณ ชินวัตร ผู้นำจิตวิญญาณพรรคเพื่อไทย นายธนาธร จึงรุ่งเรืองกิจ คือเงาที่ทาบทับพรรคก้าวไกล นายเนวิน ชิดชอบ เพาเวอร์ฟูลยืนตระหง่านหลังพรรคภูมิใจไทย
ตบหน้าฉาดใหญ่ใส่กติกายุบพรรค รัฐประหารยึดอำนาจ ในรอบเกือบ 20 ปี เพื่อต้องการถอนรากถอนโคนเสี้ยนหนามทางการเมืองว่าล้มเหลวไม่เป็นท่า แค่ชนะศึกแต่พ่ายแพ้สงคราม
ฉากหน้าคนเหล่านี้ตายเกลื่อนทางการเมืองตามกติกา ฉากหลังชักใยอำนาจ สั่งซ้ายหันขวาหันผ่านตลอด แม้แต่คำสั่งคาบลูกคาบดอกเสี่ยงผิดกฎหมาย นอมินีก็รับเคราะห์ถูกตัดหัว ผู้มีอำนาจตัวจริงก็เปลี่ยนนอมินีตัวเล่นใหม่ แถมทำเนียนกว่าเดิม
โดยเฉพาะปัจจุบันบทบาท “นายใหญ่-ครูใหญ่” ว่ากันว่านโยบาย งบประมาณ โยกย้ายแต่งตั้ง ถูก
ผู้มีอำนาจตัวจริงในพรรคเป็นตัวกดปุ่ม เปรียบเหมือนผู้มีอำนาจตัวจริงบริหารประเทศผ่านนอมินีที่มีอำนาจตามกฎหมาย
ตอกย้ำการรัฐประหาร และยุบพรรค เป็นพฤติการณ์ซ้ำเติมวิกฤติประเทศให้หนักกว่าเดิม ตัวแทนที่อ้างได้อำนาจจากประชาชน มอบอำนาจให้กับผู้มีอำนาจตัวจริงใน ซึ่งเป็นผู้ที่ไม่ได้อำนาจจากประชาชนชักใยบริหารราชการแผ่นดิน โครงสร้างประเทศผุกร่อน นับถอยหลังรอวันล้มครืนออกแบบโครงสร้างประเทศใหม่
คนรุ่นใหม่ถึงเติบโตขึ้นมาโดยหมดหวังกับระบบการเมืองเก่า ไม่เป็นทางออกของประเทศอีกต่อไป
แต่ธงการเมือง “คดีล้มล้างการปกครอง” ยังเหมือนเดิม “ยุบพรรคก้าวไกล” บอนไซแม่ทัพหัวก้าวหน้า
สวนทางปืนความล้มเหลวยุบพรรคที่ผ่าน ๆ มา และสวนทางรายงานผลการพิจารณาศึกษา เรื่อง ข้อเสนอในการส่งเสริมสถาบันพรรคการเมืองให้ยึดโยงประชาชน ของคณะกรรมาธิการการพัฒนาการเมือง การสื่อสารมวลชนและการมีส่วนร่วมของประชาชน(กมธ.)
ซึ่งมีสส.ที่เป็นตัวแทนของทุกพรรคหลักทางการเมืองเป็นกรรมาธิการ มีนักวิชาการด้านกฎหมายมหาชน รัฐศาสตร์ เข้ามาเสริมทัพในชุดอนุกมธ. และนายพริษฐ์ วัชรสินธุ สส.บัญชีรายชื่อ พรรคก้าวไกล เป็นประธานกมธ. รายงานฉบับดังกล่าวจ่อเข้าที่ประชุมสภาในสัปดาห์นี้
ตกผลึกตรงกันในปมยุบพรรค “ความผิดของกรรมการบริหารพรรค” เป็นความผิดรายบุคคล หยุดปูทางสู่โทษฐานยุบพรรค
“โทษประหารชีวิตพรรคการเมือง” ต้องผ่านกระบวนการศาล มีคำพิพากษาถึงที่สุด พิสูจน์มีความผิดร้ายแรง “ล้มล้างการปกครอง” จริง เป็นประตูสุดท้ายควบคุมพรรคการเมือง
ผลศึกษาของกมธ.ที่สะเด็ดน้ำออกมาในจังหวะใกล้วันประหารชีวิตพรรคก้าวไกล ถูกสังคมตั้งคำถามมาตลอดในเกมยุบพรรคที่ผ่านมา
“กลไกยุบพรรคถูกใช้เป็นเครื่องกลั่นแกล้งทางการเมือง ? ดำเนินการด้วยมาตรฐานเดียวกัน ? กรรมการตัดสินเกมฟุตบอลเป็นกลาง ? เพราะทำหน้าที่เข้าทางคนที่เชื่อมโยงกับทีมฟตุบอลแค่หนึ่งทีม”
และตัวกฎหมายพรรคการเมือง กำหนดเงื่อนไขประหารชีวิตพรรคการเมืองที่กว้างเกินขอบเขต เพื่อพลิกแพลงใช้เป็นเครื่องมือทางการเมือง
คำถามของสังคมทั้งหมดพอเห็นเค้าลาง “ก้าวไกล” ถูกประหารชีวิตสถานเดียว “พิธา ลิ้มเจริญรัตน์”ที่ปรึกษาหัวหน้าพรรคก้าวไกล มีโอกาสก้าวขึ้นเป็นผู้มากบารมีในก้าวไกลคนต่อไป ยกเว้นคณะกรรมการการเลือกตั้ง(กกต.) ชงศาลรัฐธรรมนูญเชือดผิดประตูผิดมาตรา
#มะม่วง แปดริ้ว