โปรดอัพเดตเบราว์เซอร์

เบราว์เซอร์ที่คุณใช้เป็นเวอร์ชันเก่าซึ่งไม่สามารถใช้บริการของเราได้ เราขอแนะนำให้อัพเดตเบราว์เซอร์เพื่อการใช้งานที่ดีที่สุด

ทำไมถึงต้องเป็น “โตเกียวบานาน่า?” มาส่องความเป็นมาของเจ้าขนมของฝากรสกล้วยแสนอร่อยนี้กันเถอะ!

conomi

อัพเดต 04 ก.ค. 2567 เวลา 11.47 น. • เผยแพร่ 06 ก.ค. 2567 เวลา 05.00 น. • conomi.co

เมื่อพูดถึงขนมของฝากจากญี่ปุ่น “โตเกียวบานาน่า” คงถูกจัดให้เป็น หนึ่งในขนมของฝาก ที่ใครต่อใครย่อมรู้จักกันเป็นอย่างดีจริงไหมคะ จากเหตุผลที่ว่า มีราคาไม่แพง รสชาติอร่อย แพ็กเกจจิ้งน่ารัก บรรจุใส่แยกออกเป็นถุงเล็ก ๆ ทำให้สะดวกต่อการพกพาหรือแบ่งรับประทาน อีกทั้งยังสามารถหาซื้อได้ง่าย โดยมีจำหน่ายตามสถานีรถไฟใหญ่ ๆ และตามสนามบินในจังหวัดต่าง ๆ ทั่วประเทศญี่ปุ่นอีกด้วย!

ว่าแต่ เจ้าขนมโตเกียวบานาน่า แป้งนุ่มไส้ครีมคัสตาร์ดรสกล้วยที่หลายคนติดใจนี้ เริ่มวางจำหน่ายเมื่อไรทราบกันไหมคะ? คำตอบคือ เริ่มวางจำหน่ายเมื่อปี 1991 หรือราว 30 ปีก่อนหน้าที่ผ่านมาค่ะ โดยในวันนี้ คุณโอโนะ ยูกิโกะ เจ้าหน้าที่แผนกประชาสัมพันธ์ของบริษัท GRAPESTONE Co., Ltd. บริษัทผู้ผลิตและวางจำหน่ายขนมโตเกียวบานาน่านี้จะมาเล่าถึงเรื่องราวประวัติความเป็นมาว่าเจ้าขนมของฝากชนิดนี้เกิดขึ้นมาได้อย่างไร แล้วทำไมถึงได้รับความนิยมในทุกเพศทุกวัยให้เข้าใจกันค่ะ!

โตเกียวบานาน่าถือเป็นขนมที่โชคช่วยถึงเกิดขึ้นมาได้?

กล้วย

คุณโอโนะได้เล่าว่า ในตอนแรกบริษัท GRAPESTONE Co., Ltd. เป็นบริษัทที่ผลิตและวางจำหน่ายขนมฝรั่งมาก่อน โดยเน้นการวางจำหน่ายผลิตภัณฑ์สินค้าที่ห้างสรรพสินค้าเป็นหลัก นอกเหนือไปจากนั้นแล้ว ก็ยังดำเนินกิจการธุรกิจร้านอาหารที่เน้นการเสริฟ์ขนมหวานใส่วางไว้บนจานอีกด้วย

ในส่วนของขนมโตเกียวบานาน่านั้น ทางบริษัทได้เริ่มคิดค้นที่จะทำออกมา เมื่อปี 1989 ซึ่งในช่วงสมัยนั้น ขนมฝรั่ง เช่น ขนมทีรามิสุ หรือ ขนมเครมบรูเล่ มักจะเป็นขนมที่มีราคาแพง ทางบริษัทจึงอยากที่จะผลิตขนมที่มีราคาย่อมเยาลงมา ที่ ไม่ว่าจะเป็นเด็กหรือผู้ใหญ่ก็สามารถหาซื้อรับประทานได้

ขนมทีรามิสุหนึ่งในขนมหวานที่เคยแสนแพงในสมัยก่อน

ตอนที่กำลังคิดอยู่ว่าจะทำอย่างไรดีนั้น บริษัทก็เหมือนมีโชคดีหล่นใส่ค่ะ เพราะพวกเขาได้รับการติดต่อมาจากทาง สนามบินฮาเนดะ ว่าอยากให้ทางบริษัทมาเปิดร้านขายขนมในสนามบิน ซึ่งสนามบินฮาเนดะนั้น ได้ถูกจัดให้เป็นสถานที่ที่หลายบริษัทอยากไปเปิดตั้งร้านของตนมากที่สุด เนื่องจากเป็นสนามบินที่มีผู้ใช้บริการทั้งในด้านการท่องเที่ยวรวมไปถึงผู้ที่เดินทางมาทำงานนิยมใช้บริการกัน โอกาสดังกล่าวจึงถือว่าเป็นโอกาสที่ดีมาก!

