โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

หัวอกลูกคนโต สาวช่วยแม่ผ่อนบ้านคนละครึ่ง สุดงง แม่บอกจะโอนเป็นชื่อน้อง

Khaosod

อัพเดต 14 มิ.ย. 2567 เวลา 11.05 น. • เผยแพร่ 14 มิ.ย. 2567 เวลา 11.05 น.

หัวอกลูกคนโต สาวช่วยครอบครัวผ่อนบ้านคนละครึ่ง เพราะน้องยังเรียนไม่จบ สุดงง ไปๆ มาๆ แม่บอกจะโอนบ้านเป็นชื่อน้อง

เมื่อวันที่ 13 มิถุนายน ที่ผ่านมา สาวคนหนึ่งได้ตั้งกระทู้ปรึกษาปัญหาครอบครัว เมื่อเธอได้ช่วยที่บ้านผ่อนบ้าน แต่ผลตอบแทนที่ได้นั้นสุดว่างเปล่า

โดยเธอเล่าว่ามีภาระเป็นค่าบ้านประมาณ 3 ล้านบาท ซึ่งผ่อนได้ 5 ปีแล้ว เหตุผลที่ต้องซื้อบ้านเพราะแต่ก่อนครอบครัวอยู่บ้านเช่า พอเธอเรียนจบและสามารถยื่นกู้ได้ แม่จึงใช้เครดิตชื่อเธอยื่นกู้ซื้อบ้าน เพื่อที่คนครอบครัวจะได้มีบ้านเป็นหลักประกันชีวิต ซึ่งบ้านหลังนี้อยู่คนละจังหวัดกับที่พักปัจจุบัน จึงยังไม่มีใครเข้าไปอยู่ เลยปล่อยเช่าเพื่อลดภาระการผ่อน

สำหรับเรื่องผ่อนบ้าน น้องๆ ตกลงที่จะช่วยแม่ผ่อนบ้านคนละครึ่ง แต่เพราะน้องๆ ยังเรียนไม่จบและเธอเป็นลูกคนโต ที่เรียนจบแล้วและมีงานทำ เธอจึงต้องช่วยที่บ้านออกเงินส่วนนี้ไปก่อนเดือนละ 5,000 บาท

ต่อมาเธอมีแฟนและได้วางแผนว่าอาจต้องกู้ซื้อบ้านร่วมกัน แฟนจึงไม่ค่อยโอเคกับภาระค่าบ้านของเธอ เพราะกลัวว่าเธอจะผ่อนบ้านอีกหลังไม่ไหว (แฟนเงินเดือนน้อยกว่าเจ้าของกระทู้หนึ่งเท่า) เขาอยากให้เธอรีบขายบ้านเพื่อที่จะได้สร้างอนาคตของตัวเอง ด้านน้องๆ ก็รอเรียนจบแล้วให้ยื่นกู้ซื้อบ้านเอง นอกจากนี้แม่ใกล้จะเกษียณแล้วเหลืออีก 2 ปี หากให้เธอรอน้องเรียนจบเพื่อมาช่วยผ่อนบ้านต่อ เธออาจจะได้แต่งงานตอนอายุ 35 ปี เธอจึงบอกแม่ว่า "จะขายบ้าน"

อย่างไรก็ตาม แม่ไม่เห็นด้วยอย่างแรงและพยายามยื้อด้วยการหาคนเช่าบ้านไปเรื่อยๆ เพื่อรอให้น้องๆ ทุกคนเรียนจบแล้วจะได้ย้ายเข้าไปอยู่ที่บ้าน ยกเว้นแต่เธอที่ต้องแต่งงานออกเรือนและแม่ก็อยากให้เธอโอนชื่อบ้านเป็นชื่อน้องแทน

เธอควรตัดสินใจอย่างไรดีเพราะปัจจุบันไม่มีใครเช่าบ้าน เธอจึงต้องออกค่าผ่อนบ้านกับแม่คนละครึ่ง ซึ่งในอนาคตเธอก็มีความกังวลว่า ถ้าแม่เกษียณแล้วคนเช่าย้ายออกกะทันหันแบบนี้ น้องก็ยังเรียนไม่จบ เท่ากับว่าเธอต้องผ่อนบ้านคนเดียวเดือนละ 15,000 บาท และต้องรอจนกว่าน้องจะช่วยผ่อนได้ซึ่งเป็นภาระที่หนักไม่น้อย เธอควรยื้อบ้านไว้แล้วปล่อยเช่าตามที่แม่บอก หรือจะตัดจบขายบ้านทิ้งดี

ด้านความคิดเห็นของชาวเน็ตนั้นมีหลากหลาย ฝั่งที่บอก"เก็บบ้านไว้ก็ดี" มองว่าเป็นความมั่นคงของชีวิต เพียงแต่จะให้โอนเป็นชื่อน้องนั้นไม่ถูกต้องนัก และควรหาคนเช่าไปพลางๆ ก่อน จะได้ลดภาระค่าผ่อน

ส่วนฝั่งที่แนะให้"ขายบ้าน" นั้นให้เหตุผลว่า เพราะไม่มีอะไรการันตีอนาคตได้ น้องๆ เรียนจบแล้วจะกลับมาอยู่บ้านจริงหรือเปล่าก็ไม่ทราบ บางทีน้องๆ อาจย้ายไปทำงานต่างถิ่น หรือย้ายไปอยู่ที่อื่นกับแฟนก็ได้ นอกจากนี้เด็กจบใหม่เงินเดือนยังไม่สูง อาจจะสู้ภาระค่าผ่อนไม่ไหวก็เป็นได้

อ่านข่าวต้นฉบับได้ที่ : หัวอกลูกคนโต สาวช่วยแม่ผ่อนบ้านคนละครึ่ง สุดงง แม่บอกจะโอนเป็นชื่อน้อง

ติดตามข่าวล่าสุดได้ทุกวัน ที่นี่
- Website : https://www.khaosod.co.th

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...