แต่ทั้งนี้ ในทางกลับกัน นี่ก็ถือว่าเป็นการชาเลนจ์ที่ทำให้บริษัทกุมขมับกันไปเลยทีเดียว เพราะเนื่องจาก โตเกียว เป็นจังหวัดที่ถือว่าไม่ค่อยมีผลิตภัณฑ์พื้นเมืองที่เห็นเด่นชัดมากเท่าใดนัก การที่จะนำเอาวัตถุดิบอะไรมาทำเป็นขนมซึ่งเเสดงออกถึงความเป็นโตเกียวได้ดีถือว่าเป็นโจทย์ปัญหาด่านยักษ์เลยทีเดียวค่ะ

สภาพสนามบินฮาเนดะอาคาร 2 ในปัจจุบัน (อาคารสำหรับเที่ยวบินภายในประเทศ)

เหตุผลที่เลือก “กล้วย” ซึ่งไม่ได้ถูกจัดให้เป็นผลิตภัณฑ์พื้นเมืองของโตเกียว

กล้วย

โตเกียว เป็นเมืองหลวงและเมืองแห่งการทำธุรกิจ สถานที่ซึ่งผู้คนหลากหลายประเภท หลากหลายอายุมารวมตัวกัน เหมือนกับย่อส่วนประเทศญี่ปุ่นเอาไว้ในตัวเอง การที่มีผู้คนหลากหลายมารวมตัวกันนี้ ทางบริษัทจึงรู้สึกว่า อยากผลิตขนมด้วยวัตถุดิบที่ใคร ๆ ก็รู้จักและนึกถึงได้ง่าย ซึ่งคำตอบที่ได้ก็คือ “กล้วย” นั่นเอง

โดยในสมัยนั้น สำหรับคนที่มีอายุระหว่าง 40-50 ปี กล้วยถือเป็นผลไม้ที่มีอิมเมจหรูหราและราคาแพงมากในสมัยที่พวกเขายังเป็นเด็ก (ถ้าย้อนกลับไปในปี 1955 กล้วย 1 หวี มีราคาจำหน่ายสูงถึงที่ 250 เยน หรือเท่าคิดเป็นเงินได้กับ 7,500 เยนในปัจจุบัน) แต่ในทางกลับกัน ในกลุ่มวัยรุ่น กล้วยถือเป็นผลไม้ที่หาง่าย และพบเห็นได้เป็นประจำในชีวิตประจำวัน ดังนั้นหากเลือกใช้กล้วยมาเป็นวัตถุดิบหลัก ก็น่าจะสามารถสร้างความรู้สึกคุ้นเคยและดึงดูดคนทุกวัยได้

ตามมาด้วยอีกเหตุผล คือ ในสมัยนั้นขนมที่ใช้วัตถุดิบทำมาจากกล้วยจริงยังไม่ค่อยมีแพร่หลายมากนัก ขนมส่วนใหญ่จะเป็นการนำเอาผงแต่งรสกล้วยหรือกลิ่นกล้วยเข้ามาใช้เท่านั้น ทางบริษัทเลยอยากที่จะใช้กล้วยจริงมาทำเป็นขนมที่แสนอร่อยและไม่เคยมีใครทำมาก่อนค่ะ

ความลับในการตั้งชื่อให้ออกมาเป็น “โตเกียวบานาน่า”

โตเกียวบานาน่า

“กล้วย” วัตถุดิบที่ใคร ๆ ก็รู้จักและนึกออกทันทีเมื่อได้ยินชื่อ แต่ทว่า ถ้านำชื่อสถานที่อย่าง “โตเกียว” (Tokyo = 東京) มารวมกับคำว่า “กล้วย” (Banana = バナナ) ก็คงดูธรรมดา ไม่ฮิตติดหูอะไร ดังนั้นทางบริษัทจึงได้คิดพลิกแพลงเปลี่ยนชื่อและสร้างแพ็กเกจจิ้งให้มีรูปแบบที่น่าสนใจเพิ่มมากขึ้นค่ะ

โดยทางบริษัทได้ตัดสินใจที่จะใช้ชื่อ “โตเกียวบานาน่า” (Tokyo Banana = 東京ばな奈) อยู่ แต่เป็นชื่อแบบที่ใช้ตัวอักษรคันจิและฮิรางานะมาผสมรวมกัน ไม่ใช่แบบที่ใช้ตัวอักษรคันจิและคาตาคานะแบบที่เขียนว่า 東京バナナ และยิ่งไปกว่านั้น ชื่อนี้เมื่อได้ยินแล้วก็อยากที่จะให้นึกถึงอิมเมจของ เด็กผู้หญิงน่ารัก ๆ ทางบริษัทก็เลยเลือกใช้ตัวอักษรฮิรางานะและคันจิที่เขียนออกมาได้เป็น Banana = ばな奈 ค่ะ (โดยคันจิ Na = 奈 เป็นคันจิที่ชอบใช้ในการตั้งชื่อเด็กผู้หญิง) และยังทำการติดโบริบบิ้นบนคาแรคเตอร์กล้วย ทำให้คาแรคเตอร์กล้วยดูมีความโดนเด่นมากขึ้น แต่ทว่าจะไม่ทำการใส่ตาและจมูกลงไปบนกล้วย เพราะจะทำให้กล้วยดูเป็นตัวการ์ตูนคาแรคเตอร์ที่มีความเป็นเด็กมากจนเกินไป บริษัทอยากที่จะให้ขนมโตเกียวบานาน่านี้เป็นขนมที่ไม่ว่าคนในช่วงอายุใดก็ตามต่างพากันชื่นชอบ

การใช้คียเวิร์ด “พบแล้วนะ” (Miitsuketta = 見ぃつけたっ) ก็ยังเป็นการเล่นใช้ทริคของคำ ซึ่งเหมือนเป็นการเล่นซ่อนความหมายไว้ในใจ แบบที่ว่าปกติก็ไม่ได้สนใจ มักจะลืมไป แต่แท้จริงแล้วยังคงซ่อนหลบอยู่ในใจตลอดเวลา!

โตเกียวบานาน่ารสออริจินอลดั้งเดิม (เครดิตภาพ : XROSSX)

จากแนวคิดต่าง ๆ เหล่านี้ก็ได้ทำให้เกิดเป็นขนมที่ชื่อว่า “โตเกียวบานาน่า” ขึ้นนั่นเอง โดยได้เริ่มวางจำหน่ายขายเป็นครั้งแรกที่สนามบินฮาเนดะเมื่อปี 1992 และในช่วงปลายปีเดียวกันยังได้ถูกนำไปวางจำหน่ายขายที่แผงขายของฝาก ร้านคิโยสึกุ (Kiyosuku = キヨスク) ในสถานีรถไฟโตเกียวอีกด้วย นับตั้งแต่นั้นมา เจ้าขนมแสนอร่อยนี้ ก็ถือว่าเป็นหนึ่งในขนมของฝากประจำโตเกียวที่ใคร ๆ ก็มักจะซื้อติดไม้ติดมือกันกลับไปอยู่มาอย่างยาวนานมาจนถึงปัจจุบันค่ะ

“ออกผลิตภัณฑ์ใหม่เป็นประจำ” ถือเป็นกลยุทธ์สำคัญในการขาย!

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ของทางบริษัที่ร่วมมือกับการ์ตูน Doraemon และ Pokemon (เครดิตภาพ : XROSSX)

หลังจากที่โตเกียวบานาน่า ที่เรารู้จักกันเป็นอย่างดีในรูปแบบของขนมแป้งเนื้อเค้กสปันจ์ไส้ครีมคัสตาร์ดรสกล้วยได้ออกวางจำหน่ายแล้ว ทางบริษัทก็ยังคงที่จะคิดค้นออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ อยู่เป็นประจำค่ะ โดยเหตุผลที่คิดค้นผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ขึ้นมาก็เพราะว่า

“นอกจากการรักษาไว้ซึ่งรูปแบบของรสชาติขนมออริจินอลดั้งเดิมแล้ว ไอเดียการออกผลิตภัณฑ์ใหม่ ๆ ก็ถือว่าเป็นกลยุทธ์ทางการค้าที่จะขาดไปไม่ได้”

โดยทางบริษัทจะไม่ทำการเปลี่ยนแปลงผลิตภัณฑ์ขนมรสออริจินอลดั้งเดิม แต่จะพัฒนาผลิตภัณฑ์ขนมให้สอดคล้องกับความต้องการของลูกค้าที่เปลี่ยนไปตามยุคสมัย ซึ่งสินค้าก็จะไม่ได้มีแค่ขนมแป้งเนื้อเค้กสปันจ์ใส่ไส้ครีมเท่านั้น แต่ยังมีสินค้าในรูปแบบของคุกกี้ พายและขนมในรูปแบบต่าง ๆ จนถึงตอนนี้ก็มีออกวางจำหน่ายขายถึงกว่า 100 ชนิดแล้วค่ะ!

ตัวอย่างผลิตภัณฑ์ใหม่ๆ ของทางบริษัทที่ร่วมมือกับการ์ตูน CHIIKAWA (เครดิตภาพ : XROSSX)

เมื่อเรามีผลิตภัณฑ์สินค้าหลากหลายรูปแบบเพิ่มมากขึ้น ลูกค้าก็มีโอกาสและทางเลือกในการเลือกซื้อสินค้าที่ต้องการมากขึ้น สินค้าผลิตภัณฑ์นั้นก็จะอยู่ในใจของลูกค้าอย่างไม่มีวันเสื่อมคลาย โตเกียวบานาน่าเองก็ไม่ได้คาดหวังกับขนมรสชาติออริจินอลดั้งเดิม ให้เป็นเพียงสินค้าประเภทเดียวที่จะขายได้เท่านั้น แต่ยังเปลี่ยนพลิกแพลงคิดสร้างสรรให้เกิดรสชาติหรือสินค้าในรูปแบบใหม่ ๆ อยู่ตลอดเวลา เพื่อตอบสนองกับความต้องการที่หลากหลายของทุกกลุ่มลูกค้าค่ะ!

โตเกียวบานาน่า “เเซนด์วิชคุกกี้รสนมกล้วยช็อกโกแลต” และ “รสมะนาว” สุดยอดสินค้าแนะนำ!

โตเกียวบานาน่าเเซนด์วิชคุกกี้รสนมกล้วยช็อกโกแลตแผ่นล้น

ตามปกติแล้ว เมื่อพูดถึงขนมชนิดนี้ ทุกคนคงจะนึกถึง “รสครีมคัสตาร์ดกล้วย” เป็นอันดับแรกใช่ไหมคะ แต่จริง ๆ แล้ว รสใหม่ ๆ ที่ออกมาก็อร่อยไม่แพ้กัน ถ้ามีโอกาสแนะนำให้ลองทานกันดู โดยถ้ากลุ่มผู้รับมีอายุอยู่ในช่วงเดียวไล่เลี่ยกันกับผู้ให้หรือเป็นเพื่อนของผู้ให้ “โตเกียวบานาน่าเเซนด์วิชคุกกี้รสนมกล้วยช็อกโกแลตแผ่นล้น” (Tokyo Banana Kukki Sando Shikamo Chokko Wa Hamidashiteru = 東京ばな奈クッキーサンド しかも、チョコはみ出してる) ถือเป็นสินค้าที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากค่ะ

ถ้ากลุ่มผู้รับเป็นครอบครัวคนสนิท ขนมชนิดนี้ก็มักจะเป็นตัวเลือกที่ลูกค้ามักจะชอบซื้อควบคู่เป็นของฝากกับโตเกียวบานาน่ารสออริจินอลดั้งเดิมค่ะ และยังอีกรสชาติที่ได้รับความนิยมเป็นอย่างมากคือ “รสมะนาว” โดยมีการพิมพ์คำว่า “LEMON” ลงไปบนตัวเนื้อเค้กสปันจ์ด้วยนะคะ เมื่อทานแล้วจะได้รสสัมผัสของครีมคัสตาร์ดกล้วยรสมะนาวที่แสนอร่อยค่ะ

โตเกียวบานาน่ารสมะนาวที่ได้มีการพิมพ์คำว่า “LEMON” ลงไปบนตัวเนื้อเค้กสปันจ์ หมายเหตุ ปัจจุบันรสมะนาวไม่ได้วางจำหน่ายแล้ว

การวางขายสินค้าที่ร้านสะดวกซื้อและการออกบู๊ทชั่วคราวตามที่ต่าง ๆ ทำให้ค้นพบหนทางแห่งความสำเร็จ!

โตเกียวบานาน่าที่วางขายยังร้านสะดวกซื้อในสถานีรถไฟชินจูกุ กรุงโตเกียว (เครดิตภาพ : XROSSX)

การวางขายแบบอินเตอร์เน็ต (Electric Commerce : EC) และการเปลี่ยนไปทำธุรกิจประเภทใหม่ ๆ ก็เป็นสิ่งที่หลายบริษัทหลายผู้ประกอบใช้เป็นวิธีเพื่อปรับตัวให้เข้ากับสถานการณ์การแพร่ระบาดของเชื้อไวรัส COVID-19 ที่ผ่านมา โตเกียวบานาน่าก็เช่นกัน ทางบริษัทก็เปลี่ยนวิกฤตให้เป็นโอกาส และเป็นแรงผลักดันในการค้นหาไอเดียใหม่ ๆ ให้เกิดขึ้นค่ะ

โดยแต่เดิม โตเกียวบานาน่า เป็นสินค้าที่สร้างขึ้นมาเพื่อที่จะวางจำหน่ายขายเฉพาะในโตเกียวและจังหวัดใกล้เคียงเท่านั้น แต่ทว่าเนื่องจากการแพร่ระบาดของโรค COVID-19 ก็ทำให้การเดินทางนั้นถูกจำกัด บริษัทจึงคิดว่า จะมัวแต่รอให้ลูกค้ามาหาที่โตเกียวและซื้อสินค้าก็คงไม่ได้การ บริษัทอยากที่จะให้ลูกค้าทั่วประเทศได้มีโอกาสซื้อและทานสินค้าของตัวเอง จึงทำให้เกิดเป็นไอเดียที่ว่า “ควรที่จะออกไปวางขายสินค้าเป็นการชั่วคราวตามที่ต่าง ๆ อยู่เป็นประจำ” เช่น เปิดเป็นบู๊ทชั่วคราวบ้างละ วางจำหน่ายขายตามสถานีต่าง ๆ นอกเหนือจากสถานีรถไฟฟ้าใหญ่ ๆ บ้างล่ะ

ซึ่งโตเกียวบานาน่าจะเป็นฝ่ายที่เข้าไปหาลูกค้าเอง ลูกค้าจะได้ไม่ลำบากและยังเป็นการสร้างความรู้สึกใกล้ชิดให้เกิดขึ้นกับเรามากขึ้นค่ะ โดยเมื่อเดือนมิถุนายน ปี 2020 ที่เป็นปีเฉลิมฉลองครบรอบ 30 ปี ของโตเกียวบานาน่า ตามร้านสะดวกซื้อ NewDays ซึ่งเป็นร้านสะดวกซื้อในเครือของ JR East Group ได้มีการออกวางจำหน่ายโตเกียวบานาน่าไซส์พกพา (บรรจุ 2 ชิ้นใน 1 กล่อง) ทำให้โตเกียวบานาน่ายิ่งสามารถเข้าถึงผู้บริโภคได้ง่ายมากขึ้นไปอีก!

โตเกียวบานาน่าไซส์พกพาที่วางขายยังร้านสะดวกซื้อในเครือของ JR East Group

โตเกียวบานาน่า ขนมสุดรักของใครต่อใคร นอกจากจะรักษามาตรฐานความอร่อยเเละให้ความใส่ใจต่อผู้บริโภคมาเป็นอันดับหนึ่ง โดยไม่เปลี่ยนนับตั้งแต่อดีตมาจนถึงปัจจุบันแล้ว ยังเป็นขนมที่รู้จักพัฒนาพลิกเปลี่ยนแปลงรูปแบบให้ไปตามความต้องการของผู้บริโภคทุกช่วงวัยได้อย่างไม่มีที่ติ! ถ้าผู้อ่านท่านใดมีโอกาสรับประทานหรือคิดจะเลือกเป็นของฝากมอบให้คนที่คุณรักแล้ว นอกจากโตเกียวบานาน่ารสออริจินอลดั้งเดิม ก็ลองหารสชาติใหม่ ๆ มาลองชิมดูกันสิคะ เมื่อลองแล้วรู้สึกเป็นอย่างไรบ้าง มาเล่าหรือแชร์ให้ฟังกันบ้างนะคะทุกคน!

สรุปเนื้อหาจาก : bizspa.jp และ tokyobanana.jp
เรียบเรียงโดย : XROSSX

ดูข่าวต้นฉบับ
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...
Loading...